Korg PS60
สำหรับ Korg PS60 ยังไม่ได้ลองเล่นนะครับ แต่อย่างที่เคยเกริ่นไว้นานแ้ล้วว่า คีย์บอร์ดตัวนี้มีข้อน่าสนใจอยู่หลายอย่าง
ในส่วนของภาคสังเคราะห์เสียง ใช้ซาวด์ EDS-i (Enhanced Definition Synthesis - integrated) ไม่ใช่ตัว EDS เหมือนพวก M50 นะครับ เป็นตัวทอนสเปคลงมา และไม่ได้ใช้ระบบ Prog/Combi เหมือนพวก X50, M50 หรือรุ่นอื่นๆ แต่ใช้เป็นแบบ Program/Performance แทน (แบบ Roland หลายๆรุ่น) สำหรับคนที่ใช้ Korg ต้องบอกว่า ลืม Oasys, M3, M50, X50, Triton ของท่านไปก่อน ตัวนี้มันมาคนละมุกกันเลย! :l2:
มี Performance มาให้ 4 Banks x 5 Performances และมี Program มาให้เพียงพอกับการใช้งานทั่วไปแน่นอน ปรุงเสียงที่พร้ิอมใช้ให้แล้ว (แต่อาจจะไม่มี Variation ให้เลือกเยอะ)
ในตัวเนื้อเสียงใน ROM ฟังแล้วอาจจะตกใจคือมันมีแค่ 135 เสียง Sample + 5 เสียง Stereo Sample (เทียบกับ X50 ที่มี Multisample = 470 และ Drumsamples อีก 517) ฉะนั้นพวก Variation ของเสียงก็ไม่มีมาให้ Alto Sax ก็มีแบบเดียว เบสมีให้ 4 เนื้อเสียง อคูสติก ใช้ปิ้ก ตบ และ Fretless ครบแล้ว ที่มีเยอะๆก็พวก Piano ซึ่งน่าตกใจว่าให้ Sample มาเยอะเกินราคาจริงๆ ปกติเขามี 2 หรือ 4 ก็จบแล้ว นี่ให้มาทั้ง Equal/Stretched และ Dampered ทั้ง Mono และ Stereo ล่อไปเป็นสิบอัน (ฟังเสียงจากในเดโม ก็โอเคอยู่นะครับ)
แต่ส่วนเสียงที่ปรุงมาให้แล้วในส่วน Program 440 เสียง ก็ถือว่าให้มาครบพอออกงานและใช้เป็นคีย์บอร์ดเอนกประสงค์ได้
ระบบ OSC และ Filter, Amp, LFO นี่ตามปกติครับ ที่น่าสนใจก็มีตัวเลือก Thickness มาด้วย ประมาณว่า ชอบหนาๆ ก็เปิดเป็น On ซะ พวก Assignable นี่ก็มีครบครับตามระบบ EDS แต่มันไม่มีที่ให้ออก เพราะตัวเครื่องไม่มี Assignable อะไรเลย (อ้อ ออก Footswitch ได้)
รุ่นนี้บังคับใช้การเลือกเสียงเป็น Category อย่างเดียว จริงๆแล้ว ลึกๆตัวเสียงยังเป็น Bank A, B, C, D แต่ว่าเราไม่สามารถเลือกเป็น A B C D ได้แล้ว เราถูกบังคับให้ใช้ระบบ Category แทน (ตัว User preset เปล่าๆ ในหมวด D ท้ายๆ จะเลือกจากเครื่องไม่ได้ ต้องไปตั้งใน Editor ก่อน) โดยแบ่งเป็น A.Piano, E.Piano, Organ, Strings, Brass, Synth ใน 6 หมวดนี้ มี IFX เป็นของตัวเองคนละอัน ยกเว้นหมวด Strings ไม่มี IFX รวมทั้งหมดเป็น 5 อัน (สรุประบบ IFX เป็น 5 IFX + 2 MFX + 1EQ แบบมีเงื่อนไข)
IFX เลือกได้จากคลัง 64 รายการ ตัว MFX1 ได้เฉพาะ Chorus/Flanger 4 รายการ ตัว MFX2 เป็น Reverb/Delay ได้ 4 รายการ (อย่างกับ Yamaha นะเนี่ย) ที่ไม่เหมือนพวกรุ่นอื่นๆก็คือ โดยปกติแล้ว Korg มันเลือก MFX จากคลังทั้งหมดได้เลย รุ่นนี้กำหนดมาให้แล้ว
สิ่งที่ต้องระวังก็คือไอ้เจ้าระบบ MFX เนี่ย มันจะยึดจาก Main Timbre มา พูดง่ายๆก็คือเสียงแรกที่ตั้งในโหมดต่างๆ และมันจะสัมพัทธ์กับปุ่มหมุนๆที่ปรับพวก Delay, EQ (ตอนแรกไม่สงสัยเหรอครับว่ามันปรับจาก MFX หรือ IFX ตัวไหน)
การซ้อนเสียงทำได้ 6 เสียง (ตามหมวดของมัน) และในทางทฤษฎีแล้วจะเป็น 12 เสียงเพราะว่ามันมีเสียงย่อยในแต่ละหมวดได้อีก (เรื่องมันยาวครับ - -") การ Split ได้แค่ 2 โซน คือ คีย์ด้านซ้ายกับคีย์ด้านขวา แต่ละด้านใช้เสียงได้ข้างละ 6
มีปุ่ม sub off ที่น่าจะมีประโยชน์ตอนเล่นสด ก็คือมันจะยกเลิกการซ้อนหรือแบ่งเสียง แล้วเลือกเป็นเสียง Main timbre มาให้ ตัวอย่างเช่น เราเล่น Split เปียโนทางซ้าย 2 ออกเทฟ และสตริงทางขวา 3 ออกเทฟ พอกด sub off ก็ทำให้เป็น สตริงหมดเลยตลอดคีย์ได้เป็นการชั่วคราว
มีปุ่ม Octave Down/Up + Transpose มาให้เลย อันนี้สำหรับวงที่เปลี่ยนคีย์ทุกวันน่าจะชอบ มีปุ่ม Rotary สำหรับ Organ โดยเฉพาะ แต่ใช้ได้เฉพาะบางเสียงของ Organ ที่มีตั้ง Rotary Effect ไว้ (แล้วจะทำเป็นปุ่มแยกทำไมครับเนี่ย ใช้ไม่ได้ตลอด)
arppegiator ไม่มีครับ มีแต่ Audition riff ซึ่งเลือกได้หลายร้อยแบบอยู่ แต่ปรับ tempo ไม่ได้ สรุปไม่ได้ใช้แน่นอน
จอสองบรรทัดอย่างนี้ ค่อนข้างไม่สะดวก ต้องอาศัยความแม่นอย่างเดียว และการ Layer หรือ Split ก็ไม่ได้ทำได้ง่ายนัก คือต้องกดสูตรพอสมควร และไม่สามารถทำด้วย 1 มือได้ทุกงาน (บางอันต้องกดสองปุ่มพร้อมกัน จริงๆถ้านิ้วแข็งแรง ก็พอแหกได้อยู่)
สำหรับคนที่จะเข้าไปตั้งค่าอะไรลึกๆ ก็ต้องทำจาก Editor เท่านั้น เพราะไปนั่งไล่ๆสองบรรทัดในหน้าจอไม่ค่อยสนุกเท่าไร พวก filter cutoff อะไรพวกนี้ไม่มีนะครับ อย่างที่บอกคือมันออกแบบมาให้เล่นโชว์อย่างเดียว
จริงๆแล้วแนวคิดในการทำ Performance Keyboard ก็ดี แต่ก่อนจะใช้แบบจริงจัง มันก็มีเงื่อนไขเยอะ และมีวิธีการต้องเรียนพอสมควร (เช่น เสียงที่ใช้ตัวแรกจะเป็นตัวกำหนด MFX/EQ)
สรุปว่าคีย์บอร์ดตัวนี้มาแนวแปลกๆครับ คือตัว EDS มันเหมือนเอามาตัดแต่งซะไม่เหลือเค้าเดิม จะว่า X50 ดีกว่าก็ไม่เชิง เพราะมันมี IFX ตัวเดียว แต่ PS60 มีมา 5 ตัว (แบบมีเงื่อนไข) X50 ปรับได้ล้านแปดและเป็นอิสระมากว่า แต่ PS60 นั้นเลือกให้เฉพาะเจาะจงมาแล้ว และน่าจะจับออกงานเล่นเพลงสามัญได้เลยด้วยซ้ำ เสียงค่อนข้างมีจำกัด แต่ผมก็เชื่อว่าเพียงพอสำหรับเพลงบางประเภทแน่นอน :)
-
2010-08-09 13:48:21 |Registered| echoes - re: แล้วถ้าเทียบกับ Juno di อะไรดีกว่าครับFuse wrote:แล้วถ้าเทียบกับ Juno di อะไรดีกว่าครับ
พอดีจะซื้อ ซักตัว2จิต2ใจอยู่ครับอขอคำชี้แนะครับ
ผมเล่นแนวอินดี้ ออกงานกลางคืน แล้วก้อในผับครับต้องบอกก่อนว่าโดย Character แล้วสองยี่ห้อนี้ก็ไม่ได้ใกล้กันครับ ผมว่าถ้าเน้นแนวเล่น เพราะๆ ใสๆ เล่นปูเป็นภาคริทึม ผมก็คงเทไป Roland
แต่ถ้าเล่นแล้ว สนุกๆ เอาเน้นดุๆ เด่นๆหน่อย (แต่ไม่ได้แรงและเด่นมากแบบ M50, X50) Ps60 น่าจะเหมาะกว่า
Juno Di มีฟังชันอื่นพวกเล่น Mp3 อะไรด้วยนะครับ คือมันมีลูกเล่นจุกจิกมากกว่า





แล้วถ้าเทียบกับ Juno di อะไรดีกว่าครับ
พอดีจะซื้อ ซักตัว2จิต2ใจอยู่ครับอขอคำชี้แนะครับ
ผมเล่นแนวอินดี้ ออกงานกลางคืน แล้วก้อในผับครับ