Patid.com Computer Music Community
ผ่านไปแล้ว
ในที่สุดการเลือกตั้งของไทยครั้งนี้ก็ผ่านไปด้วยดี(มั๊ง) ป่านนี้ก็คงจะรู้ผลกันแล้ว ว่าใครมาวินมาเพลซ ผมเองก็ไม่ได้ติดตามอะไรมากนัก ตามนโยบายของเว็บเรานั่นแหละครับ คือไม่ยุ่งกับเรื่องการเมือง
แต่ก็อยากจะติงจะเตือนเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายว่า ถึงใครจะแพ้จะชนะ ใครจะขึ้นจะลง อะไรยังไงก็ตามที พวกเราตาดำๆทั้งหลายก็ยังต้องดำเนินชีวิตกันต่อไป
ถ้าเคยเขม่น ๆใครรอบข้างที่คิดต่างจากเราในช่วงที่ผ่านมา ก็ลืมๆมันไปซะ เพราะไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นกัปตันก็ตาม พวกเราทั้งหลายก็ยังต้องโดยสารเรือลำนี้ไปด้วยกันทั้งนั้นแหละ ยิ้มให้กันแล้วก็ช่วยกันแจวช่วยกันพายไปดีกว่า
ขอให้ทุกท่านมีความสุขตามอัตภาพ ในยุคที่ข้าวของแพงบรรลัยจักรอย่างทุกวันนี้ สวัสดีครับ
ช่องทางเผยแพร่ผลงาน
ตั้งแต่มีเน็ตนี่ นักทำเพลงสบายขึ้นเยอะครับ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พอทำเพลงเสร็จ แล้วไงล่ะ ?.....ทำไงจะให้คนอื่นได้ฟังด้วย สุดท้ายก็เก็บเพลงเข้าลิ้นชัก กลับไปปิ้งลูกชิ้นต่อ แต่เดี๋ยวนี้มีช่องทางให้คุณนำเสนอผลงานได้มากมาย ให้ชาวโลกได้ชื่นชม (ว่าเข้านั่น) ยกตัวอย่างง่ายๆไม่ต้องไปไหนไกล ก็ในเว็บเรานี่แหละ เรามี "ห้องฟังเพลง" สำหรับให้สมาชิกได้เข้ามาโพสผลงานของตัวเอง หรือถ้าจะว่ากันในระดับสากล ผมก็จะยกตัวอย่าง soundcloud ซึ่งคุณเอาเพลงขึ้นไปฝากไว้ที่นั่นได้ หรือถ้าเป็นนักนิยมวิดีโอ เราก็มี Youtube ไว้เป็นที่พึ่งพา แล้วเราจะเลือกใช้อะไรดี ?
ไปเที่ยวปายกันมั๊ย
คุณ Xenon เคยแซวไว้ว่าผมเขียนแต่เรื่องไปเที่ยวโน่นนี่ จนจะกลายเป็นเว็บนำเที่ยวอยู่แล้ว และฉบับนี้ก็ไม่แคล้วว่าไปเที่ยวอีกแล้วครับพี่น้อง ไม่รู้ทำไง ไอ้ครั้นจะเขียนที่มันเป็นวิชาการรึ ความรู้ก็อัตคัตเต๊มมมที เอายังงี้แหละ ถนัด แฮ่ เมื่อวานผมไปเที่ยวปายมาครับ ไอ่โหน่งพาไป ญาติโยมที่รู้เรื่องต่างออกความเห็นกันเซ็งแซ่ว่าจะไปทำแป๊ะอะไรตอนนี้ มันไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว......ไม่รู้หละ...อยากไป กว่าจะได้ออกจากเชียงใหม่ก็ปาเข้าไปประมาณ 10 โมงเช้า คงจะถึงปายซักบ่ายโมงล่ะมั๊ง มันใช้เวลาเดินทางราวๆ 3 ชั่วโมง ระยะทางน่ะไม่ไกลหรอก แต่มันปีนขึ้นดอยตลอดทาง คุณโหน่งถามเอาไว้ก่อนแล้วว่า "ป๋าเมารถมั๊ย"......ผมบอกว่า "ไม่เมา สบายมาก" แต่ความจริงในใจนึกเสียวๆอยู่เหมือนกัน เพราะการไปเที่ยวทางไกลเนี่ย ถ้าลงว่าเมารถล่ะก็ หมดสนุกทันตาเห็น แล้วก็หวุดหวิดไปเหมือนกันครับ เส้นทางมันคดเคี้ยวอร่อยมาก ได้วิ่งตรงๆไม่เกิน 20 เมตร นอกนั้นมันมีแต่โค้งและเลี้ยว เลี้ยวแล้วโค้ง โค้งแง่งงงอยู่นั่นแหละ เฉพาะไอ้ที่โค้งแบบกลับหลังหันก็นับเป็นสิบๆเข้าไปแล้ว โค้งธรรมดาปาเข้าไปเป็นร้อย เดินทางก็ต้องเติม
เปียกแฉะโชก
เมื่อคืนนี้เชียงใหม่โดนพายุฝนกระหน่ำหนัก ตอนผมเดินออกไปหาข้าวเย็นกินประมาณ 6 โมงครึ่งมันก็ทำท่าแล้วล่ะ แต่ก็ยังอุ่นใจว่าพกร่มออกไปด้วย นั่งกินบะหมี่เกี๊ยวไปได้ไม่ถึงครึ่งชาม มันก็เริ่มต้นฝนซิมโฟนี่ คุณเอ๊ยทั้งลมทั้งฝน นั่งกินก็ไม่ได้ ต้องถือชามลุกขึ้นยืนกิน ขากลับเดินกางร่มกลับ และได้รู้ว่าถ้าฝนตกหนักและลมแรงขนาดนั้นร่มอะไรก็เอาไม่อยู่ ต่อให้ร่มเป็ปซี่ด้วยเอ้า กลับมาถึงห้องปรากฏว่า บริเวณครัวของผมเละยังกะโดนซึนามิถล่มไปหมาดๆ * คำแนะนำ: เสื้อฝนครับ...เวิคสุด ไม่หนาวด้วย * ภาพประกอบไม่เกี่ยวนะครับ แต่อารมณ์มันประมาณนั้นแหละ microsoft ซื้อ skype
Skype คืออะไร ? มันก็เป็นโปรแกรมตัวหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มของ IM(Instant messaging) โปรแกรมประเภทนี้ก็มีเยอะแยะมากมาย.... IM ที่คนไทยรู้จักกันดีในปัจจุบันก็คือ MSN หรือถ้าไล่กลับไปในอดีตเราก็คงเคยได้ยิน ICQ นอกจากนั้นก็ยังมีอีกเยอะแยะครับ yahoo messenger, google talk หรือประเภทรวมดาวยำใหญ่อย่าง Trillian IM ในยุคแรกๆก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมายนัก เป็น texting ล้วนๆ คือคุยกันไปคุยกันมาผ่านทางคีย์บอร์ด แล้วต่อมาก็ขยับขยายมากขึ้น มีการส่งไฟล์-รับไฟล์, คุยผ่านไมโครโฟน จนมาถึงปัจจุบันนี้เป็น VDO phone กันแล้วผ่านทาง webcam ในเมื่อ IM ทุกยี่ห้อก็ทำได้เหมือนๆกันหมด งั้น Microsoft จะซื้อ Skype มาทำแป๊ะอะไรตั้งแพงขนาดนี้ น่าจะมีเหตุผลอยู่หลายข้อแต่ผมก็กล่าวรวมๆก็แล้วกัน ผมแยกเป็นข้อๆไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ จริงอยู่ IM ทุกตัวทำได้พอๆกัน แต่ถ้าพูดถึงฐานผู้ใช้ที่เน้นการคุยด้วยเสียง(VOIP - Voice over IP)ล่ะก็.. Skype กินขาดหมดทุกยี่ห้อ การคุยผ่านไมโครโฟนด้วย skype นั้นค่อนข้างจะ realtime ทีเดียว ดีเลย์มีน้อยมาก และคุณภาพเสียงก็คมชัดกว่าแม้จะเป็น soundcard onboard และ headset อันละ 75 บาทก็ยังชัดแจ๋วและราบรื่น อันนี้ผมลองมาแล้วด้วยตัวเอง.... จำนวนผู้ใช้บริการด้าน VOIP ของ Skype จึงเยอะมากกว่ายี่ห้ออื่นๆอยู่หลายขุม ไม่ว่าจะเป็นคอมคุยกับคอม(ฟรี), คอมคุยกับโทรศัพท์บ้าน คอมคุยกับมือถือ(เสียตังค์นิดหน่อย ไม่แพง) อ้าว แล้ว Microsoft ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพ MSN ของตัวเองได้รึ ?..... คำตอบคือได้แน่ๆ งั้นจะลำบากเสียตังค์ไปซื้อ Skype มาทำไมล่ะ ? ...... คำตอบคือ Brand ครับ ไม่ใช่แบรนด์ซุปไก่สกัดแต่เป็นแบรนด์ที่แปลว่ายี่ห้อ... มนุษย์ส่วนใหญ่มีความจงรักภักดีกับยี่ห้ออยู่พอสมควร (Loyalty) ใครใช้ sony มันก็จะ sony อยู่นั่นแหละ ใครใช้คอลเกตก็จะคอลเกตไปนานเท่านาน ใครใช้สารพัด i ของ apple ก็จะ apple ไปตลอด....คนเรามักจะเป็นอย่างนั้น ดังนั้นไม่ว่า microsoft จะพัฒนายี่ห้อของตัวเองขึ้นมาแค่ไหนก็คงแย่งฐานลูกค้าของ skype ได้ค่อนข้างยาก สู้ทุ่มเงินซื้อมันซะเลยดีกว่า ขนหน้าแข้งแค่แปดเส้นครึ่งเอง ยังเหลืออีกเป็นร้อยเส้น ก่อนที่ยักษ์ใหญ่รายอื่นๆจะมาซื้อไปซะ เพราะก่อนนี้ก็มีข่าวแว่วๆว่า google เองก็เคยเจรจาขอซื้อ skype มาแล้วเหมือนกัน การซื้อครั้งนี้ก็นับเป็นการสกัดดาวรุ่งไปในตัว ขอยกตัวอย่างค่าบริการของ skype นิดนึง สมมุติว่าคุณจะคุยกับเพื่อนที่อยู่อเมริกา หมายถึงจะโทรไปที่เบอร์บ้านนะครับ ถ้าเป็นสมัยก่อนต้องโทรผ่านการสื่อสารแห่งประเทศไทย(กสท) ค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 30 บาทหรือ 80 บาทต่อนาที(ผมก็ชักจะเลอะเลือน) กว่าจะคุยกันจบซัดไปเป็นพันล่ะครับท่าน ลำบากไปกว่านั้นอีกคือต้องนั่งรถเมล์ไปโทรที่ไปรษณีย์กลางบางรัก เพราะโทรศัพท์มันไม่ได้มีทุกบ้านหรอกนะจ๊ะ ค่าติดตั้งมันแพง แป๊ะเจี๊ยะยิ่งโคตรแพง......แต่เดี๋ยวนี้ถ้าคอมของคุณมีโปรแกรม skype คุณโทรไปเบอร์บ้านเพื่อนที่อเมริกาด้วยค่าบริการเพียง 1.5 เซ็นต์ต่อนาที(ประมาณ 50 สตางค์) ถ้าคุยแบบคอมกับคอมก็ฟรีโลด Skype ไม่ได้มีแค่บนคอมอย่างเดียวนะครับ บนมือถือสมัยใหม่นี่ก็ลงโปรแกรม skype ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าคุณจะใช้ OS อะไร หรือแม้แต่ smart TV รุ่นใหม่ๆที่ต่อเน็ตได้ ก็ติดตั้ง skype ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ลืมเรื่องนี้..... ไม่ว่าเทคโนโลยีของการสื่อสารผ่านเน็ตจะพัฒนาไปแค่ไหนก็ตาม หัวใจสำคัญก็คือความเร็วของพาหนะ(ก็คือความเร็วเน็ตนั่นแหละ) ว่ามันจะบรรทุกเอาข้อมลข่าวสารของเราไปได้เร็วแค่ไหน บางประเทศก็มองเรื่องเน็ตรวมทั้งเรื่องการสื่อสารว่าเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่พลเมืองของเค้าควรจะได้ใช้ด้วยคุณภาพที่ดีที่สุดและราคาที่ยุติธรรมที่สุด บางประเทศก็มองเรื่องนี้ว่ามันคือบ่อเงินบ่อทองที่กรูควรจะตักตวงผลประโยชน์จากมันให้มากที่สุด เขียนมาถึงตรงนี้รู้สึกวังเวงในหัวใจยังไงชอบกล จบดีกว่า เอวัง * ทั้งหมดเขียนจากความจำ ข้อมูลอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ |









