Kontakt 4
เป็นที่ทราบกันถ้วนหน้าแล้วว่า NI ได้ปล่อย Komplete 6 ออกมาได้พักใหญ่
และสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น Highlight ของการอัปเดตครั้งนี้ คงจะหนีไม่พ้น
Kontakt 4 นั่นเอง
หลังจากผมได้ลองเล่นมาหลายวัน (ที่จริงเพิ่งได้ตัวโปรแกรมมาไม่นาน)
ก็เลยว่าจะเขียนรีวิวสั้น ๆ ดูซักหน่อย เผื่อใครยังไม่เคยลอง จะได้เกิดอาการอยากลองขึ้นมาบ้าง
ตัว library ของโปรแกรมนี้จะมีทั้งสิ้น หมวด คือ
Band - คล้าย ๆ Kontakt 3 เลยครับ แบ่งย่อยเป็น Horn, Piano, E.Piano, Organ, Guitar, Bass, Drums
Choir - เพิ่มมาใหม่ ยังไม่ได้ลองครับ
Orchestral - หมวดนี้จะใหญ่ที่สุด เต็ม DVD 2 แผ่นเลยทีเดียว
Synth - ปรับปรุงใหม่ในรายละเอียดหลายอย่าง เพิ่มเสียงใหม่ด้วย
Urban Beats - ยังไม่ได้ลองครับ
Vintage - เพิ่มรายละเอียดหลายอย่าง เช่นเดียวกับ Synth
World - ยังไม่ได้ลองครับ
Orchestral
จะขอพูดแบบรวม ๆ นะครับ
สิ่งที่เพิ่มมาใหม่ เห็นจะเป็นหน้าการปรับแต่ง ที่ยืดหยุ่นมาก อนุญาตให้ปรับรายละเอียดได้หลากหลาย
เช่น ปุ่ม Sound (ในรูป) ไว้ปรับโทนเสียงได้
ปุ่ม Chord เอาไว้ใช้ว่า เรากดโน้ตตัวเดียว จะให้มีตัวอื่นออกมาด้วยหรือเปล่า
(อันนี้ผมใช้มากคือ ทำให้กดตัวเดียวแล้วเป็น Octave ครับ)
Key กับ Scale ไม่ค่อยได้ใช้
เรื่อง Keyswitch
- คราวนี้เราสามารถปรับเองได้แล้ว ว่าต้องการเปิด - ปิด Keyswitch ตัวไหน หรือย้ายไปตัวไหน (เพื่อลดทรัพยากร)
จาก version เก่า จะค่อนข้างลำบาก เวลาผสม Violin, Viola, Cello เข้ากับ Double Bass แล้วเล่นพร้อมกัน เพราะว่า Double Bass จะอยู่ range ต่ำกว่า แล้วโปรแกรมจะตั้ง Keyswitch มาอยู่ทางด้านขวา ทำให้เวลาเล่นโน้ตสูง ๆ แล้วไปทับ Keyswitch ของเจ้า Double Bass เข้า แต่คราวนี้เราย้ายหลบเองได้แล้วครับ
เอกเฟกต์ - กำหนดง่ายขึ้น ตั้งจากตรงนี้ได้เลย ไม่ต้องกดรูปที่ไข เข้าไปตั้งข้างในแล้ว
อีกหน้าที่เป็น Option (หน้านี้จะคล้าย ๆ กันทุกหมวด)
ก็คือการตั้งค่าต่าง ๆ คราวนี้ กำหนด Keyrange ได้ง่ายมากได้ตรงนี้เลยครับ
Velocity Curve ก็ตามที่รู้ ๆ กันอยู่ครับ แต่ที่เด็ดกว่าก็คือ...
ปุ่ม Vel->Vol (ในรูป) ครับ
ตัวนี้หมุนแล้วจะกำหนด minimum velocity ได้ - คือแต่ก่อนหลายคน (เช่นผม) จะมีปัญหาคือ
เวลาเล่นเสียงอื่น ที่ไม่ใช่ piano บางทีกดเบา ๆ แล้วมันจะเบาเกินไป ดังนั้นก็เพิ่มตัวนี้มาซักหน่อย
จะได้ตั้งค่าความเบาที่สุดที่ต้องการได้ครับ
Pitch Bend ก็กำหนดเอา ได้ตั้งแต่ 0.00 ถึง +/- 12
และข้างก็ ตั้ง Tempered ได้ครับ จะเอา Equal หรืออะไรก็ตามอัธยาศัย
ถ้าพูดถึงคุณภาพเสียง ก็ถือว่าดี (ค่อนข้างมาก) ครับ แต่เรื่อง Orchestral ถ้าเทียบกับ East West Quantum Leap Gold ก็ถือว่า EWQL ยังดีกว่าอยู่ครับ
เพราะตัวนี้ แต่ละเครื่องดนตรีมีแค่ Solo หรือ Ensemble
สมมุติว่าเป็นเสียง Trumpet ก็เลือกไม่ได้ว่าจะเอา 2 Trumpets Ensemble หรือ 4 Trumpets Ensemble จะเอาแบบ Aggressive หรือ Mellow ฯลฯ เป็นต้น
จะเอา Vib หรือ no Vib ก็เลือกไม่ได้ครับ มีแต่แบบ Vib หน่อย ๆ แบบเดียว
ไม่มีเสียงแปลก ๆ เช่น Bass Clerinet, Alto Flute ฯลฯ
แต่ข้อดีกว่า EWQL น่าจะเป็น มี Piano (ตัว August Foester เดิมเลย), Harpsichord และ Organ ให้ด้วยครับ
(Piano นี้ มีทั้งหมวด Orchestral และหมวด Band, ให้ color แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งคู่ยังเล่นแล้วรู้สึกแข็ง ๆ ไปหน่อยครับ)
มาถึงหมวด Synth
หมวดนี้เล่นสนุกกว่าเดิมตรงที่ ทุกเสียงจะมี 2 Layer ครับ (ดูในรูป ตรงหมวด Part Mix) ซึ่งชื่อเสียงทังหลายที่เหมือน Library ใน version 3 จะเป็นเสียงเดิม แต่ตัว B นี้จะเพิ่มมาใหม่ เราเอามา mix กันเองได้ครับ
เรื่องของ mode การ glide (หรือที่รู้จักกันว่า Portamento) แก้ไขข้อผิดพลาดเดิมได้ดี ตรงที่เวลาเปิด glide อยู่ ถ้าเราเล่นแบบยกนิ้ว (ไม่ glide) version เก่ามันยังจะ glide จากเสียงเดิมมาโน้ตตัวที่เพิ่งกดไป ทำให้ฟังตลก ๆ แต่ version นี้ มันจะเริ่มที่โน้ตที่เรากดเลยครับ
ส่วนปุ่ม legato เอาไว้เลือกโหมดว่าเวลา เล่นโน้ตใหม่ ถ้าเล่นแบบไม่ยกนิ้ว จะให้เริ่มตั้งแต่หัวเสียง หรือเริ่มกลางเสียงครับ (อธิบายไม่ถูกอ่ะ ต้องลอง ^^")
ปุ่ม chord ยังคงมีไว้ให้ ซึ่งลองทำเป็นคู่ 4, 5 หรือ octave แล้วก็เล่นสนุกดีครับ
**ตรงจุดนี้ bug ที่เห็นตำ ๆ ตาคือ ผมกดปุ่ม auto ทางซ้าย เพิ่มพยายามจะ map Knob A และ B ของ Part Mix เข้ากับ Knob บน Controller ของผม
ตรง A ทำได้ครับ แต่ตรง B ไม่สามารถทำได้ พยายามเปลี่ยนที่ลาก ลากเท่าไหร่ ก็กลายเป็นควบคุมปุ่มไฟ เปิดปิดเสียง แทนที่จะเป็นหมุน Knob ความดังครับ ลองเปลี่ยนวิธีว่าคลิกขวาที่ Knob ในโปรแกรม เลือก Learn แล้วหมุึน Knob บน Controller ก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ว้าาา แย่จัง
อีกสิ่งหนึ่ง ที่คิดว่ายังขาดไป (หรือหาไม่เจอเองก็ไม่รู้) คือ Vibrato ครับ
หมวด Band ก็คล้าย ๆ เดิม ไม่ต่างจากเดิมมาก
หน้าตาก็ราว ๆ นี้ครับ (ไม่ค่อยมีอะไรให้ปรับเท่าไร)
และยังคงไม่มี Vibrato เช่นเคย เอามาโซโล่อาจจะแข็ง ๆ ครับ (เซ็งเลย)
** อ้อ ลืมบอกอีกอย่าง ผมลองเล่นเสียง E. Piano ในขณะที่เหยียบ Pedal ค้างไว้นาน ๆ แล้ว
ตัวโปรแกรมกำหนด Polyphony ไว้ที่ 32 โน้ต แต่พอผมเล่นโน้ตใกล้ถึง limit แล้วพบว่า
ไม่สามารถกดโน้ตเพิ่มได้อีก (กดไปก็ไม่มีเสียง)
ทั้ง ๆ ที่มันควรจะให้เสียงใหม่ออก แล้วไปดับโน้ตที่เก่าสุดที่เคยกดไปแทนครับ
ปล. version นี้ มีเสียง DX Piano ที่ผมตามหามานานแล้ววว เย้
พวกเสียง Drum (มีแทรก ๆ อยู่ในหลายหมวด ทั้ง Acoustic, Electronic, Drum Machine ทั้งหลาย)
นี่น่าจะเป็นการยกเครื่องใหม่เยอะสุดแล้วครับ
คราวนี้เราสามารถปรับเสียงกลองแยกเป็นใบ ๆ ได้เลย
Pan ได้เป็นตัว ๆ ว่าจะเอาเสียงไหนไว้ไหน (ถ้าขยันปรับพอ)
ย้ายคีย์ก็ได้ครับ (ถ้าไม่งง)
ตั้ง pitch กลองได้ทีละใบ เลือก effect send ได้แยกชิ้นครับ
ตัวนี้ยังไม่ได้ลองเล่นเท่าไหร่ เล่นแค่คร่าว ๆ ครับ
พวก Electronic นี้เสียงดี เล่นอยู่มือครับ
ข้อดีอีกอย่างคือ มันจะมีปุ่ม loop กลองสำเร็จรูปมาให้ ซึ่งคราวนี้ เวลาเปลี่ยนจากโน้ตนึงไปอีกโน้ต
(เปลี่ยน loop) มันจะ sync จังหวะให้ตรงกับจังหวะเดิมให้เอง
จากเดิมที่เวลากดขึ้นโน้ตใหม่ มันก็ขึ้นมาซะดื้อ ๆ เลย ทำให้ 1 2 3 4 เราผิดไปครับ
แต่ตอนนี้ตรงแล้ว
หมวด Vintage ก็ยังคงอยู่ ไม่ไปไหน พร้อมลูกเล่นให้ปรับอีกมากมาย
(แต่ยังไม่ค่อยได้ลองปรับ)
คร่าว ๆ ก็เท่านี้ครับ
ชอบใจตรงความยืดหยุ่น ที่ปรับแต่งได้มากกว่าเดิมเยอะเลย จากเดิมที่ทำได้แค่โหลด Patch
ขึ้นมาเล่นดื้อ ๆ ซะอย่างงั้น ประกอบกับ bug นิดหน่อย
แต่โอเคครับ เล่นสนุกดี
เรื่องเสียง ก็ขออนุญาตว่าไปฟังในเว็บเขาเอาละกันครับ (แต่พึงระลึกว่า เขาต้องแต่งให้มันดีเกินจริงบ้างอยู่แล้ว)
และเสียงก็คล้าย ๆ version เดิมแหละครับ ดูเหมือนสิ่งที่ใหม่คือฟังก์ชั่นการปรับแต่งที่ทำได้มากขึ้นเป็นหลัก








เอาอีกครับ พอดีผมก็พึ่งจะหัดใช้ครับ ขอบคุณครับ