ถ้าเจอ internal link ที่มีปัญหาคลิคแล้วตาย อ่านวิธีแก้ขั้นต้นครับ



ลิงค์หน้านี้ไปที่เฟซบุ๊คของคุณ Share
Thread Closed 
 
Thread Rating:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
Thu-30-Aug-2007, 17:33
Post: #1
ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
มีเพลงไทยเพลงไหนบ้างครับ ที่แต่งทำนองเพลงมาจากบันไดเสียงโหมด ครับ แล้วทางเดินคอร์ดบนบันไดเสียงโหมด มีกี่รูปแบบ มีกฎ ข้อห้ามยังไง ถ้ามีโน้ตทำนองจากบันไดเสียงโหมด พร้อมการใส่คอร์ดมาให้ดูก็ดีนะครับ
Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 06:30 (This post was last modified: Fri-31-Aug-2007 09:02 by aommede.)
Post: #2
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
ตอบยากนะเนี่ย เพลงไทยที่เห็น ๆ ก็มีหลายเพลง ขอยกมาซัก 2 เพลง

1.เพลงที่ว่าง วง Pause เป็นตัวอย่างการใช้ Mode เพื่อ Modulation

[Image: ifun4.jpg]

โน้ตที่ยกมาเป็นช่วง Intro Solo และ Intru (หัว กลาง ท้าย เล่นเหมือนกัน)
ดูจากโน้ตแล้ว เหมือนว่าเพลงนี้จะ Solo ในคีย์ G พอเข้าเพลง ก็จะเป็นคีย์ C
ถ้าจะมองแบบนั้นก็ไม่ผิด เป็นเรื่องของการ Modulation (เปลี่ยนคีย์) เพลงที่มีการ Modulate นี่แหละจำเป็นนักแลที่ต้องใช้ Mode ในการ Solo การดูว่าจะต้องใช้ Mode อะไรต้องดูจาก Melody และ Progression Chord (ทางเดินคอร์ด) ว่าช่วงที่เกิดการ Modulate ใช้คอร์ดอะไร เอามาจากไหน และใช้เพื่ออะไร การเลือก Mode จึงจะได้ผลดี

เพลงนี้เป็นคีย์ C คอร์ดในคีย์ Cmajor มีดังนี้

C  Dm  Em  F G Am  Bdim

ดังนั้นคอร์ดอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากนี้ เขาเรียกว่า non chord tone (คอร์ดนอกคีย์)
เพลงนี้มีคอร์ดแปลก ๆ ที่โผล่มาก็คือ   Bm  กับ  D   ตรงนี้แหละต้องดูว่ามันทำหน้าที่เป็นอะไร  ถ้าจะอธิบายต่อยาวแน่ ๆ เอาเป็นว่ามันเป็น non chord tone มันมาจากไหนยังไง ทำหน้าที่อะไร หาหนังสือทฤษฎีดนตรีมาอ่านดูละกัน (ของที่พวกมหาวิทยาลัยใช้เรียน)

ดูจาก Progression Chord ช่วง Intro มันเป็น  Progression Chord ของ  Scale Gmajor การจะเล่น Progression Chord ของคีย์ G บนคีย์ C เราต้องใช้  C lydian Scale

G major Scale = G A B C D E F# G
C lydian Scale = C D E F# G A B C

ตรงกันเป๊ะครับ ดังนั้น ถ้าอยาก Solo อะไรในช่วง Intro ก็ต้องใช้ C lydian Mode

เอ้าเพลงที่ 2 ขอให้รักบังเกิด ของคุณปราโมทย์ วิเลปะนะ (พิมพ์ชื่อผิดขออภัยครับ) เพลงนี้ใช้ Mode เพื่อ Out side หรือสร้าง Tension

โน้ตช่วง Solo นะครับ
[Image: o35wy.jpg]

เพลงนี้คีย์ C (จริง ๆ คีย์ B ผมทำเป็น C จะได้ดูง่าย)

C major Scale = C D E F G A B C
คอร์ด G = G B D

สังเกตุห้องรองสุดท้ายครับ คอร์ด G แต่ Solo มีเสียง Bb ซึ่งเป็น Tension
คือคนที่ Solo เขาใช้ C Mixolydian ในการ Solo

เพลงนี้ใช้หลักการง่าย ๆ ในการ Out Side
ว่ากันว่า คอร์ด ที่เป็น Major ใน Scale สามารถนำมาใช้แทนกันได้หมดเช่น

คีย์ C คอร์ดที่เป็น Major ก็มี  C  F  G ทางเลือกในการ Out side มีดังนี้

1.ช่วงคอร์ด C เล่น Scale F major (C mixo) และ G major (C lydian) ได้
2.ช่วงคอร์ด F เล่น Scale C major (F lydian) และ G major (C lydian) ได้
3.ช่วงคอร์ด G เล่น Scale C major (G mixo) และ F major (C mixo) ได้

เรื่องคอร์ด Major สามารถใช้แทนกันได้หมด อันนี้อาจารย์สอนมา ถูกผิดไม่รู้นะ
เท่าที่เคยลองเล่นมา ถ้าใช้น้อย ๆ ก็เพราะดี ใช้เยอะ ๆ มันจะเหวอ ๆ หน่อย แล้วแต่ชอบ
อย่างเพลงของพี่โมทย์คน Solo เขาเล่นน้อย มันก็ฟังดูดี ถ้าเยอะอาจจะเหวอก็ได้

เพลงไทย ส่วนมากที่เป็น Mode ก็เห็นใช้กันอยู่ประมาณนี้ คือใช้สร้าง Tension กับ Modulate อย่างอื่นไม่ค่อยจะเห็น ใช่ว่าจะไม่มีนะ แต่นึกไม่ออก แต่อย่างเพลงฝรั่งนี้ เยอะเลย ใช้สร้าง Melody เลยหละ เพลงไทยถ้านึกออก จะมาบอกอีก

สรุปหลักของการสร้าง Melody จาก Mode เอาตามที่ผมเข้าใจนะ

1.ใช้ Mode ในกรณีที่เป็น Non Chord Tone เพื่อรองรับเสียงในคอร์ด
2.ใช้ Mode เพื่อสร้าง Tension ในการเล่น Out side
3.ใช้ Mode เพื่อสร้าง Modulation

อ้อ นึกออกละ เพลงที่ใช้ Mode สร้าง Melody ที่เคยได้ยินก็เพลง เหวียง ของวง Zeal
ที่ร้องว่า "ฉันจะเหวียง" อะไรประมาณนั้น แต่ก็ไม่ชัด จะมีก็ตรงช่วงท้าย ๆ ของท่อน Hook ลองหาฟังดูครับผม

เพลงที่เป็น Mode ทั้งเพลง สมัยนี้ไม่น่าจะมีแล้วหละ ถ้าอยากฟังต้องไปหาเพลงโบสส์มาลองฟัง ถ้ามีเพื่อนเป็นชาวคริสต์ ก็ลองตามเขาไปโบสถ์ดู น่าจะยังมีให้ฟังเยอะอยู่นะ

ผมเคยทำไว้เพลงนึง คล้าย ๆ เพลงเหวี่ยง ก็เลยเก็บไว้ไม่ได้เอามาทำต่อ เพราะมันคล้ายมาก ลองฟังดูครับ

http://www.chilchilclub.com/upload/downl...็ว-MP3.mp3

นี่โน้ตประกอบครับ เป็นโน้ตช่วง Solo จะเห็นการใช้ Mode ดีขึ้นหน่อย

[Image: rock_cm_c.jpg]

เพลงนี้เป็นคีย์ Cm แต่ช่วง Solo เป็น Cmajor ลองมาดูว่า ผมเอา Mode มาใช้ในการ Modulate อย่างไร จากโน้ต จะเห็นว่าเป็นคีย์ C major ให้สังเกตุ 3 ห้องสุดท้ายครับ

คอร์ดแรกที่นำมาใช้คือ Ab ทำหน้าที่เป็นคอร์ดยืมตำเหน่างที่ 6 จาก Scale C minor
Mode ที่ใช้สร้าง Melody ก็จะใช้ Ab Lydian (C minor Scale)

คอร์ดที่สองคือ Bb เป็นคอร์ดยืมตำเหน่งที่ 7 จาก Scale C minor เช่นกัน
Mode ที่ใช้สร้าง Melody ใช้ Bb Mixo (C minor scale)

จาก Melody และทางคอร์ด ช่วง Solo ใช้การ Modulate จากคีย์ Major ไปหาคีย์ minor ดังนั้นเราจึงใช้ Ab Lydian ไม่ใช้ Ab Ionian และใช้ Bb mixo ไม่ใช้ Bb Ionian

ดังนั้นการจะเลือก Mode อะไรมาใช้ ในคอร์ดอะไร จำเป็นจะต้องดูหลาย ๆ เรื่องประสานกัน อย่าจับยัดเข้าไปแค่เพราะรู้ว่าคอร์ดนี้ ใช้ Mode นี้ได้ มันจะทำให้ Melody แปร่ง ๆ เอาได้ เรื่องที่ต้องดูประกอบมันมีหลายเรื่องเหมือนกัน ผมอธิบายไว้ในกระทู้ถัดไปละกัน เพราะเคยเขียนไว้ในเว็บอื่น เดี๋ยวไปก๊อบมาวางไว้ที่นี่ด้วยเลย จะได้ดูสะดวก

แต่จริง ๆ ไม่อยากให้จำศัพท์อะไรพวกนี้มากนัก มันจะปวดหัวเอาเปล่า ๆ จริง ๆ เวลาใช้ ก็ไม่ค่อยได้มานั่งคิดเรื่องพวกนี้เท่าไหร่หรอก มันเป็นอะไรที่ใช้ง่ายอธิบายยาก ถ้าศึกษาไปเรื่อย ๆ พอเริ่มกระจ่าง เรื่อง Mode มันจะเป็นอะไรที่ง่ายมาก ๆ แต่ตอนศึกษานี่ดิ ปวดหัวเหมือนกัน จริง ๆ มันก็วน ๆ เวียน ๆ อยู่กับเพลงที่เราเล่น ๆ ฟัง ๆ กันนี่แหละ แต่ไม่ค่อยจะสังเกตกันเท่านั้นเอง

ยาวไปป่าวนี่ โทษที ยิ่งเขียนยิ่งมันส์ เกริ่น ๆ มานี่จริง ๆ อยากเอาให้มันกระจ่างไปเลย แต่มันก็ยาก จะจับคำตอบอันยาวเหยียดมายัดไว้ในกระทู้เดียว เอาไปลองเล่น ๆ ใช้ ๆ ดูก่อนละกัน เดี๋ยวมันก็จะเกิดคำถามตามมาอีก ค่อยว่ากันใหม่ เรื่องนี้พี่กิจจ๊าสสส เขียนเอาไว้เยอะเหมือนกัน แต่อยู่ในบอร์ดเก่า ไปค้น ๆ ดูก็จะเจอ ที่ห้อง สัพเพเหระ เห็นมีเอาบอรืดเก่ามาให้โหลด ลองเข้าไปดูนะ อ่านของพี่กิจจ๊าสสส ร่วมด้วย จะเห็นชัดเลยหละ

วางไม่ลง จบละ ....SmileP

http://www.rightband.th.gs แวะมาบ้างนะ
Visit this user's website Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 07:03
Post: #3
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
อันนี้ผมเคยเขียนไว้ในบอร์ด  http://www.saxsociety.com  น่าจะมีประโยชน์ลองอ่านดูครับ

โหมดที่นิยมเล่นกัน มีอยู่ 2 แบบ จริง ๆ มีเยอะแยะมากมาย แต่ขอยกมา 2 แบบเพราะเป็นที่นิยมครับ

1.Major mode
2.jazz minor modes

1.Major mode เป็นโหมดที่สร้างจาก Major Scale มีดังนี้ครับ

1.Ionian หรือ Major Scale
2.Dorian
3.Phrygian
4.Lydian
5.Mixolydian
6.Aeolian หรือ minor Scale
7.Locrian



2.jazz minor modes  เป็นโหมดที่สร้างจาก jazz minor Scale มีดังนี้ครับ

1.Ionian b3
2.Dorian b2  
3.Lydian #5
4.Lydian b7
5.Mixolydian b6
6.Aeolian b5
7.Super Locrian หรือ Altered หรือ Diminished Whole-tone หรือ  Locrian flat 4 แต่จะนิยมเรียก Altered Scale มากที่สุด

วิธีใช้ Mode นี่มันมีหลากหลายมาก จริง ๆ เรื่อง Mode เป็นอะไรที่ไกล้ตัว และใช้กันอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ค่อยสังเกตกัน
ก่อนจะศึกษาเรื่อง Mode จำเป็นต้องศึกษาเรื่องพื้นฐานก่อนเรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้

1. Scale  
2. Intervals (ขั้นคู่)
3. Triad
4. Chord
5. Caden
6. Borrow Chord (คอร์ดยืม)
7. Second Dominant (คอร์ด 5 ของ 5)
8. Non Chord Tone (คอร์ด Tension)
9. Mode (เรื่องสุดท้ายเลย)

ถ้ายังไม่แม่น  8 ข้อแรก ก็อย่าเพิ่งศึกษาเรื่อง Mode จะทำให้งงเปล่า ๆ ที่เรียงลำดับดังนี้ก็เนื่องจากว่า

1. Scale เป็นการคิดทีละ 1 เสียง
2. Intervals (ขั้นคู่) เป็นการคิดทีละ 2 เสียง พร้อมกัน
3. Triad เป็นการคิดทีละ 3 เสียง พร้อมกัน
4. Chord เป็นการคิด 4 เสียงขึ้นไป จนถึง 7 เสียง พร้อมกัน
5. Caden ว่าด้วยเรื่องของจุดพักเพลง
6. Borrow Chord ว่าด้วยเรื่องการยืมคอร์ดจาก Scale ต่าง ๆ มาใช้ใน Scale หลัก
7. Second Dominant ว่าด้วยเรื่องของคอร์ดตำเหน่งที่ 5 ของ คอร์ดใร Scale หลัก
8. Non Chord Tone ว่าด้วยเรื่องของ Tension คอร์ด  แบบต่าง ๆ
9. Mode เป็นการสร้าง Scale ใหม่จาก Scale , Chord

เรื่องของ Mode มันจะมาสัมพันธ์กับเรื่องของ Chord , Scale , เป็นหลัก ดังนั้น ก่อนที่จะศึกษาเรื่อง Mode ต้องศึกษาทั้ง 8 เรื่องให้ดีก่อน ไม่งั้นงงแน่ ๆ ครับ

ที่บอกว่าเรื่องของ Mode เอามาใช้กับ Chord และ Scale จะยกตัวอย่างนิดนึง เช่น

คอร์ด  Cmajor7 = โด มี ซอล ที   เราควรเล่น  C Ionian Mode หรือ C Major Scale  
C Ionian Mode = โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด  การเล่น C Ionian Mode จึงเข้ากันดีกับคอร์ด Cmajor7
เพราะ C Ionian Mode มีทุกเสียงของคอร์ด Cmajor7

คอร์ด  C7 = โด มี ซอล ทีb   เราควรเล่น  C Mixolydian Mode  
C Mixolydian Mode = โด เร มี ฟา ซอล ลา ทีb โด  การเล่น C Mixolydian Mode จึงเข้ากันดีกับคอร์ด C7
เพราะ C Mixolydian Mode มีทุกเสียงของคอร์ด C7

คอร์ด C7b5 = โด มี ซอลb ทีb  เราควรเล่น  C Lydian b7  Mode
C Lydian b7 Mode = โด เร มี ฟา# (ฟา# = ซอลb) ซอล ลา ทีb โด  การเล่น C Lydian b7 Mode จึงเข้ากันดีกับคอร์ด C7b5
เพราะ C Lydian b7 มีทุกเสียงของคอร์ด C7b5

ที่กล่าวมาเป็นตัวอย่างการคิดแบบง่าย ๆ ผมใช้คำว่า "ควรเล่น"  ไม่ใช้คำว่า "ต้องเล่น" เพราะแต่ละคอร์ด สามารถเล่น Mode ได้หลากหลาย
การจะเลือก Mode ใด ๆ มาเล่นกับคอร์ดอะไร ต้องดู Progression Chord (ทางเดินคอร์ด)  , Scales , Caden ของเพลงร่วมด้วยจึงจะดี
ดังนั้น ต้องศึกษา ทั้ง 8 เรื่องให้ดีก่อน แล้วค่อย ศึกษาเรื่อง Mode เพราะถ้าศึกษาลัดขั้นตอน แม้จะรู้ว่า Mode คืออะไร แต่ก็จะใช้ไม่เป็น
การศึกษาทฤษฎีดนตรี จุดมุ่งหมายที่แท้จริง คือการนำเอาไปใช้ ถ้ารู้แล้วใช้ไม่เป็น แบบนี้ไม่ดี ผิดหลักการครับ

เช่นเพลง The Girl  form Ipanema สี่ห้องแรกมีคอร์ดดังนี้

// Fmaj7 /     / G7   /     //

ทางเลือกในการเล่นมีหลายทางผมขอยกตัวอย่างซัก 2 ทางดังนี้

ทางเลือกที่ 1  ช่วงคอร์ด Fmaj7 เล่น F Ionian Mode (Fmajor Scale)    ช่วง G7 เล่น G Mixolydian
การคิอแบบนี้ เป็นการคิดอิงจาก Scale หลักของเพลง (เพลง The Girl  form Ipanema อยู่ในคีย์ Fmajor)
วิธีคิดก็คือ คิดว่า 4 ห้องนี้ เป็น F major Scale (F Ionian Mode )  ให้ G7 เป็นคอร์ดยืม จาก F lydian Mode

ทางเลือกที่ 2  เล่น C Ionian Mode (Cmajor Scale) ยาวไปเลยทั้ง 4 บาร์
การคิอแบบนี้ เป็นการคิดอิงจาก Progression Chord
วิธีคิดคือ ให้  Fmaj7 เป็นคอร์ดตำเหน่งที่ 4 ของ C Major Scale   , ให้  G7 เป็นคอร์ดตำเหน่งที่ 5 ของ C Major Scale
โดย G7 ทำหน้าที่เป็น Half Caden ของ C major Scale (จุดพักเพลง ที่เป็นคอร์ด 5 ของ Scale จุดนี้สามารถหักเหได้หลากหลายรูปแบบ)

เห็นมั้ยครับว่า การคิดทั้ง 2 แบบ ต้องมีพื้นฐานทั้ง 8 ข้อที่ผมกล่าวมาข้างต้น จึงจะไม่งง ถ้าอ่านแล้วงง ก็ต้องกลับไปศึกษา 8 ข้อแรกก่อนครับผม

การเลือกเล่นทั้ง 2 แบบ ก็จะได้สำเนียงและผลลัพท์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เล่น และอารมณ์ของเราในขณะนั้น
ว่าต้องการจะสื่อสารอะไรกับผู้ฟัง   ลองศึกษาตามที่ผมกล่าวมาทั้ง 9 ข้อ โดยอย่าข้ามขั้นครับ จะเจอทางออก

1. Scale  
2. Intervals (ขั้นคู่)
3. Triad
4. Chord
5. Caden
6. Borrow Chord (คอร์ดยืม)
7. Second Dominant (คอร์ด 5 ของ 5)
8. Non Chord Tone (คอร์ด Tension)
9. Mode
Visit this user's website Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 12:42
Post: #4
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
ยาวไปป่าวนี่ โทษที ยิ่งเขียนยิ่งมันส์ เกริ่น ๆ มานี่จริง ๆ อยากเอาให้มันกระจ่างไปเลย แต่มันก็ยาก จะจับคำตอบอันยาวเหยียดมายัดไว้ในกระทู้เดียว เอาไปลองเล่น ๆ ใช้ ๆ ดูก่อนละกัน เดี๋ยวมันก็จะเกิดคำถามตามมาอีก ค่อยว่ากันใหม่ เรื่องนี้พี่กิจจ๊าสสส เขียนเอาไว้เยอะเหมือนกัน แต่อยู่ในบอร์ดเก่า ไปค้น ๆ ดูก็จะเจอ ที่ห้อง สัพเพเหระ เห็นมีเอาบอรืดเก่ามาให้โหลด ลองเข้าไปดูนะ อ่านของพี่กิจจ๊าสสส ร่วมด้วย จะเห็นชัดเลยหละ

**************************************
ตอบดีจังเลยครับ ผมเข้าใจทุกคำตอบเลย ส่วนเรื่อง ทำนองเพลงที่สร้างจากโหมด นั้น มีแต่เพลงสากล แล้ว ถ้าอาจารย์ไม่ลำบากมาก ที่จะหามาลงเป็นตัวอย่างให้ผม ผมก็ยินดีนะครับอาจารย์ แต่ถ้าอาจารย์ไม่ค่อยว่างก็ไม่เป็นไรครับ ส่วนเรื่องหนังสือที่อาจารย์แนะนำให้ไปหามาอ่านเพิ่มเติมนั้นน่ะครับ ช่วยกรุณาบอกชื่อหนังสือกับชื่อผู้แต่งด้วยสิครับ ผมจะได้ไปหาซื้อได้ถูกน่ะครับ ตอนนี้ผมก็กำลังทบทวนความรู้เก่าอยู่เหมือนกันน่ะครับ เพราะรู้สึกว่าโหมดจะเกี่ยวข้องไปเกือบทุกเรื่องเลย ผมทบทวนถึงข้อ 5 เรื่อง caden แล้วครับอาจารย์ ยังไงล่ะก็ถ้าอาจารย์ยังพอมีเวลาว่าง ผมอยากจะขอให้อาจารย์เขียนเรื่องโหมดอีกได้รึป่าวครับ เอาเป็นฤดูการของโหมดไปเลย เพราะผมเห็นว่ามีประโยชน์มากมายหมาศาลจริงๆ กับความรู้ของอาจารย์เนี่ย เก็บเป็นหน้าเว็บเพจเรื่องโหมดไปเลยก็ดีน่ะครับ ยังไงผมก็ต้องขอบคุณอาจารย์อีกครั้งน่ะครับ ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอคนรอบรู้เชี่ยวชาญอย่างอาจารย์ มาช่วยสอนวิชาเรื่องโหมดให้กับผม แล้วผมจะทำตามคำแนะนำนะครับ 5-6-7-8-9 ใช้เวลาไม่นานมั้งครับ ขอบคุณอาจารย์ครับผม
Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 14:50 (This post was last modified: Fri-31-Aug-2007 14:56 by aommede.)
Post: #5
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
อันนี้พี่กิจจ๊าสสสส เขียนไว้ในบอร์ดเก่า ขออนุญาติเอามาลงนะครับ

นิยาม โหมด - ต่างกับสเกล อย่างไร - การใช้งาน

ถึงแม้ว่า จะมีกระทู้เรื่อง โหมด มาหลายอัน
แต่ที่สังเกต ก็จะเป็นเรื่องการใช้งาน เป็นเรื่อง การปรับใช้ การ แอพพลาย เยอะเลยครับ
ดังนั้น ผมจะมากำหนด นิยาม ของมันอีกที
เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าใจระบบการทำงาน ของ โหมด

(จริงๆ ผมตั้งใจจะตอบกระทู้เรื่อง โหมดแปลกๆ ฯลฯ
แต่เห็นว่า เป็นเรื่องใหญ่เกินกระทู้เกินไป)

หลายๆคน สามารถพูดได้ว่า โหมด แต่ละอัน มีโน้ตอะไรบ้าง
อารมณ์เป็นอย่างไร
เล่นออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว
หรือแม่กระทั่ง ผสมโน้ตต่างๆออกมา ทำให้เกิดเป็นสีสัน ขึ้นในเพลง ในลักษณะ การประสานเสียง

แต่กลับยังไม่เคยมองทะลุลงไปสู่ ธรรมชาติ และกำเนิด ของ โหมด

การนำเอา นิยามของมัน มาอ่านดู
ก็ทำให้เกิดความโปร่งใส โล่งหัว ขึ้นได้ครับ
โดยเฉพาะกรณีที่มีความสงสัยว่า
mode เป็นอย่างไร เกี่ยวกับ scale อย่างไร
หรือมันเหมือนกัน?

แล้ว mode มันมีแค่ 7 อัน หรือไม่..

- - -

ที่สำคัญที่ต้องรับรู้กันก็คือ

โหมด ไม่ได้มีอยู่ 7 อันนะคร้าบ..
แต่เป็นโหมด ที่เขาชอบใช้ "เริ่มเรียน" กัน
เพื่อมันสามารถลิงค์กับ เสกลที่เขา "เริ่มเรียน" กันได้ เช่น major scale

- - -

คำอธิบายเกี่ยวกับ mode .. mode คืออะไร? ต่างกับ scale อย่างไร:
(ผมจะเริ่มจาก ความหมาย ที่กว้างที่สุดก่อน แล้วจึงเข้าสู่ ความหมายสำหรับการใช้งาน)
- mode คือ การเรียงลำดับของขั้นคู่ต่างๆ
(เช่น whole half whole whole whole half whole --> 1 2 3b 4 5 6 7b 8 กลายเป็น dorian mode)
- ซึ่งเมื่อรวมกับการที่กำหนด คีย์ (key) หรือ โทนิค (tonic) จะทำให้รู้ว่ามันเป็นเสียงอะไรบ้้าง (pitch)
(เช่น 1 2 3b 4 5 6 7b 8 ที่มีตัวแรก (tonic) เป็น D ก็จะได้โหมด D dorian)
- mode มักจะถูกใช้ในรูปของ scale
(ดังนั้น ส่วนใหญ่ เราก็มอง โหมด เป็น scale ชนิดหนึ่งด้วย ซึ่งมองได้
เช่น พอจะพูดได้ว่า mode เป็น scale ชนิดหนึ่ง
แต่พูดไม่ได้ว่า scale เป็น mode)

โดยที่ scale หมายถึง:
- เซ็ต (กลุ่ม) ของโน้ตดนตรี ที่เรียงกันเป็นเสียงต่างๆ (pitch)
- สามารถพูดถึงว่้าเป็น ขาขึ้น ขาลง ได้ด้วย

ทำให้ scale ต่างจากโหมดคือ:
- scale พูดถึง กลุ่มของโน้ตต่างๆ ที่นำมาใช้.. โดยไม่พูดถึง tonic หรือ ความสำคัญที่ต่างกันของโน้ตต่างๆในกลุ่มนั้น
(เช่น scale C major มีโน้ต C D E F G A B C .. หรือ scale หนึ่งมีโน้ต C C# D F Ab Bb Eb' G' C''
scale พูดถึงโน้ตว่า มีโน้ตอะไรบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่า อะไร สำคัญที่สุด และทำหน้าที่อะไร)
ซึ่งไม่เหมือนโหมด ที่กำหนดความสำคัญที่ต่างกันของโน้ตต่างๆ และกำหนด tonic
- scale พูดถึง กลุ่มของโน้ตต่างๆ ไม่ได้พูดถึง ลำดับ ของ ขั้นคู่ (interval)

- - -

ในมุมมองของการใช้งาน:

ปกติเรามักจะเริ่มพูดถึงเกี่ยวกับ mode ที่มีโน้ต 8 ตัว
เริ่มที่โน้ตหนึ่ง และไปจบที่ตัวเดิม เรียงตามตัวอักษรไป จนครบ A B C D E F G
และถือว่า mode สามารถซ้ำไปได้ทุก octave

เช่น C D E F G A B C ก็เป็นโหมด ในแบบนี้
C D E F G A A# C ไม่ได้เป็นโหมด ในแบบนี้ (เพราะไม่ไ่ด้เรียงอักษร ให้ครบ)
C Db E F# G Ab B C เป็นโหมดในแบบนี้

ลักษณะของโหมดแบบนี้ ก็คือ เมื่อเรานำมันมาหมุน แทนที่จะให้ขึ้นจากตัวหนึ่ง
เราให้ไปขึ้นที่อีกตัวหนึ่งแทน เราก็จะได้โหมดมาอีกชุดหนึ่ง
ซึ่งเมื่อทำวนไปเรื่อยๆแล้ว ก็จะได้โหมดออกมาเป็นชุดๆ ชุดๆละ 7 โหมด

เช่นชุดข้างบน เรามองได้ว่า มันเป็น interval ต่างๆดังนี้ (มันเพิ่มเป็นขั้นคู่ ต่อๆกันไป)
half, 1.5 tone, whole, half, half, 1.5 tone, half

ถ้าเรา หมุนมัน แทนที่จะเริ่มจาก C เราเริ่มจาก Db แทน แต่ใช้โน้ตชุดเดียวกัน ก็จะได้
Db E F# G Ab B C Db
จะเห็นเป็น interval ดังนี้
1.5 tone, whole, half, half, 1.5 tone, half, half

จะเห็นได้ว่า แท้ที่จริง interval ก็เป็นชุดเดิมเช่นกัน แต่หมุนถัดไป
เมื่อทำแบบนี้ ไปเรื่อยๆ จนครบ 7 ก็จะได้ mode ออกมาชุดหนึ่ง

(เป็นลักษณะเดียวกับการหมุน และกำเนิด
Ionion, Dorian, Phrygian, Lydian, Mixolydian, Aeolian, Locrian)

การใช้โหมด ในเมื่อมันมี tonic หรือมีตัว ตั้งต้น
และส่วนที่เหลือ มีความห่างต่างๆ อยู่แวดล้อม
การมองโหมดเปล่าๆ จึงเป็นเหมือนกับการมองโทนสี ของภาพวาด
จะมีอะไรที่เป็นจุดศูนย์รวมในภาพ
และสิ่งที่แวดล้อม ก็มีโทนสีต่างๆ

โหมด จึงทำให้เรานึกถึง โทน ของเสียง หรืออารมณ์ ความรู้สึก
ที่ออกมากับ กลุ่มโน้ต เหล่านั้นด้วย
โดยอาศัย tonic เป็นจุดกลาง ที่เอาไว้ดูโทน..

เช่น ภาพวาด ที่มีกล่องสีแดงแป้ด ตรงกลาง
แล้วรอบๆ เป็นสี ขาว เหลือง ฟ้า นวลๆ
กับภาพวาด ที่มีกล่องสีขาว ใสๆ ตรงกลาง
แล้วรอบๆเป็นสี แดงแป้ด ส้มแป้ด น้ำเงินแป้ด
พอมองตรงกลาง มันจะเกิดความรู้สึกบางอย่าง เช่น.. ใส หม่น หวาน กดดัน เพ้อฝัน ฯลฯ
นี่เป็นการเปรียบเทียบ ความรู้สึก ที่ได้จากการใช้ โหมด / ฟังโหมด
- - -

สำหรับวันนี้ก็ขอ intro แค่นี้ก่อนนะครับ

เรื่องของ mode ยัง apply ไปได้กับ scale ที่มีไม่ใช่เป็น 7 ตัวก็ได้
เช่น คำว่า pentatonic mode หรือ โหมด ของ เพนทาโทนิค
ก็คือ การนำเอา เสกล pentatonic มามองเป็นโหมด และ มาหมุนมัน
แล้วได้โหมดออกมา 5 ชุด สำหรับ pentatonic แต่ละแบบ

วันนี้ที่ผมเล่า ค่อนข้างจะออกไปในเชิง concept นะครับ
ยังไงก็ เพลินกันไปก่อนเน้อ

- - -

สำหรับผู้ที่รู้สึกว่า ตัวอย่างที่ผมยก ยากไป
ก็อาจจะลองไปอ่านจากพวก mode ที่มาจาก major scale ก่อน
อย่างเช่น
Ionion, Dorian, Phrygian, Lydian, Mixolydian, Aeolian, Locrian

และอย่าเพิ่งปักใจกับประโยคประเภท
"C Ionion คือ C major scale
A Aeolian คือ A minor scale'
เพียงแค่เพราะ มันประกอบด้วยโน้ต ที่เหมือนกัน

---------------------------------------------------------

อืมๆ ทำให้ผมอยากเล่าเรื่อง modal chord จริงๆ เฮ้อ

หมายถึง คอร์ดที่แสดงความเป็นโหมด ออกมาน่ะครับ
เรื่องพวกนี้ โดยทั่วไปคนไม่ค่อยรู้จัก หรือพูดถึงกัน

อย่างคุยกันเล่นๆกับเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกัน
เขาบอก สนใจ การเล่น โหมด ออกมา
ผมบอก เอ้อ งั้นถ้าอยากเล่น E phygian จะเล่นคอร์ดอะไร
เขาบอกว่า Em .. Em7?

คอร์ดอย่าง Em, Em7 นี่เป็นคอร์ด ที่บ่งบอกความเป็นโหมด ได้น้อยครับ
เพราะว่า กลิ่นเฉพาะตัว ของ E phrygian มันยังไม่ออก
ดังนั้น คำตอบว่า Em, Em7 นี่ ไม่สามารถตอบคำว่า E phrygian ได้ดี

นี่เป็นการยกตัวอย่างหนึ่งฮะ
ไม่รู้ว่า มีใครชอบศึกษาเรื่องพวกนี้ไหม
จริงๆเรื่องพวกนี้ ไม่ต้องอ่าน ก็สามารถสร้างความเข้าใจได้
ด้วยการทดลองเองกับมือ น่ะครับ
ถ้าใครยังไม่เคยลอง ก็ลองดูนะครับ ลองทำดูด้วยมือของตัวเอง!

ซักพักคงต้องช่วยกัน นิยาม "chord" กันอีกซักหน่อย
Visit this user's website Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 15:04 (This post was last modified: Fri-31-Aug-2007 15:35 by aommede.)
Post: #6
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
ประเด็นหลังนี้เห็นด้วยมากเลย  เพราะ E phrygian มันเป็น Mode ที่ 3 ของ C major scale
และคอร์ด Em , Em7  นี่ก็เป็นคอร์ดตำเหน่งที่ 3 ของ C major Scale ถึงเล่นไปมันก็ไม่ออกกลิ่น และเอกลักษณ์ของ
phrygian Mode เพราะมันเป็น Chord Tone ทั้งหมดเลยนี่นา อีกอย่าง เล่น C major Scale กับ E phrygian
มันไม่มีอะไรต่างกันหรอก ก็โน้ตมันเหมือนกันเป๊ะซะขนาดนั้น

C major = C  D  E  F  G  A  B  C
E phrygian = E  F  G  A  B  C  D  E

ถ้าเราอยากจะใช้ Mode เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์อะไรซักอย่าง เราต้องดู Progression Chord เช่น

//  C   Em  /  Dm   G7 //

ช่วง Em คอร์ดต่อไปคือ Dm ทางเลือกหนึ่งที่ดีคือการใช้  E mixolydian

E phrygian = E  F  G  A  B  C  D  E
E mixolydian = E F# G# A B C# D E

เหตุผลในการใช้ ก็คือว่า  E mixolydian เป็น Mode ที่ 5 ของ A major Scale
ซึ่งคอร์ด A major เป็นคอร์ดลำดับที่ 5 (Dominant Chord) ของ  Dm Scale
การเอา E mixolydian  มาใช้ก็เหมือนการเติม Second Dominant ให้ดับ Dm
เวลาเล่นเรียงโน้ตให้ดีรับรองสวยงามแน่ เรียงโน้ตไม่ดีก็เหวอไปเลยเหมือนกัน

แรก ๆ ในการศึกษา mode และนำไปใช้ลองฝึก 2 แบบดังนี้

1.มี Non chord tone ในเพลง ให้ดูหน้าที่ของคอร์ดนั้น ว่าใช้เพื่ออะไร แล้วค่อยหา Mode มาใช้ให้เข้ากับหน้าที่ของคอร์ดนั้น

2.ไม่มี non chord tone ในเพลง อยากใช้ mode ก็ต้องดู Progression Chord แล้วหา Mode มาทำหน้าที่อย่างใดอย่างนึง เพื่อสร้าง Tension ที่เข้ากันได้กับ Progression Chord นั้น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเหวอ
Visit this user's website Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 15:47 (This post was last modified: Fri-31-Aug-2007 16:02 by aommede.)
Post: #7
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
เรื่องหนังสือ ค่อนข้างหายาก เพราะถ้าเป็นเรื่อง Mode ที่มีเขียน ๆ ในทฤษฎีคลาสสิค จะตอบโจทย์เราไม่ได้ แนะนำว่าต้องหา ทฤษฎี Jazz มาอ่านจะดีมาก มีที่เขียนไว้เป็น ภาษาไทย ของคุณ โช่ ETC เขียนไว้ดีมากครับ มีขายที่ KPN สาขาใหญ่

หนังสือ The Jazz Piano Book (by Mark Levine)

ดูลายละเอียด กดที่รูปหนังสือครับ 

[Image: fdetc.jpg]

-------------------------------------------------------------------------

ส่วนนี่เป็น Jazz Theory online ถ้าคล่องภาษาก็อ่านได้เลย กดที่รูปหนังสือได้เลยครับ

[Image: books.jpg]

-------------------------------------------------------------------------

นอกนั้นต้องไปขอตามเด็กที่เรียนมหาวิทยาลัย เช่น ม.รังสิต ม.มหิดล ม.ศิลปากร
ทั่ว ๆ ไปไม่มีขาย ที่มีก็ไม่ค่อยจะนำมาใช้ได้เท่าไหร่
Visit this user's website Find all posts by this user
Fri-31-Aug-2007, 18:34
Post: #8
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
แรก ๆ ในการศึกษา mode และนำไปใช้ลองฝึก 2 แบบดังนี้

1.มี Non chord tone ในเพลง ให้ดูหน้าที่ของคอร์ดนั้น ว่าใช้เพื่ออะไร แล้วค่อยหา Mode มาใช้ให้เข้ากับหน้าที่ของคอร์ดนั้น

2.ไม่มี non chord tone ในเพลง อยากใช้ mode ก็ต้องดู Progression Chord แล้วหา Mode มาทำหน้าที่อย่างใดอย่างนึง เพื่อสร้าง Tension ที่เข้ากันได้กับ Progression Chord นั้น ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเหวอ
*****************************************************
อาจารย์ครับ ผมมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ นึกว่าจะหมดหนทางซะแล้ว อาจารย์ได้ช่วยชี้ทางให้ผมได้เป็นอย่างดีเลยครับ นี่ไม่ได้โม้ๆๆๆๆๆ นะเนี่ย จริงๆแล้วโหมดเป็นเรื่องที่กว้างเหมือนกัน ถ้าเรานำมาปรับใช้ได้ ก็จะเกิดประโยชน์ได้มากเลย ยังไงผมก็อยากให้อาจารย์เขียนเรื่องโหมดต่อไปนะครับ ขอบคุณนะครับจารย์ที่แนะนำหนังสือและเว็บออนไลน์ให้ผม มีประโยชน์มากจริงๆเลย
Find all posts by this user
Sat-1-Sep-2007, 05:05 (This post was last modified: Sat-1-Sep-2007 05:33 by aommede.)
Post: #9
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
กลับมาอีกระรอก ยิ่งเขียนยิ่งมันแฮะ

มาดูพื้นฐานของ Mode ดีกว่า ว่ามันมาจากไหน จะได้รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไร

Mode มันเกิดจากการเอาโน้ตใน Scale มาเรียงลำดับใหม่ ก็แค่นั้นแหละ
มาลองดูกัน

C major Scale = C  D  E  F  G  A  B  C  ระยะห่างของเสียงแต่ละสียง = 1 1 ครึ่ง 1 1 1 ครึ่ง

เอามาเรียงกันใหม่ก็เป็นแบบนี้

1.Ionian  = C  D  E  F  G  A  B  C
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  = 1 1 ครึ่ง 1 1 1 ครึ่ง
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 2 3 4 5 6 7

2.Dorian = D  E  F  G  A  B  C  D
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  =  1 ครึ่ง  1 1 1 ครึ่ง  1
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 2 b3 4 5 6 7b

3.Phrygian = E  F  G  A  B  C  D  E
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  = ครึ่ง  1 1 1 ครึ่ง 1 1
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 b2 b3 4 5 b6 b7

4.Lydian = F  G  A  B  C  D  E  F
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  = 1 1 1 ครึ่ง  1 1 ครึ่ง
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 2 3 #4 5 6 7

5.Mixolydian = G  A  B  C  D  E  F  G
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  = 1 1 ครึ่ง  1 1 ครึ่ง  1
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 2 3 4 5 6 b7

6.Aeolian = A  B  C  D  E  F  G  A
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  = 1 ครึ่ง  1 1 ครึ่ง  1 1
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 2 b3 4 5 b6 b7

7.Locrian = B  C  D  E  F  G A  B
ระยะห่างของเสียงแต่ละเสียง  =  ครึ่ง 1 1 ครึ่ง  1 1 1
ลำดับเสียงเมื่อเทียบกับ Major Scale = 1 b2 b3 4 b5 b6 b7

การจะเล่นโหมดอะไร จำเป็นมั้ยที่จะต้องไปท่องระยะห่างหรือจำว่า # , b ตัวไหน
ถ้าทำได้ก็ดีครับ แต่มันก็ไม่จำเป็นหรอกครับ เพียงแต่ถ้าทำได้ก็จะดีกว่า ใช้ไปเรื่อย ๆ มันจำได้ของมันเองแหละครับ ไม่ต้องมานั่งท่อง ท่องไปไม่ใช้เดี๋ยวก็ลืม แต่ใช้บ่อย ๆ ไม่ต้องท่อง มันจะจำเอง

อีกอย่างเวลาผมใช้ผมมักจะเทียบกับ Scale คือดูว่า Mode นี่อยู่ตำเหน่งไหน ของ Scale อะไร แล้วก็เล่น Scale นั้นไปเลยเช่น

C Ionian หรือ C Major Scale  อยู่ในตำเหน่งที่ 1 ของ C major Scale
C Dorian อยู่ในตำเหน่งที่ 2 ของ Bb major Scale
C Phrygian อยู่ในตำเหน่งที่ 3 ของ Ab major Scale
C Lydian อยู่ในตำเหน่งที่ 4 ของ G major Scale
C Mixolydian อยู่ในตำเหน่งที่ 5 ของ F major Scale
C Aeolian หรือ minor Scale อยู่ในตำเหน่งที่ 6 ของ C major Scale หรือตำเหน่งที่ 1 ของ Am Scale
C Locrian อยู่ในตำเหน่งที่ 7 ของ Db major Scale

ตามที่ยกมา สมมติว่าผมอยากจะเล่น C lydian scale ผมมี 2 ทางเลือกในการจำ

1.จำตำแหน่งตัว # และ b ของ Mode นั้นให้ได้
Lydian mode = 1 2 3 #4 5 6 7
C lydian scale = C D E F# G A B C

2.ดูว่า Lydian เป็น Mode ตำเหน่งที่เท่าไหร่ของ Scale อะไร
C Lydian  อยู่ในตำเหน่งที่ 4 ของ Scale G major
C lydian scale = C D E F# G A B C
G major Scale = G A B C D E F# G

เพราะฉะนั้น จะเลือกเล่น C lydian Scale หรือ G major Scale ก็ให้ผลไม่ต่างกันนัก
เพราะเสียงมันเหมือนกันหมด ถ้าเป็นผม ผมเลือกเล่น G major เพราะเวลาเล่นสดจริง ๆ มันคิดไม่ทันครับ ว่าจะ # ตัวไหนหรือ b ตัวไหน แต่ถ้าเล่นเป็น Scale มันเล่นง่ายกว่าเยอะครับ

ตัวอย่างเพลง all the thing you are 8 ห้องแรกมีคอร์ดดังนี้

Key Fm...// Fm7 / Bbm7  / Eb7   / Abmaj7  / Dbmaj7  / G7  / Cmaj7 /....//

คอร์ดในคีย์ Fm = Fm7  Gm7b5  Abmaj7  Bbm7  Cm7  Dbmaj7  Eb7

ช่วง 5 ห้องแรก ก็เล่น Fm Scale ปกติครับ พอมาถึงห้องที่ 6 ,7  และ 8 ตรงนี้เริ่มมีคอร์ดนอกคีย์  เพราะ G7 และ Cmajr7 ไม่ใช่คอร์ดในคีย์ Fm ตรงนี้แหละที่ต้องเอาโหมดมาใช้

ดูจาก Progression Chord ช่วงก่อนมาถึง G7 มีคอร์ด Dbmaj7 ทำหน้าที่ส่งเข้าหา G7 และ G7 เป็นคอร์ดส่ง (Dominant)ของ Cmaj7 จาก Progression นี้ จะเห็นว่ามันเป็น From  2 - 5 -1 ของ Scale C major

อย่าเพิ่ง งง ว่า  Dbmaj7 - G7 - Cmaj7 เป็น 2 -5 -1 ยังไง
คือว่า Dbmaj7 เนี่ย มันเป็น Tension Chord ที่มีหน้าที่วิ่งเข้าหาคอร์ด 5 ใช้แทน คอร์ด 2 และ 4 ได้เป็นอย่างดี ภาษาคลาสสิคเขาเรียกว่า คอร์ดเนียโพลิแทน (พิมพ์อังกฤษไม่เป็น) ภาษา Jazz เขาเรียกว่าคอร์ดแทน แนวทางการเล่นก็คือต้องเชื่อมคอร์ด  Dbmaj7 เข้ากับ Scale C major ซะก่อน เพราะมันเป็นตัวเชื่อมระหว่างคีย์ F minor กับ C major พูดง่าย ๆ ก็คือ มันทำหน้าที่เป็นทั้งคอร์ดใน Scale F minor และ C major ไปพร้อม ๆ กัน

Dbmajor7 = Db  F  Ab  C
C maj7 = C  E  G  B

รวมร่างกันซะเลยก็จะได้ = Db E  F G  Ab  B C  Db

มองออกมั้ยครับ ว่ามันเป็น Mode อะไร ผมเองก็ไม่รู้ชื่อมันหรอกครับ
รู้แต่ว่ามันเป็น Mode ที่ 6 ของ F harmonic minor #4

F harmonic minor = F G Ab Bb C Db E F
F harmonic minor #4 =  F G Ab B C Db E F

จำมาเรียงใหม่ซะ = Db E F G Ab B C Db (ตัวที่เรารวมร่างกันเมื่อกี้น่ะแหละ)

ใครรู้ชื่อของมัน มาบอกหน่อยก็ดีครับ ผมมีแต่ใช้ ไม่เคยรู้ชื่อมันเลย
เอาเป็นว่า เพลงนี้เวลาเล่นผมจะคิดแบบนี้

// Fm7 / Bbm7  / Eb7   / Abmaj7 /  ใช้ F minor Scale

/ Dbmaj7  /   ใช้  F harmonic minor #4

/ G7  / Cmaj7 /....// ใช้  C major Scale หรือใครจะคิดว่า

G7  ใช้  G mixolydian Mode  
Cmaj7 ใช้ C Ionian Mode  

อันนี้ก็แล้วแต่ถนัดก็แล้วกันครับ

ประเด็นที่ยกมาซะยาวเหยียด ก็เพียงแค่ต้องการจะบอกว่า Mode นี่ใช้ให้เป็นก็พอ ไม่จำเป็นต้องไปนั่งท่องมันหรอกครับ ว่า # , b ตัวอะไร ตำเหน่งไหน  ระยะห่างเท่าไหร่ ชื่ออะไร เวลาเราเล่น จริง ๆ หรือเอาไปเขียนเพลง เราไม่ได้ประกาศให้ใครรู้นี่ครับว่าเรากำลังทำอะไร ยังไม่เคยเห็นนักดนตรีคนไหนเวลาจะเล่น Mode แล้วตะโกนบอกคนดูก่อนซักที เห็นแต่ใช้กันไปเลย ไอ้เราคนฟังนี่ดิ มานั่งปวดหัวคิดไปกับมัน ว่ามันใช้ Mode อะไร เพื่ออะไร ใช้ทำไม ไม่ใช้ได้มั้ย ใช้อันอื่นได้ป่าว มันใช้ยาวแค่ไหน ใช้โน้ตอะไรใน Mode บ้าง เรียง Melody ยังไง

สุดท้ายไอ้คนเล่นก็ยิ้มร่า เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าที่เล่น ๆ อยู่นี่มันคืออะไร (ตูมั่วโว้ย อย่ามาจับผิดตู)
เวลาผมเล่น บางครั้งเล่นไปแล้วค่อยนึกได้ว่าเมื่อกี้ใช้ Mode นั้นไป อย่างที่บอกครับ ต้องลองเอาไปใช้ พอมันชินมือชินไม้ ชินหู มันก็จะออกมาของมันเอง อย่าไปสนใจศัพท์แสงให้มันมากนักปวดหัวเปล่า ๆ ใช้เป็นก็พอแล้วหละ มีเวลาค่อยมานั่งท่องนั่งคิด ว่าอะไรเป็นอะไร จะได้กระจ่างมากขึ้น

บางคนเขาก็ไม่คิดมากเหมือนผม ช่วง คอร์ด  Dbmaj7  ก็เล่น  Db lydain Scale หรือ Fm Scale หรือ Ab major Scale ไปเลย ง่ายดี เลือกโน้ต สวย ๆ เอา แล้วใช้ Guide Tone (โน้ตของคอร์ด 2 คอร์ด ที่ใช้เชื่อมกัน) เชื่อมเอาเลย ซึ่งจริง ๆ ก็นิยมแบบนั้นกัน แต่ผมเป็นคนที่ใช้ Guide Tone ไม่เก่ง ผมมันประเภทพวก Move C ก็จะเล่นอิง Scale อิง Mode ส่วนคนที่เขาเล่นแบบ Fix C เขาก็จะชอบใช้ Guide Tone กันมากกว่า มันเป็นความถนัดของแต่ละบุคคล ไปห้ามกันไม่ได้ ซึ่งการ Move C มันจะอิสระในการเล่นมากกว่า Melody จะลื่น เรียบมากกว่า ส่วนคนที่ Fix C ก็จะให้ความรู้สึกที่สวิงมากกว่า เพราะคนที่เล่น Fix C จะใช้ Apeggio กันเยอะ กระโดดไปกระโดดมา เชื่อไม่เชื่อก็ไม่รู้นะ เวลาเล่น Jazz แค่เราเล่น Apeggio กระโดดไป กระโดดมา ความรู้สึกสวิงมันก็จะออกมาแล้ว แม้ว่าคนเล่นจะเล่นไม่สวิงก็ตาม แต่ความรู้สึกมันได้ มันสวิงด้วยตัวโน้ต ไม่ใช้สวิงด้วย Accent สำหรับผม และคนที่นิยมการ Move C จะเล่น Jazz ก็ต้องให้ความสำคัญกับ Accent มากหน่อย เพราะถ้าเผลอ ความรู้สึกสวิงนี่หายไปดื้อ ๆ เลย (เป็นประจำ)

ลองท่องเล่น ๆ นะ

"ป่า ปา ป๊า ปา ป่า ปา ป๊า ปา"  แบบนี้ไม่ค่อยสวิง เหมือนคนชอบเล่น Move C  ลองเปลี่ยนเป็นท่องแบบนี้บ้าง

" ป่า ดา ดี้ ดู  ปา ดู ดี้ ดา"  แบบนี้จะรู้สึกสวิงขึ้นมาเลย เหมือนคนที่ Fix C

นอกเรื่องซะงั้น แฮะ ๆ โทษที คนที่ศึกษา Mode จริง ๆ จัง ๆ ส่วนมากก็เห็นเป็นคน Jazz ลืมตัวไปนิด มันคาบ ๆ เกี่ยว ๆ กันอยู่ คน Pop เขาไม่ค่อยจะสนกันเท่าไหร่ จบดีกว่า เมื่อยนิ้ว

ตกลง ไอ้  F G  Ab  B C  Db E  F  นี่มันเรียกว่าอะไรหว่า (เล่นทุกวัน ไม่เคยรู้ชื่อมันเลย) เรียก harmonic minor #4 ตลอดเลย  ใครรู้บอกด้วยคร้าบบบ.........SmileP



  
Visit this user's website Find all posts by this user
Sat-1-Sep-2007, 11:17
Post: #10
RE: ช่วยแนะนำเรื่องการแต่งทำนองเพลงบนสเกลโหมดหน่อยครับ
ไม่รู้ครับ ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่เข้ามา ขอบคุณ ท่านจอมยุทธ ทุกท่านครับ SmileP
Find all posts by this user
Thread Closed 


Forum Jump:


 Quick Theme: