ถ้าเจอ internal link ที่มีปัญหาคลิคแล้วตาย อ่านวิธีแก้ขั้นต้นครับ



ลิงค์หน้านี้ไปที่เฟซบุ๊คของคุณ Share
Thread Rating:
  • 1 Vote(s) - 5 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
what is jazz;
Wed-21-May-2008, 14:55, (This post was last modified: Wed-21-May-2008, 15:20 by 68128.)
#61
RE: what is jazz;
To Kijjaz

Thank you very much for everything.

แสดงว่าคุณเห็นด้วยที่ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจให้สังคมของเราในเชิงวิชาการเสียใหม่
ส่วนตัวผมมองว่า องค์ความรู้ต่าง ๆ เหล่านี้มันควรถูกอธิบายอย่างถูกต้องในเชิงวิชาการ

และอ้างอิงได้นั่นหมายถึงประสิทธิภาพการศึกษาของเรา
ไม่ใช่เพียงแค่พูดกันในวงเหล้า พอหายเมาก็ลืมหมด
ไม่งั้นเราล้าหลังสู่เพื่อนบ้านไม่ได้แน่ ๆ

เอางี้ผมเข้าเรื่องเลยดีกว่า เรื่องอื่นไว้ค่อยถยอยคุยกัน
ถามว่า jazz คืออะไร มีวิธีอธิบายหลายด้าน
ทั้งระดับ ต้น ระดับกลาง และระดับลึก
(micro, foreground, macro) เท่าที่อ่านแล้วเห็นว่ายังคุยกันในระดับ
beginner อยู่แล้วด่วนสรุป

ยังครับ จะรู้ว่าดนตรีอะไรเป็นอะไร ต้องรู้จักรากเหง้าของมันก่อนแน่นอน
ถ้าไม่เข้าใจหรือรู้จัก ดนตรีคลาสสิกย่อมอธิบายแจ๊สหรือดนตรี แนวอ่ืนมั่วแน่นอน

ส่วนดนตรี jazz นั้นต้องอธิบายทั้งทางด้าน melody, harmony และ rhythm ครับ
สามส่วนนี้แหละครับทำให้ดนตรีทั้งหลาย ไม่ว่า jazz, classic, หมอรำ, ฉ่อย ฯลฯ ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เช่น ก่อน ศตวรรษที่ 18 จะนิยมใช้ figure bass พอหลังจากนั้น
จึงหันมาใช้คอร์ดและทุวันนี้คนไม่รู้จัก figure bass เป็นต้น

งานเพลงส่วนใหญ่จะใช้พื้นฐาน chord theory ครับ
ไม่ค่อยนิยมใช่ counter point ดนตรี jazz ยุคแรก ด้าน harmony form จะเป็น
blues forms (Modal Harmony ใช้ mixolydian mode)

ต่อมามีการสร้างแบบ rhythm changes จึงมีลักษณะ II - V - I เกิดขึ้นเราเรียกว่า
song forms (Tonal Harmony) จากนั้นก็พัฒนา เป็น free form (Atonal Harmony)

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ แนะนำว่าควรฟังเพลงบลูส์ง่าย ๆ ให้รู้จักบลูส์โน้ตก่อน
อย่าเพ่ิงรีบไปฟัง Miles David, Monk ฯลฯ
เพราะยังไม่รู้จักบลูส์คนไปฟัง atonality ไม่เก่งมากไปหน่อยเหรอ
ขนาด super man ยังไม่กล้าเลย

เพราะใน atonality นั้น
มีแต่ non harmonic concept เต็มไปหมด
อยากฝากเป็นการบ้านถามว่า What is blues notes? Thanks

ปล. ขอ edit หน่อยนะครับ อ่านแล้วงง ติดกันเป็นพรืดไปหมด
หมั่นกด enter มั่งก็ดีนะครับ
Wed-21-May-2008, 15:14,
#62
RE: what is jazz;
^^; แหะๆ ... คืออย่าว่างู้นงี้เลยนะครับ...บอกตรงๆ ผมอ่านกระทู้นี้มาตั้งแต่แรก ยังไม่เข้าใจเลยครับว่า jazz คืออะไรเลยครับ?

ตอนแรก ที่ผมอ่านในกระทู้นี้...ผมก็พยายาม ทำความเข้าใจว่ามันคืออิสระทางความคิด, การพูดคุยกัน มันคือประชาธิปไตย ฯลฯ

แต่พอไปอ่านอีกกระทู้นึงที่ พูดถึงรวมโครงสร้างคอร์ด jazz ก็งงเข้าไปอีกว่า ...อ้าว???? ในเมื่อบอกว่ามันอิสระทางความคิด ฯลฯ แล้วทำไมต้องไปอิง คอร์ด หรือสูตร ด้วยหละครับ ...

ปล... อาจจะถาม งงๆ ก็...ขออภัยล่วงหน้าคร๊าบ ^^;
http://www.myspace.com/demenufacture

รู้สึกว่ารสนิยมของผมไม่ชอบกินส้มตำปูกับขนมปังครับ...แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่บางที...ถ้ามันเป็นแฟชั่นก็มีคนกินอยู่ดี

[Image: test1.gif]
Wed-21-May-2008, 18:25,
#63
RE: what is jazz;
จริงๆที่ผมพูดไปเยอะๆ ที่บอกว่า แจ๊ส คืออะไร กัน
ที่ผมพูดจะเป็นเรื่อง หัวใจ ของ แจ๊ส เยอะ
ก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่า สรุปแล้ว แจ๊สมันคืออะไร ถ้าจะพูดสั้นๆ

แต่ถ้าเรามาพูดกันถึงในเรื่อง เครื่องดนตรี เมโลดี ฮาร์โมนี จังหวะ ซาวนด์
พวกนี้ ก็เหมือนกับการศึกษาประวัติศาสตร์ ของคนที่เรียกกันว่า คนแจ๊ส
หรืองานดนตรี ที่คนเรียกกันว่า งานแจ๊ส

ดังนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องขัดอะไรกัน
แต่เป็นคนละมุมของคำว่า แจ๊ส ในแบบที่ท่าน jazzyshine บอก คือ
มองในมุมไหน ลึก กลาง หรือกว้าง

อีกอย่างก็คือ เป็นเรื่องของคำว่า "แจ๊ส" ที่คนเรียกกันด้วย
เวลามีคำที่เป็น แนวดนตรี ในคนส่วนใหญ่ ก็มักจะเอาไปเชื่อมโยง กับ เสียง หรือน้ำเสียง ในแบบๆหนึ่ง

เช่น ทำไมมีคนเรียกกันว่า เมโลดี้แบบ บลูส์ แบบแจ๊ส
คอร์ดแจ๊ส
จังหวะต่างๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกเป็นแจ๊ส
เครื่องดนตรีที่เล่นแล้วรู้สึกเป็นแจ๊ส ฯลฯ

อันนี้ก็คือสิ่งที่คนเอาไปเชื่อมโยงกับคำว่า แจ๊ส
ซึ่งเอามาพูดถึงกัน ก็ไม่ได้ผิดอะไร มัน เกี่ยวข้อง กับ แจ๊ส
แม้ไม่ใช่ตัว "หัวใจ" ของแจ๊ส แต่ "เกี่ยวข้อง" กับ แจ๊ส
- - -

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

ที่ผมพูดถึง แก่น หรือหัวใจ ของ แจ๊ส
ก็จะพูดถึงในลักษณะของ เป็นประสบการณ์ ที่ได้จากการ ฟัง และการเล่น แจ๊ส
หรือไปจนถึง แนวคิด ที่ทำให้พร้อมที่จะเปิดรับ เข้าใจ และสนุกไปกับศิลปะแนวทางที่เรียกกันว่า แจ๊ส

ส่วนเรื่อง เสียงที่เกิดจากวงการแจ๊ส ก็คือ เมโลดี้ ฮาร์โมนี คอร์ด จังหวะ ซาวนด์ นั้น
ก็เป็นเรื่องที่น่าเอามาคุยกัน
แล้วผมก็สนับสนุนให้เอามาคุยกันด้วย
แต่ว่า ให้มองในมุมของ ประวัติศาสตร์ ทฤษฎี และการนำมาใช้งาน จะเป็นเรื่องดี
ถ้ากลายเป็นการไปสรุปว่า "แจ๊ส ต้อง เป็นเสียงแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น ถึงจะเป็นแจ๊ส"
จะทำให้เข้าใจผิดกัน

ขนาดศิลปินแจ๊ส ก็ยังเลือกวิธีการทำงาน ในแบบที่ต่างกัน
เช่น Keith Jarrett ก็เคยเล่น Piano, Electric Piano (Rhodes) กับ Miles Davis
ในยุคที่ Miles Davis เริ่มผสมผสานดนตรีไฟฟ้า เครื่องดนตรี Electronic มากับงาน แจ๊สเยอะๆ
แต่สุดท้าย Keith ก็ ไม่ไหว ขอลา ไปเล่นเครื่อง Acoustic
เป็นเพราะการทำงาน หรือความชอบ ความสนใจ ไม่เหมือนกัน
แต่ทั้งสองฝั่งก็ล้วนทำงาน Jazz ทั้งนั้น

คราวนี้เนี่ย ผมมีเรื่องที่ยังไม่เห็นด้วยกับท่าน jazzyshine
ก็คือ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มศึกษาจาก blues หรืออะไรที่เห็นว่า ต้องง่ายๆก่อนก็ได้
จะเริ่มจากอะไรก็ได้ แต่โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ ก็จะสามารถเริ่มเข้าใจได้ง่ายกว่า
ถ้าเริ่มจากอะไรที่ใกล้กับประสบการณ์เดิมที่ตัวเองเคยมี

ซึ่งวงการ jazz ก็มีผลงานออกมาหลากหลาย มีแนวทางหลายอย่าง
ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเริ่มแนะนำให้ศึกษาจากจุดไหนก่อน
Blues, Dixieland, Swing, Bebop, Free Jazz, Avant-garde, Free Jazz, Fusion Jazz (Jazz-Rock Fusion)
Bossanova, งาน Jazz ที่ฟัง Popๆ เช่นงานที่มีนักร้องที่ฟังไม่ยาก ฯลฯ
เหล่านี้เนี่ย แม้บางอันอาจจะ ยาก กว่าสำหรับบางคน
แต่ก็สามารถเอามาแนะนำกันก่อน แล้วใครเริ่มเข้าใจอันไหนได้เร็ว หรือสบายใจที่จะฟัง
ก็ให้เริ่มศึกษาได้
- - -

ขอมาต่อเรื่อง การฝึกฝนครับ

ถ้าจะศึกษาในเชิงว่า การเล่น หรือการแต่ง เพลง แจ๊ส
ก็ไปดูเป็นสไตล์ เป็นเพลง เป็นเครื่องๆดนตรีไป

ถ้าเริ่มต้นจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบฝึกกัน
ก็คือฝึกจากพวก standard jazz, blues
อันนี้ก็อยากให้เริ่มจากการฝึกเล่นเพลง ก็เริ่มจากเพลงที่เราเองชื่นชอบก่อนก็ได้
ถ้ามีโอกาส ลองแกะเอาคร่าวๆจากแผ่น แล้วลองเล่นในแบบของตัวเองบ้าง
เล่นไปร้องไป สนุกๆก่อนก็ได้

แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนๆหลายๆคน ก็อาจจะมีโน้ตที่เป็น standard ที่เป็นที่ยอมรับกัน
ว่าเอาไว้ reference กับเวอร์ชั่นที่มีชื่อเสียง ก็หาโน้ตพวก Real Book, Fake Book มา
หรือถ้าไม่มีก็เขียนกันขึ้นมาเองจากเพลงที่แกะก็ได้

ถ้าเริ่มต้นฝึกกันในขั้นนี้ แนวทางที่น่าสนุกก็คือ ฝึกเล่นเพลงที่เราอยากเล่นนั้น
เล่น melody ให้ได้ แล้วก็ฝึกผลัดกันโซโล่ เช่น มีคนช่วยเล่นคุม คอร์ด จังหวะ
แล้วผลัดกัน โซโล่ หรือ trade กัน (ดวลสลับกัน) ก็ได้

ก่อนที่จะไปรู้ถึงทฤษฎีเช่นพวก สเกล โหมด โน้ตในคอร์ด ฯลฯ
ผมแนะนำว่า ควรจะเข้าถึงการเล่นแจ๊ส ด้วยวิธีนี้ก่อน คือวิธีการได้เล่นกันจริงๆ
มีโครงเพลงที่เราจำได้ เอาไว้เล่นวนแล้วแจมกัน เล่นกันไป ฟังกันไป แบบนี้
ถ้ามีโอกาสได้ทำแบบนี้กับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าก็ดีไปอีกแบบ
เช่น มีโอกาสก็ลองไปแจมที่ผับ หรือแจมกับคนที่เล่นอยู่แล้วประจำ
บอกขอแจมเพลงแบบ ไม่ยากมากก่อนก็ได้

ทำแบบนี้แล้วมีโอกาส เข้าถึง แก่นของ แจ๊ส ได้สบายครับ
เริ่มต้นจากการทำให้สนุก ก่อน
- - -

พอผมพูดแบบนี้ อย่าเพิ่งถือวิธีที่บอกเป็น "พื้นฐาน" นะ
เพราะว่า วิธีการฝึกมันมีมากมาย แต่ละคนสามารถไปได้หลายทาง
แต่ที่แนะนำคือวิธีการที่ ถ้าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก็ลองแบบนี้ดูก่อน
คือ ได้ประโยชน์ในทาง popๆ ดี เอามาทำให้เป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย ได้

ไว้หาโอกาสมาเจาะเรื่องเกี่ยวกับ melody - harmony - rhythm - sound ของ jazz กันในโอกาสหน้าครับ 55
นักดนตรี สร้างเสียงรบกวน เพื่อความสงบ
Fri-23-May-2008, 15:28, (This post was last modified: Fri-23-May-2008, 18:10 by 68128.)
#64
RE: what is jazz;
สวัสดีครับ
ผมสนใจส่ิงท่ีคุณพูดอยู่สองคำ คือ เล่นให้สนุก และคำว่าแก่นของ jazz
เล่นให้สนุกนะมันเล่นอย่างไรละครับ เพราะ jazz นะไม่ใช้ joke
แล้วจะเล่นอะไรละ และเล่นอย่างไรละ

อีกคำหนึ่งคือแก่นของ jazz ที่ผมเกริ่นไว้คราวท่ีแล้ว
และมีคำถามด้วย คือ การเล่น jazz นะต้องเริ่มท่ี BLUES ก่อน ไ
ม่ใช้ keith jarrett หรือ miles david
เพราะ blues เป็นแก่นของการเร่ิมเล่น jazz มหาวิทยาลัยดังทั่วโลก ก็สอนกันให้เริ่มที่ blues

ผมด่าเพ่ือนผมท่ีมันเริ่มเล่น jazz โดยเอา real book มาเปิดแล้วเล่นกัน
เพราะว่ามันไม่หมูนะครับ แต่ถ้าจะลุยละก็ได้ซึ่งผมเห็นอยู่เต็มบ้านเรา
พวกชอบลุย รู้จัก mode ไม่กี่ mode ก็อวดเก่งกันแล้ว
ขอให้มือไว ๆ หน่อย เล่นให้เร็วปานประดุจจรวด F16
โฮ... ยกนิ้วบอกว่าเก่ง พอถามว่าเล่นอะไรออกไป กับตอบมั่ว ๆ ข้าง ๆ คู ๆ เหมือนหนูขี้เมา

การเร่ิมเล่นโดยเปิด real book นะมันไม่ใช่พื้นฐานนะครับ
เพราะมันมีรายละเอียดเยอะ

อย่างเช่น ในเพลง stella by star light
นะมีคอร์ด G+ เราจะทำอย่างไร อย่างท่ีคุณว่าก็เล่นให้มันสนุกซิ เอ้าเล่นอะไรละ
ส่วนใหญ่ก็นิยมใช้ Whole tone scale กัน ใช้อย่างไรละ
มันมีรูปแบบของมัน คนที่รู้จริงถึงจะใช้ได้ถูกต้อง
แต่จริง ๆ แล้วยังมี line เด็ด ๆ อีกมาก วันหลังจะถยอยเล่าให้ฟังกัน

กลับมาที่ blues คุณคงคิดว่าสบายมากเล่นมาจนเบื่อแล้ว ไ
ม่เห็นมีอะไร ขอโทษ blues ผมว่า ไม่ใช่ BB King หรือ Eric Clapton
เพราะพวกนี่้เรียกว่า original blues อยากถามว่า blues มีกี่ชนิด คิดไม่ออกละซิ

นอกจาก original blues ทีใครก็เล่นเป็น
ยังมี Modal Blues, Bebob Blues(Parker's Blues)
Contemporary Blues ฯลฯ

เหล่านี้แหละมันคือ Blues Jazz ครับ ส่วนใหญ่เวลาบรรเลงเพลง Blues
เราจะนิยมใช้ Blues scales แต่ถ้าเล่นในบริบทของ jazz
คุณสามารถใช้ mode อ่ืน ๆ เช่น mixolydian, harmonic- major,
blues scale ที่เป็นคู่ 6 เช่น C7 สามารถใช้ C blues scale
และ A blues scale ได้

นอกจากนี้ คุณเคยใช้ melodic minor รึเปล่า มันสุดยอดเลยครับ
ท้ายนี้อยากบอกว่า ดนตรี jazz นะมันอิสระก็จริง
ขึ้นอยู่กับตัวคุณ แต่คุณต้องรู้อย่างดีว่าคุณจะทำอะไร
ไม่ใช้สักแต่ว่าให้มันสนุก
เพราะมมันคือ jazz ไม่ใช่ joke พบกันใหม่ 55555....


kijjaz Wrote:จริงๆที่ผมพูดไปเยอะๆ ที่บอกว่า แจ๊ส คืออะไร กัน
ที่ผมพูดจะเป็นเรื่อง หัวใจ ของ แจ๊ส เยอะ
ก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่า สรุปแล้ว แจ๊สมันคืออะไร ถ้าจะพูดสั้นๆ

แต่ถ้าเรามาพูดกันถึงในเรื่อง เครื่องดนตรี เมโลดี ฮาร์โมนี จังหวะ ซาวนด์
พวกนี้ ก็เหมือนกับการศึกษาประวัติศาสตร์ ของคนที่เรียกกันว่า คนแจ๊ส
หรืองานดนตรี ที่คนเรียกกันว่า งานแจ๊ส

ดังนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องขัดอะไรกัน
แต่เป็นคนละมุมของคำว่า แจ๊ส ในแบบที่ท่าน jazzyshine บอก คือ
มองในมุมไหน ลึก กลาง หรือกว้าง

อีกอย่างก็คือ เป็นเรื่องของคำว่า "แจ๊ส" ที่คนเรียกกันด้วย
เวลามีคำที่เป็น แนวดนตรี ในคนส่วนใหญ่ ก็มักจะเอาไปเชื่อมโยง กับ เสียง หรือน้ำเสียง ในแบบๆหนึ่ง

เช่น ทำไมมีคนเรียกกันว่า เมโลดี้แบบ บลูส์ แบบแจ๊ส
คอร์ดแจ๊ส
จังหวะต่างๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกเป็นแจ๊ส
เครื่องดนตรีที่เล่นแล้วรู้สึกเป็นแจ๊ส ฯลฯ

อันนี้ก็คือสิ่งที่คนเอาไปเชื่อมโยงกับคำว่า แจ๊ส
ซึ่งเอามาพูดถึงกัน ก็ไม่ได้ผิดอะไร มัน เกี่ยวข้อง กับ แจ๊ส
แม้ไม่ใช่ตัว "หัวใจ" ของแจ๊ส แต่ "เกี่ยวข้อง" กับ แจ๊ส
- - -

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

ที่ผมพูดถึง แก่น หรือหัวใจ ของ แจ๊ส
ก็จะพูดถึงในลักษณะของ เป็นประสบการณ์ ที่ได้จากการ ฟัง และการเล่น แจ๊ส
หรือไปจนถึง แนวคิด ที่ทำให้พร้อมที่จะเปิดรับ เข้าใจ และสนุกไปกับศิลปะแนวทางที่เรียกกันว่า แจ๊ส

ส่วนเรื่อง เสียงที่เกิดจากวงการแจ๊ส ก็คือ เมโลดี้ ฮาร์โมนี คอร์ด จังหวะ ซาวนด์ นั้น
ก็เป็นเรื่องที่น่าเอามาคุยกัน
แล้วผมก็สนับสนุนให้เอามาคุยกันด้วย
แต่ว่า ให้มองในมุมของ ประวัติศาสตร์ ทฤษฎี และการนำมาใช้งาน จะเป็นเรื่องดี
ถ้ากลายเป็นการไปสรุปว่า "แจ๊ส ต้อง เป็นเสียงแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น ถึงจะเป็นแจ๊ส"
จะทำให้เข้าใจผิดกัน

ขนาดศิลปินแจ๊ส ก็ยังเลือกวิธีการทำงาน ในแบบที่ต่างกัน
เช่น Keith Jarrett ก็เคยเล่น Piano, Electric Piano (Rhodes) กับ Miles Davis
ในยุคที่ Miles Davis เริ่มผสมผสานดนตรีไฟฟ้า เครื่องดนตรี Electronic มากับงาน แจ๊สเยอะๆ
แต่สุดท้าย Keith ก็ ไม่ไหว ขอลา ไปเล่นเครื่อง Acoustic
เป็นเพราะการทำงาน หรือความชอบ ความสนใจ ไม่เหมือนกัน
แต่ทั้งสองฝั่งก็ล้วนทำงาน Jazz ทั้งนั้น

คราวนี้เนี่ย ผมมีเรื่องที่ยังไม่เห็นด้วยกับท่าน jazzyshine
ก็คือ จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นต้องเริ่มศึกษาจาก blues หรืออะไรที่เห็นว่า ต้องง่ายๆก่อนก็ได้
จะเริ่มจากอะไรก็ได้ แต่โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่ ก็จะสามารถเริ่มเข้าใจได้ง่ายกว่า
ถ้าเริ่มจากอะไรที่ใกล้กับประสบการณ์เดิมที่ตัวเองเคยมี

ซึ่งวงการ jazz ก็มีผลงานออกมาหลากหลาย มีแนวทางหลายอย่าง
ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะเริ่มแนะนำให้ศึกษาจากจุดไหนก่อน
Blues, Dixieland, Swing, Bebop, Free Jazz, Avant-garde, Free Jazz, Fusion Jazz (Jazz-Rock Fusion)
Bossanova, งาน Jazz ที่ฟัง Popๆ เช่นงานที่มีนักร้องที่ฟังไม่ยาก ฯลฯ
เหล่านี้เนี่ย แม้บางอันอาจจะ ยาก กว่าสำหรับบางคน
แต่ก็สามารถเอามาแนะนำกันก่อน แล้วใครเริ่มเข้าใจอันไหนได้เร็ว หรือสบายใจที่จะฟัง
ก็ให้เริ่มศึกษาได้
- - -

ขอมาต่อเรื่อง การฝึกฝนครับ

ถ้าจะศึกษาในเชิงว่า การเล่น หรือการแต่ง เพลง แจ๊ส
ก็ไปดูเป็นสไตล์ เป็นเพลง เป็นเครื่องๆดนตรีไป

ถ้าเริ่มต้นจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่ชอบฝึกกัน
ก็คือฝึกจากพวก standard jazz, blues
อันนี้ก็อยากให้เริ่มจากการฝึกเล่นเพลง ก็เริ่มจากเพลงที่เราเองชื่นชอบก่อนก็ได้
ถ้ามีโอกาส ลองแกะเอาคร่าวๆจากแผ่น แล้วลองเล่นในแบบของตัวเองบ้าง
เล่นไปร้องไป สนุกๆก่อนก็ได้

แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนๆหลายๆคน ก็อาจจะมีโน้ตที่เป็น standard ที่เป็นที่ยอมรับกัน
ว่าเอาไว้ reference กับเวอร์ชั่นที่มีชื่อเสียง ก็หาโน้ตพวก Real Book, Fake Book มา
หรือถ้าไม่มีก็เขียนกันขึ้นมาเองจากเพลงที่แกะก็ได้

ถ้าเริ่มต้นฝึกกันในขั้นนี้ แนวทางที่น่าสนุกก็คือ ฝึกเล่นเพลงที่เราอยากเล่นนั้น
เล่น melody ให้ได้ แล้วก็ฝึกผลัดกันโซโล่ เช่น มีคนช่วยเล่นคุม คอร์ด จังหวะ
แล้วผลัดกัน โซโล่ หรือ trade กัน (ดวลสลับกัน) ก็ได้

ก่อนที่จะไปรู้ถึงทฤษฎีเช่นพวก สเกล โหมด โน้ตในคอร์ด ฯลฯ
ผมแนะนำว่า ควรจะเข้าถึงการเล่นแจ๊ส ด้วยวิธีนี้ก่อน คือวิธีการได้เล่นกันจริงๆ
มีโครงเพลงที่เราจำได้ เอาไว้เล่นวนแล้วแจมกัน เล่นกันไป ฟังกันไป แบบนี้
ถ้ามีโอกาสได้ทำแบบนี้กับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าก็ดีไปอีกแบบ
เช่น มีโอกาสก็ลองไปแจมที่ผับ หรือแจมกับคนที่เล่นอยู่แล้วประจำ
บอกขอแจมเพลงแบบ ไม่ยากมากก่อนก็ได้

ทำแบบนี้แล้วมีโอกาส เข้าถึง แก่นของ แจ๊ส ได้สบายครับ
เริ่มต้นจากการทำให้สนุก ก่อน
- - -

พอผมพูดแบบนี้ อย่าเพิ่งถือวิธีที่บอกเป็น "พื้นฐาน" นะ
เพราะว่า วิธีการฝึกมันมีมากมาย แต่ละคนสามารถไปได้หลายทาง
แต่ที่แนะนำคือวิธีการที่ ถ้าไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก็ลองแบบนี้ดูก่อน
คือ ได้ประโยชน์ในทาง popๆ ดี เอามาทำให้เป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย ได้

ไว้หาโอกาสมาเจาะเรื่องเกี่ยวกับ melody - harmony - rhythm - sound ของ jazz กันในโอกาสหน้าครับ 55
Fri-23-May-2008, 17:17,
#65
RE: what is jazz;
คนละมุมสองมุม เอาอีกครับกว้างดี มันส์ดี
จะรอติดตามนะครับ
Sat-24-May-2008, 11:58,
#66
RE: what is jazz;
ขอบใจที่ส่งแรงเชียร์ รับรองว่ามันส์แน่ ๆ ผมคิดว่า การท่ีมี hot issue แบบนี้มันสร้างปัญญาครับ
และช่วยสร้างองค์ความรู้ให้กับประชากรของชาติเรา ไม่ต้องไตามข้ีปากฝรั่งเขา พวกมันนะกอบโกยเอาปัญญาของเราไปเยอะ บานตะเกียง อย่างไรก็อย่าไปกระดกก้นมันมาก เราก็เป็นคนเหมือนมันนะแหละ
คิดเป็น ทำเองเป็น ยิ่งตอนนี้ต้องมาง้อขอซื้อข้าวเรา ฮิ ฮิ ผมเคยโดนเพื่อนฝรั่งด่าว่าทำไมต้องไปยก
ย่องเขาจนเป็นเทวดา มันบอกผมว่าคิดก็เป็นคนเก่งได้ สมองก็ดี ผมหน้าแตก.....นอกเรื่องไปหน่อย
เพราะอยู่พักชาตินิยม คุณทราบไหมว่าการจะเริ่มต้นอะไร มันต้องเริ่มจากสิ่งที่ง่าย ๆ ไม่มีใครในโลกนี้สามารถปลูกต้นไม้แล้วมันก็มีผลสุกให้เรากินในบบัดดลเลย มายากล (แหกตา) ต้องเริ่มจากค่อย ๆ เพาะเมล็ด รดนำ้ พรวนดิน ไปบังคับบัญชามันก็ไม่ได้ ต้องตามใจมัน
เข้าเร่ือง blues ต่อดีกว่า ผมจะเล่าไม่ยาว ที่บอกว่า original blues นะยังแบ่งออกเป็น major blues และ minor blues ส่วน modal blues ยังแบ่งเป็น dorian blues, phrygian blues
mixolydian blues (suspend), พวก contemporary blues ก็มี variation ของมันครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นส่วนที่เราเรียกว่าโครงสร้างด้าน harmony ของ blues ล้วน ๆ เลย
ยังไม่เกี่ยวเรื่อง Melodic concept อยากเล่าว่ามี มหาวิทยาลัยดังในบางกอกกำหนดให้นักเรียน
สอบเข้าเรียนดนตรี jazz เล่นเพลง water melon man เป็น bossa และให้เลือกอีก
1 เพลงท่ีเป็น blues มันว่ิงโล่มาถามว่าหมายความว่าอะไร "ก็เล่น blues 2 เพลงไง ส่วนเพลง
water melon man ให้เล่นเป็น bossa" มันพยักน่าแบบงง ๆ แล้วเดินจากไป ก็ไม่ให้งงได้ไง
เพราะเพลง water melon man มันเป็น "Major Blues" แบบ 16 bars โดยมี harmony back
ground เป็น Ostinato ไม่ใช่ Bossa ครับ 555..10 'till we meet again.

t.jueng Wrote:คนละมุมสองมุม เอาอีกครับกว้างดี มันส์ดี
จะรอติดตามนะครับ
Sat-24-May-2008, 12:16,
#67
RE: what is jazz;
คุณคิดดีจัง
ทุกวันนี้เราทำอยู่แล้วคือการใช้ระยะเวลา(time) เป็นตัวกำหนด แต่ระหว่างทางนั้นมีคอร์ด
โปรเกรสชั่น ดำเนินอยู่เราเลยไม่รู้สึกอะไร แต่มีศิลปินทำอย่างท่ีคุณว่าคือ เริ่มบรรเลงก็จับเวลา
นัดกันว่า 5 หรือ 10 นาทีแล้วค่อยเจอกันนะ หลุดออกไปแล้วแต่จินตนาการของใคร ถึงเวลา
ก็กลับมาเจอกัน มันสนุกไปอีกแบบ แต่วิธีการนี้ มันมีอยู่ในดนตรีทุกแนวของไทย เขมร ญวน
ฯลฯ ไม่ใช่เฉพาะ jazz ครับ

ek_niam Wrote:
kijjaz Wrote:การที่ดู jazz มันมีความหลากหลายในการใช้สิ่งต่างๆผสมผสาน
ไม่จำเป็นว่า ผู้เล่น ผู้แต่ง จะต้องใช้ทฤษฎีมากมายกับตรงนั้น
แต่สามารถมาจากการผสมผสาน สิ่งต่างๆ เข้าไปกับงานเพลงนั้น

ประเด็นตรงนี้ก็คือ มันเป็นการรวมกันของหลากหลายวัฒนธรรมจากทั่วโลก
มันเป็นเหมือนที่ที่ วัฒนธรรมและแนวคิดต่างๆ พยายามปรับเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันให้ได้

ถ้ามองเข้าไปที่แก่นของ jazz จึงเป็นเรื่องของการที่ ความคิดเห็นที่แตกต่าง
พยายามปรับเข้าหากัน เพื่ออยู่รอดด้วยกันได้

งั้นถ้าเราทำจังหวะสักจังหวะนึง โดยกำหนดความยาวประมาณ 5 นาที แล้วโยนให้คนอื่นใส่ลายดนตรีคนละชิ้นไปเรื่่อยๆ ต่อๆกันโดยจังหวะและท่วงทำนองอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความถนัดของแต่ละคนเพื่อให้ง่ายต่อการแต่งถือเป็น Jazz ป่ะครับ
Sat-24-May-2008, 14:24,
#68
RE: what is jazz;
ขี้เกียจ edit ละ ว่ากันไปเรื่อยๆแล้วกัน ฮ่า....
Sun-25-May-2008, 14:05,
#69
RE: what is jazz;
อ่านทฤษฏี อ้างอิงเยอะๆแบบนี้ ตอนแรกผมว่ามีงานมีการทำจะไปหาเรียนดนตรีเพิ่ม
พอมาตอนนี้ เริ่มลังเลแล้วครับ ว่าจะศึกษาต่อหนักขนาดนี้ไหวรึเปล่า T-T

ป.ล.มีประโยชน์นะครับทั้งหมดเลย แต่ผมพื้นฐานอ่อนยวบยาบเลยตามไม่ค่อยทันเลยสงสัยนิดนึงว่า
เวลาเล่นนี่ปกติแล้ว คิดรึเปล่าครับว่าโน้ต ต่อไปจะเล่นตัวไหนเสียงอะไร หรือว่า ปล่อยมันออกมาตามความเคยชิน?

ยังไงก็ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ เพราะผมจะได้เก็บเกี่ยวไปใช้ในการทำงาน อิๆ
Sun-25-May-2008, 14:33, (This post was last modified: Sun-25-May-2008, 14:52 by kijjaz.)
#70
RE: what is jazz;
kijjaz to jazzyshine:
เล่นให้ สนุก ไม่ได้หมายถึง เล่นโดยไม่ใส่ใจ หรือเล่นเป็นเรื่องตลกไปวันๆครับ

ที่ผมบอกว่า เล่นให้สนุก ในที่นี้ หมายถึง
ไม่ต้องคิดมาก อย่าเครียด จะได้ทุ่มเทกับการ ฝึกฝน และการ ฟัง ได้
ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการฝึกฝน

เนื่องจากเป็นปัญหาหลักเลยของคนที่ฝึกฝนมากมาย
คือ คิดมาก ไม่แน่ใจ สงสัย
สงสัยว่าทำถูกหรือเปล่า ทำดีหรือเปล่า
สงสัยว่า ทำได้หรือไม่

การสามารถทำให้สนุก สนุกกับการเล่น และฝึกฝนดนตรีได้
ก็คือการทำมันได้โดยตัดความสงสัย ความกลัว ออกไป
แล้วก็พร้อมที่จะ ฟัง และถ่ายทอด ดนตรี

jazzyshine:
เพราะ blues เป็นแก่นของการเร่ิมเล่น jazz มหาวิทยาลัยดังทั่วโลก ก็สอนกันให้เริ่มที่ blues

kijjaz:
นี่ล่ะครับ ปัญหาส่วนหนึ่งที่ผมเห็นในโลกเหมือนกัน
ไม่ได้หมายถึงว่า ปัญหาคือการเริ่มสอนกันที่ blues นะ

แต่ปัญหาก็คือ การที่คนไปยอมรับว่า ถ้าจะเป็นวิชานี้ๆๆ
ต้องรู้พื้นฐานนี้ๆๆ ก่อนเท่านั้น
เรียกได้ว่าเป็นปัญหาของการศึกษาของโลกเลยทีเดียว

สิ่งที่เราเห็นการศึกษาวิชาต่างๆ เขาเริ่มสอนกันในลักษณะเป็น "พื้นฐาน"
เราก็ควรจะดูกันก่อนว่า เป็นพื้นฐานในมุมไหน
เช่น ถ้าจะเล่น jazz แต่ไม่เคยฝึกฝน หรือผ่านสำเนียง blues มาเลย จะเล่นได้ไหม?
มีปัญหาอะไรไหม?
คำตอบก็คือ เล่นได้ ไม่มีปัญหา
แล้วแต่ว่าใครจะเอาอะไรมาผสมผสานกับการเล่น การแต่ง
เรื่อง blues จึงไม่ใช่ แก่น หรือหัวใจ ของ jazz (แม้คนจะพูดกันติดปากบ้างก็ตาม)
- - -

รวมๆแล้วผมมองว่า ปัญหาของการศึกษาในประเด็นนี้ก็คือ
การไปเน้นอยู่ที่ "ความรู้" และ "การศึกษา" มากเกินไป
จนบดบังโอกาสที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์โดยตรง

ซึ่งสิ่งที่ควรจะเน้น คือ "ความรู้สึก" และ "การเป็นอยู่"
เช่น การสัมผัสกับความรู้สึกของการเล่น jazz
และการเป็นอยู่ด้วยแนวคิดของการเล่นแบบ jazz
ซึ่งเรื่องพวกนี้ ล้วนเป็นเรื่องประสบการณ์ของแต่ละคนที่ต้องไปสังเกตดู
แม้พยายามเอามาเล่าให้ฟังกันมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถถ่ายทอดได้
เพราะถ้าพูดกันเป็นคำพูด เป็นภาษาแล้ว
ก็ล้วนยังอยู่ในข่ายของ "ความรู้" และ "การศึกษา" เท่านั้น
- - -

doubleb: เวลาเล่นนี่ปกติแล้ว คิดรึเปล่าครับว่าโน้ต ต่อไปจะเล่นตัวไหนเสียงอะไร หรือว่า ปล่อยมันออกมาตามความเคยชิน?

kijjaz: มันมีได้หลายกรณีด้วยครับ
ถ้าลองสังเกตตัวเองดูก็จะเห็นว่า แต่ละครั้งแต่ละช่วงที่เราเล่นๆ
ก็อาจจะมีหลายแบบด้วยกัน
- คิด ว่าจะเล่นอะไร
- เล่นไปตามความเคยชิน
- ปล่อยตัวเองไปตามสถานการณ์ แม้จะเล่นสิ่งที่ไม่เคยชิน

ทั้งนี้ ผมขอเน้นย้ำก่อนว่า ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ที่สำคัญก็คือ
ให้ตั้งใจฟัง
ไม่ว่าจะเล่นแบบไหน พยายามอย่าให้การฟัง ขาดหายไป
แต่มีการเล่น ในแบบที่ การฟัง (ความสงบ) จะถูกรบกวนได้น้อยที่สุด

- การที่ คิด ว่าจะเล่นอะไร
อันนี้ เหมือนเป็นการเล่นโดยมีการใช้ความรู้ มีการวิเคราะห์ มีการวางแผน
ดูเหมือนจะดี เพราะว่าสามารถใช้ความรู้ต่างๆในการพลิกแพลงได้
แต่ ที่อันตรายคือ "ความคิด" เป็นอุปสรรค ต่อการฟัง และการปลดปล่อย
ถ้าเล่นโดยการคิดไปด้วย มากเกินไป ก็จะเกิดความตันมากขึ้น ไม่ปลดปล่อย ไม่ลื่น
ถ้าจำเป็นต้องคิด ก็ไม่ต้องคิดมาก ทำเพื่อเป็นการวางแผนอะไรนิดหน่อยก็พอ
เช่น คิดพอให้ตัวเองรู้ว่า เราต้องเล่นมากน้อย สั้นยาว ขนาดไหน บอกกับตัวเองไว้ก็พอ
หลังจากนั้นก็ไม่ต้องเก็บเอามาคิดซ้ำๆ

- เล่นไปตามความเคยชิน
อันนี้จะมาจากการฝึกฝน ทั้งฝึกฟังฝึกเล่น ฝึกมือ ฯลฯ
การปล่อยไปตามความเคยชิน อาจจะไม่ต้องใช้ความคิดเล่นก็ได้
คือปล่อยให้ร่างกายมันไหลไปเอง

ดูเหมือนจะดี เหมือนกัน เพราะว่าอะไรที่ฝึกผ่านมาแล้ว ก็ใช้ออกมาได้อย่างราบรื่น
แต่จุดด้อยก็คือ ความไม่ยืดหยุ่น
เพราะว่า ในสถานการณ์แบบ jazz (หรือสถานการณ์อื่นๆก็ตาม)
สิ่งต่างๆรอบตัว มันพร้อมจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
คนเล่นอื่นๆ ตัวเรา คนดู ฯลฯ
ล้วนมีอะไรที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ เกิดขึ้นได้
โดยเฉพาะ "ความคิดสร้างสรรค์" ของเราเอง
แม้ตัวเราเอง คิดเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทันกับความรวดเร็ว ของความคิดสร้างสรรค์ได้

- ปล่อยตัวเองไปตามสถานการณ์ แม้จะเล่นสิ่งที่ไม่เคยชิน
วิธีนี้ ก็คือการปิดทั้งสองข้อที่เพิ่งพูดไปทั้งหมด
ปิดความคิดลง
ปิดความเคยชินลง
แล้วปล่อยตัวให้ไหลไปกับสถานการณ์
วิธีการนี้ เราจะทำสิ่งที่แม้เราเองเราก็คาดไม่ถึง
เหมือนเป็นการต่อท่อ ระหว่าง สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว กับความคิดสร้างสรรค์
เหมือนเป็นการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์
เป็นจุดที่ไม่มีความคิด และไม่มีความเคยชิน
มีแต่ความรู้สึก
- - -

ที่ผมพูดถ้าอ่านๆดูอาจจะดูแปลกประหลาดพิสดาร
แต่จริงๆแล้วทุกๆคนล้วนเคยเจอกับประสบการณ์เหล่านี้ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะ สั้น ยาว ขนาดไหน อาจจะไม่ทันสังเกตบ้าง หรือสังเกตบ้าง
ก็จะเคยเห็นว่า ตัวเองกำลังเล่นอยู่ในอาการไหน

แต่ละวิธีการค่อนข้างจะ "โอเค" ทั้งนั้น
คือใช้ได้ ลองทำดูได้
แต่ที่ผมอยากนำเสนอ ก็คือการที่เราจะสามารถรู้จักกระบวนการปลดปล่อย
ปล่อยใจเป็นอิสระ และพร้อมที่จะลุย และปรับเปลี่ยนไปกับสถานการณ์

คำว่าปลดปล่อยในที่นี้ ต่างกับการทำอะไรด้วยความมึมเมา
ที่บอกว่า... ไม่มีความคิด ไม่มีความเคยชิน
แต่ก็ไม่ได้บอกว่า ไม่แคร์ ไม่สนใจ ไม่รับรู้
มันเป็นการรับรู้ที่ตรงข้ามกับความสันสน ความมึนเมา เลยทีเดียว

อันนี้เพิ่มเติมเล่นเพลินๆครับ
- - -

การเล่น jazz เป็นทางหนึ่งที่ทำให้สังเกตประสบการณ์เหล่านี้ได้สะดวกขึ้น
เพราะในขั้นต้น เราไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงกับการต้องเล่นให้ถูกต้องตามสิ่งที่เขากำหนดทุกอย่าง
เพราะเรามีโอกาสที่จะทดลอง ทำอะไรต่างๆได้
ทำให้ใจมีความว่างจากความเป็นห่วงได้ง่ายขึ้น พร้อมที่จะสังเกตความรู้สึกในขณะที่กำลังเล่น

แต่ก็ไม่ได้แปลว่า แนวทางดนตรีอื่นๆจะทำไม่ได้หรือทำได้ยาก
เมื่อหมดความ เป็นห่วง ก็ล้วนสามารถสังเกตได้เหมือนกัน


Possibly Related Threads...
Thread Author Replies Views Last Post
  How to learn jazz ช่วยบอกแนวทางการศึกษา แจ็สหน่อยคับ swatknw 2 4,616 Thu-18-Mar-2010, 13:46
Last Post: ves_wael
  รวมโครงสร้างคอร์ด jazz - pop - rock kijjaz 25 42,261 Thu-28-Jan-2010, 16:57
Last Post: famemazter
Help24 classic become jazz ... Dolce Vita 62 21,587 Mon-9-Nov-2009, 08:42
Last Post: ves_wael
  ช่วยแนะนำเว็ปสอนกีต้าร์ Jazz ตั้งแต่การวางรูปนิ้ว และวิธีกดคอร์ดหน่อยครับ lycoolthai 16 16,942 Wed-7-Oct-2009, 10:04
Last Post: lycoolthai
  Web สอน Orchestration และ Jazz arranging azusa 9 5,100 Wed-20-Feb-2008, 21:02
Last Post: zeventh

Forum Jump:


 Quick Theme: