firewire audio interface 3 ตัวรวด

รีวิวชุดนี้จากฝีมือของ sound engineer ระดับแถวหน้าของเมืองไทย คุณ tula ของเรานั่นเอง
แกเขียนเอาไว้ว่ายังงี้
ซึ่งนั่นก็คือ....
TASCAM FW-1884, M-Audio ProjectMix I/O, Digidesign 003 Factory
จะมาคุยแบบ Review มั่วๆ ให้ฟังแต่ละตัวที่เคยได้ทำงานด้วยนะครับ
เอาเฉพาะที่น่าจะเปรียบเทียบกันได้และผมได้ใช้งานมันมา "จริงๆ" ไม่ใช่แค่ได้จับๆ แต่ทำงานกับมันมาเป็นเดือนๆ ปีๆ เลยล่ะครับ
จบงานเพลง,หรืออัลบั้มกันกับมันมาแล้ว
Review ของผมอาจจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เท่าไรนะครับ เพราะคิดไปเขียนไป อาจจะตกๆ หล่นๆ มีพลาดๆ บ้าง
แต่ก็น่าจะเป็นแนวทางได้ สำหรับหลายๆ คนที่กำลังมองๆ อยู่ ถ้าใครมีความเห็นแตกต่างไป เอามาแชร์กันได้นะครับ
ถ้ามีข้อมูลผิดพลาดตรงไหนยังไง ช่วยบอกมาด้วยครับจะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ....
ผมจะเปรียบเทียบไอ้สามตัวนี้เพราะว่าผมเห็นว่าเป็นสามตัวที่มีอะไรคล้ายๆ กันและหลายๆ คน
ชอบคุยกันเข้ามาว่าตัวไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่ง Audio Interface ทั้งสามตัวมีสิ่งที่เหมือนกันคือ
-เป็น Firewire Audio Interface เหมือนๆกัน
-เป็น Control Surface ด้วยในตัว มี 8-9 Fader และเป็น Touch Sensitive
-มี Input อย่างน้อย 16 ช่อง คือ Analog Input 8 ช่อง พร้อมกับรับ ADAT ได้ทำให้ 16 ช่อง
[จะมี Tascam ยี่ห้อเดียวที่รับได้ทั้งหมด 18 (analog 8+digital 10)]
ซึ่งด้วย Fomat แบบนี้ ทำให้เหมาะกับ Studio ขนาดเล็กถึงปานกลาง ครับอาจจะมีการอัดกลองบ้าง
(โดยจะต้องเพิ่ม Audio Converter) อาจจะเอาไว้ใช้ Mix งานทั่วไป, อัดร้อง หรือเอาไว้ใช้ทำงานใน
ระดับ Demo ไปจนถึง Master ได้
ในส่วน Spec รายละเอียดต่างๆ ของแต่ละยี่ห้อต้องรบกวนให้ไปดูกันตามเวปของผู้ผลิตเองนะครับ...
(เรื่องของเรื่องคือขี้เกียจพิมพ์ครับ)
จริงๆ แล้ว หลายๆ คนอาจจะบอกว่าราคามันไม่เห็นจะใกล้เคียงกันเลย ทำใมเอามาเปรียบเทียบกับ
คือผมเปรียบในแง่ของ Feature ที่ทั้งสามตัวมัน ใกล้เคียงกันมากๆ และการใช้งานก็คล้ายกันมากๆ ด้วย
ผมว่าการจะซื้อของ บางทีเราอาจจะไม่ได้เริ่มที่เรื่องงบประมาณครับ แต่เริ่มมาจาก Requirement ที่ต้องการครับ
เริ่มกันเลยที่
TASCAM FW1884+ FE8
Link to manufacture website


ตัวนี้ออกมาราวๆ ปี 2004 ก็ถือว่าเก่าที่สุดในบรรดาสามตัวนี้นะครับ
แต่ก็ยังผลิตขายอยู่ครับ Driver ก็รองรับ Leopard, Vista แล้วด้วยครับ
ข้อดี
1. ผมชอบที่มันสลับไปหน้า Fader ระหว่าง Computer Control Mode กัย Monitor Mix Mode ได้
ซึ่งมันสะดวกมากๆ (ขอย้ำอีกทีว่า ข้อนี้เยี่ยมมากๆ) โดยที่ยี่ห้ออื่นๆ ไม่มีฟังก์ชั่นแบบนี้ ต้องทำบน Software แทน
ทำให้การปรับ Monitor Mix เนี่ยรวดเร็วมากๆ การปรับ Level ของ Direct Monitor ได้จากตัว Fader จริงๆ เลยนี่
เป็นอะไรที่เยี่ยมมากครับ ไม่ต้องไปปรับที่ตัว Software สะดวกมากๆ
2. ปุ่ม function เยอะดี ถ้าคนที่ใช้เป็นและจำได้จะคล่องตัวมากๆ ครับ
3. ไมค์ปรีคุณภาพผ่านมาตรฐานครับ ไม่มีปัญหา
4. ปรับค่า Sampling Rate + Clock Source ได้จากปุ่มบนตัว Control Surface เลย ซึ่งก็สะดวกอีกแล้ว
ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นๆ ต้องปรับที่ Software แถมบางทียังตัอง Restart อีก ยุ่งมากๆ แต่ตัวนี้ ไม่ต้องครับ
5. เป็นตัวเดียวที่เพิ่ม Fader ได้ครับ โดย เพิ่ม Unit FE-8 (มี 8 Fader)ได้อีก โดยเพิ่มได้มากที่สุด 15 Unit
ทำให้ได้รวม Fader ทั้งหมด (8*16)+1 = 129 Fader (จะเอาไปทำไมเยอะขนาดนั้นเนี่ย -_-")
โดยรวม จุดเด่นจะอยู่ที่ การปรับค่า config ต่างๆ จะทำได้จากหน้า Surface เลย
ไม่ต้องไปที่ตัว Software มันอีกที..และไม่ต้อง Restart ใหม่ด้วยครับ
ข้อเสีย
1. ไม่มี Switch สลับระหว่าง Audio Input ที่เป็นช่อง Line กับ Mic
วงจรภายในเป็นการต่อแบบ Parallel ไม่ได้ Normal กัน หากเสียบสองอย่างเอาไว้มันจะ Load กันเอง
คือ ถ้าเสียบ Input Line กับ Mixer ไว้ แล้วต่อไมค์ช่องนั้น สัญญาณจะ Drop เลยครับ
ในคู่มือก็ไม่ได้บอกอะไรเอาไว้ให้ระวัง (แต่บอกไว้ว่า wired in parallel -_-!)
ผมหาต้นเหตุที่เสียงจากไมค์ทำใมมันทึบขนาดนั้นตั้งนาน..จนมาเจอประโยคนี้ใน คู่มือ...เซ็งไปเลย...
2. อันนี้เรื่องใหญ่...คือ ...มัน "ไม่มีจอ LCD" บอกว่า Fader แต่ละ Track ชื่ออะไร ทำให้ใช้ยากมากๆ
และยิ่งถ้าใช้ FE8 ยิ่งเพิ่มความงุนงงเข้าไปอีกเพราะไม่รู้ว่ามัน Assign อยู่ Track ไหนครับ
ถึงจะมี Software SoftLCD มาช่วยก็เถอะครับ...ก็ยังใช้ยากอยู่ดี
เพราะต้องมองที่จอ monitor ทีนึง แล้วก็ต้องมามองที่ Control อีกทีนึง
3. Fader ลื่น ถึงลื่นมากๆ ให้สัมผัสคล้ายๆ กับ ProControl คือเหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวว่ามันไม่ค่อยชอบน่ะครับ แล้วสังเกต Control Surface ใหม่ๆ
อย่าง 003 กับ Control 24 จะไม่ค่อยลื่นๆ อย่างนี้กันแล้วครับ
4. ปุ่ม function ไปรวมๆ กันอยู่ด้านซ้าย เป็นกระจุก แล้วก็มองยากด้วยครับ เพราว่ามันอยู่รวมๆ
กันนี่แหละกดผิดกดถูกง่ายนักแล
5. มี Hidden Function เยอะไปหน่อย ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ทำเป็นปุ่มให้กดง่ายๆ หน่อย
หรือเขียนเอาไว้บนนั้นเลยอย่างเช่นจะ Clear Peak Meter ต้องกด SHIFT+CTRL+P.RESET (ใครจะไปเดาได้เนี่ย..)
6. จากที่ผมได้ใช้มันมา..มันเสียไปครั้งหนึ่งครับ..ค่าซ่อมแพงมหาโหด ทั้งๆ ที่ซื้อกับตัวแทน
ในไทยตรงๆ นี่แหละค่าซ่อมสองหมื่นกว่า แผงวงจรในส่วน Firewire ไหม้แค่ส่วนเดียว
ค่าซ่อมสองหมื่น ผมว่ามันโหดไปนิดครับ
M-Audio ProjectMix I/O
Link to manufacture website

ตัวนี้เป็น Firewire Interface จากค่าย M-Audio ซึ่งโดน Digidesign ซื้อไปเรียบร้อยแล้ว
ทำให้ใช้กับ Protools M-Powered ได้เป็นข้อดีมากๆ สำหรับคนที่อยากใช้ Protools แต่ไม่มีทุน
หรือไม่อยากลงทุนมากครับ
ข้อดี
1. ราคาไม่แพง ถูกที่สุดในกลุ่มนี้ครับ และได้ทุกอย่างครบถ้วนกระบวนความ
2. Fader สัมผัสดีใช้ได้เลยครับ ปุ่ม function ต่างๆ ก็เยอะพอใช้ แต่ผมว่ายังน้อยไปหน่อยครับ
3. การวาง Layout ปุ่มต่างๆ ดีครับใช้งานสะดวก ไม่งุนงง
4. มี Headphone 2 output แยกกัน ทำให้มิกซ์สำหรับ Monitor หูฟังได้สองแบบ
5. ใช้ได้กับทุกโปรแกรมเช่น Cubase, Logic, Reason, MOTU และมี Preset ไว้
(แต่ต้องเปิดปิดเครื่องใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนโหมด)
6. Mic Pre ดีครับ ผมถือว่าผ่านมาตรฐานระดับสตูดิโอได้สบายๆ Noise ต่ำ
7. ใช้ Protools M-Powered ได้ ทำให้รับงานได้หลากหลาย format (แต่ต้องซื้อตัว Software เพิ่มนะครับ)
8. ข้อนี้สำคัญ...คือมี LCD ครับ ใช้งานได้ง่าย
ข้อเสีย
1. หน้าตาเหมือนจะดูแย่ที่สุด เหมือนจะลอกๆ Control 24 มา แต่ไม่สวยเท่า 555 
2. ปุ่มต่างๆ ดูสัมผัสบอบบางมากๆ และท่าทางว่าจะเสียได้ง่ายๆ และให้ความรู้สึกว่าเป็นของราคาถูก
เหมือนพลาสติกๆ น่ะครับ
3. Firmware ไม่ค่อย Update และยังมี Bug อยู่นิดๆ หน่อย แต่ไม่มีผลกับการทำงานครับ
คือหน้าจอจะมีตัวอักษรติดค้างบ้างบางครั้งเท่านั้นครับ
4. Phantom Power มีปุ่มเดียว เสียวทั้ง 8 Channel
ไม่อยู่แยกๆ กันอย่าง TASCAM
เค้าแยกเป็น 1-4 กับ 5-8 แต่ข้อเสียข้อนี้ก็ไม่ได้รุนแรงอะไรครับ ยกเว้นว่าคุณมีไมค์ Ribbon
ที่รับไฟเลี้ยงไม่ได้ คุณก็จะใช้ไมค์ Ribbon พร้อมไมค์ Condensor ไม่ได้
5. ข้อนี้ผมว่าเป็นข้อเสียมากๆ เลยของตัวนี้คือ การปรับในภาค Monitor เนี่ย ลำบากมากๆ
คือมี Volume แค่ตัวเดียว ไม่มี Mute Button, ไม่มีปุ่มสลับ Alternate Speaker และตัว Volume นี่เวลาหมุน
จะต้องหมุนหลายๆ รอบถึงจะเบาลง หรือดังขึ้นครับ (ไม่ได้เป็นแบบรอบเดียว) การปรับโวลุ่มของภาค Monitor
แบบนี้ผมไม่ชอบเอามากๆ ครับ มันทำให้เสียเวลามากๆ และการปรับ route สัญญาณต่าง ๆ ต้องทำจาก
หน้า Software ของมันอย่างเดียวครับ มาใช้ Fader จริงๆ ไม่ได้ ถ้าจะหาวิธีแก้ปัญหาตรงจุดนี้ ควรจะต้องซื้อพวก
Hardware Monitor Control อย่าง Presonus Central Studio มาเพิ่มครับ
Digidesign 003 Factory
Link to manufacture website

ตัวนี้ขอบอกครับ ว่าเนียนมากๆ การใช้งานผมให้คะแนนกับให้ใจไปมากที่สุดในทุกๆ ยี่ห้อที่เป็น Format แบบนี้ครับ
ข้อดี
1. ใช้ได้กับ Protools LE ที่ทุกคนยอมรับว่าเจ๋ง...ทำงานเรียบเนียน ปุ่มกดต่างๆ Jog wheel ออกแบบมาเพื่อ Protools
โดยเฉพาะทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากๆ การวาง Layout ก็ดีมากๆ ใช้งานได้สะดวก
2. ตัวนี้ใช้เป็น Midi Controller ได้แล้ว นั่นหมายความว่ามันจะไปใช้กับ Cubase, Logic
หรือโปรแกรมอื่นๆ ได้แล้ว(ไม่เหมือน 002 ที่ใช้ได้กับ Protools อย่างเดียว)
3. Mic Pre ผมว่าเสียงดีที่สุดในบรรดาทุกตัวที่ว่ามาครับ
4. หน้าตาหล่อเหลาเอามากๆ ถ้ามีประดับไว้ที่ห้องจะทำให้ห้องดูมีสกุลขึ้นมาอีก 25.52%
5. ภาค Monitor ดูใส่ใจเอามากๆ ครับ มีปุ่มกดสลับลำโพง(ALT CR) สำหรับห้องที่มีลำโพงสองชุด,
มี Headphone 2 ชุด เลือก Source ของหูฟังได้จาก 1-2 หรือ 3-4 ก็ได้ (เจ๋งมากๆ)
6. มี AUX input เปิดฟัง CD หรือ จาก Audio Source ใดๆ ก็ตามได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องคอม
7. สัมผัสของปุ่มและ Fader ดีมากๆ (ดีที่สุดในสามตัวนี้ครับ) ปุ่ม function นี่ออกมาให้ใช้งานได้สะดวกมากๆ ครับ
รองรับ Protools ได้เนียนๆ ครับ
8. มี Plugin ของแท้ให้มาเยอะมาก (ถ้าเป็น 003 Factory)เพียงพอต่อการใช้งานในระดับนึงเลยเทียบกับตัวอื่นๆ ที่ไม่มี
9 จอ LCD บอกรายละเอียดได้ครบถ้วน สวยงาม
ข้อเสีย
1.แพงสุดในกลุ่มนี้ครับ (ราคาเกือบสองเท่าของ ProjectMix)
2.มี Mic Pre แค่ 4 Channel
3.ไม่มี Mic Talkback ซึ่งในที่ Review นี้มันก็ไม่มีทุกตัวน่ะแหละครับ แต่ถ้าไอ้ 003 นี่มี Talkback Mic นะจะครบเครื่องที่สุดเลยครับ
4. อ่า...นึกไม่ออกแล้วอ่ะ..
สรุปว่าถ้าให้ผมเรียงลำดับแต้ม(ไม่สนราคา) นะครับ TASCAM FW1884 < ส่วนเรื่องราคานี่ก็ M-Audio ProjectMix I/O<
ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ครับ...(แต่ที่อยากลองเล่นที่สุดตอนนี้คงไม่พ้น Control 24 ตัวใหม่ อิๆๆๆ)
หวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้างนะครับ..
-
-
2010-04-22 07:46:30 |SAdministrator| patid
แกน่ะแหละ รีบเขียนเรื่องใหม่ซะดีๆ ก่อนจะโดนเบิ๊ด
คลิคที่ write article ไง....อ้อ มันไม่ได้ไว้สำหรับตอบในบอร์ดนะเฟ๊ย
ก๊ากกกกกก
-
2010-04-22 23:24:41 |Registered| Tula
แหมป๋า....คนเรามันก็ต้องมีงงๆ กันบ้างดิป๋า
ของใหม่ก็ต้อง กดผิดกดถูกบ้างล่ะน่า....
ยังไม่มีอะไรมาให้เขียนน่ะสิครับ.... เลยยังไม่รู้จะเ้ขียนอะไร
-
2010-04-25 12:51:14 |Registered| Tubemania
ใช่ครับตุล
ทำไมใครๆ ชอบดันให้ไปอยู่ "แถวหน้า" กันหมด
สงสัยเอาไว้ออกศึกก่อนแหงๆ
-
2011-09-11 06:20:22 |Registered| music-man - ทำห้องซ้อมให้ลูกที่อัดเสียงได้ใช้อะไรบ้างครับ
หัองซ้อม-เครื่องดนตรีมีแล้วครับ guitar 2, bass 1, drum 1, ร้อง 2,
amps bass-guitar อย่างละตัว นอกนั้นไม่มีอะไรเลยครับ ขอคำแนะนำครับ
mic จนเสียงออกมาเป็น CD มีคอมแล้วครับ แรง-เร็วด้วยของลูกชายครับ
งบมีที่แสนปลายๆครับ ไม่ได้ทำเป็นธุระกิจครับ ให้เขาวันเกิดครับ
ผมมีอาชีพทำเบรครถยนต์ครับ ลูกเรียนดนตรีระดับ 7 สยามกลการ
กราบขอบพระคุณอย่างสูง
โดนหลอกมาเยอะแล้วจากร้านแถวนี้
piak บางละมุง ชลบุรี


ป๋าจั่วหัวไว้อย่างนั้นก็แย่ดิครับ....
ผมมันแค่เด็กๆ ปลายแถวมากกว่าครับ..
ปล. ตอนท้ายก๊อปมาไม่ครบนะครับป๋า...ตรงที่เรียงลำดับแต้มน่ะครับ
สรุปว่าถ้าให้ผมเรียงลำดับแต้ม(ไม่สนราคา) นะครับ TASCAM FW1884 < M-Audio ProjectMix I/O < Digidesign 003
ส่วนเรื่องราคานี่ก็ M-Audio ProjectMix I/O< TASCAM FW1884 < Digidesign 003