ถ้าเจอ internal link ที่มีปัญหาคลิคแล้วตาย อ่านวิธีแก้ขั้นต้นครับ
ลิงค์หน้านี้ไปที่เฟซบุ๊คของคุณ Share
|
คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
|
|
Fri-1-Jan-2010, 11:28
Post: #31
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
ความเหมือนผมนั้น เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะมองอย่างไร
เพราะว่า การที่เราตั้งมานั่งฟังสิ่งที่เราไม่ได้ยิน (งง) เป็นเสียงแห่งความเงียบหรือจะอะไรก็แล้วแต่ อันนี้ผมมองว่า มันเป็นได้ทั้ง ปรัชญา และการ กวน teen ครับ ..(โทษทีหาคำมาแทนไม่ได้จริงๆ) ทุกอย่างมันขึ้นกาตีความ หรือกำหนดนัยยะของมันออกมาด้วย ผมไม่ทราบว่า John Cage เขาต้องการสื่ออะไร เพราะว่า ไม่ได้ติดตามมาตั้งแต่ต้น (อีกอย่างเขาก็ไม่ได้บอกผมโดยตรง) ช่องว่างระหว่างสองสิ่งที่ผมบอกนั้นมากันด้วยเส้นบางๆ เท่านั้นเอง หากว่าเราคิดในแง่ชอง ฟิสิกส์ หรือวิทยาศาสตร์ ในเรื่องของความหมายของคำว่าเพลง ที่ต้องมีคลื่นความถี่ต่างๆ ผสมผสานกันจนได้เสียงที่กลมกลืนพอใจ.. หากไม่มีพวกนี้เราก็ไม่สามารถที่จะสื่อสารกับสิ่งที่นำเสนอออกมาได้ แต่ 4:33 นี่ ผมเองก็ไม่สามารถตีความได้ว่า John Cage เขาต้องการเสนออะไร แล้วทำอย่างนี้เพื่ออะไร จะเป็นการโฆษณา หรือกวน หรือเสนอในสิ่งใหม่ ผมว่าการตีความต่างๆนานา มันคงไม่ได้เกิดจาก John Cage เพียงคนเดียว เชื่อว่าต้องมีคนชงให้ด้วย ผมว่ามันก็เหมือนการขายสินค้าบางอย่างทีต้องบรรยายสรรพคุณให้เริดหรู ยกตัวอย่างอุปกรณ์บางอย่างที่เอาไว้ต่อพวกเครือ่งเสียงราคาแพงๆ ที่หากหูไม่ถึงก็ไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน หรือไม่สามารถสัมผัสถึงความแตกต่าง ส่วนตัวผมนั้น 4:33 เป็นนามธรรม จับต้องไม่ได้ อยู่บนจินตนาการ ถามผมว่ารู้สึกอะไรไหม ก็ต้องบอกว่า ไม่ครับ จำเป็นไหมที่ต้องไปนั่งฟังสิ่งที่ไม่ได้ยินจาก 4:33 นี้หรือไม่ ผมขอตอบว่า ไม่รู้หว่ะ .... (ฮ่า) เพราะสภาวะที่ต้องนั่งเงียบๆ คนเดียวแบบนั้น ทำเองได้ครับ กี่นาทีก็ได้ แล้วแต่ความอดทนในช่วงนั้นๆ เหอะๆ ผมบ่นไรเนี่ย |
|||
|
Fri-1-Jan-2010, 15:17
Post: #32
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
ขออนุญาติออกความเห็นบ้างครับ
คือๆๆๆๆ ถ้าอ้างอิงตามที่ผมเคยเรียนมาเกี่ยวกับวิชา+ทฤษฎีทางศิลปะ ิสิ่งที่ John Cage ทำ... จัดว่าเป็นศิลปะ และไม่ใช่ศิลปะ ครับ ^^; (เอ๊ะ ยังไง!!?) ที่บอกไปแบบนั้น เพราะว่า ...ทฤษฎีในโลกศิลปะ (ทั้งการได้ยินและการมองเห็น) มีมากมายหลายทฤษฎีครับ ... (เคยเรียนมาหลายปีแล้ว...ผมก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง) ถ้าให้ยกตัวอย่างแบบให้เข้าใจง่าย...ก็เหมือนภาพเขียนแนวแอ๊บสแตรค ทฤษฎีทางศิลปะทฤษฎีนึงบอกใช่ อีกทฤษฎีนึงก็บอกไ่ม่ใช่ กัีบภาพเขียนแนวเหมือนจริง อีกทฤษฎีนึงก็บอกไ่ม่ใช่ อีกทฤษฎีนึงบอกใช่ แต่อีกทฤษฎีนึงอาจจะมองทั้งภาพแนวแอ๊บสแตรคกับภาพแนวเหมือนจริงไม่ใช่ทั้งคู่ แต่อีกทฤษฎีนึงอาจจะมองทั้งภาพแนวแอ๊บสแตรคกับภาพแนวเหมือนจริงใช่ทั้งคู่ ดังนั้น...ที่ทุกคนบอก+ออกความเห็นมา ทั้งหมด มันก็ใช่และไม่ใช่ครับ...เพราะขึ้นอยู่กับที่ว่าเราจะตีความจากทฤษฎีไหน ก็แค่นั้นแหละครับ ^^; แหะ ๆ ผมก็พูดตามตำราที่เคยอ่าน+เรียนมา(นานมากแล้ว) หนะครับ http://www.myspace.com/demenufacture รู้สึกว่ารสนิยมของผมไม่ชอบกินส้มตำปูกับขนมปังครับ...แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่บางที...ถ้ามันเป็นแฟชั่นก็มีคนกินอยู่ดี
|
|||
|
Fri-1-Jan-2010, 18:13
Post: #33
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
ครั้งแรกที่ผมรับชมการแสดงเพลงนี้
ผมว่าผมได้ยินนะครับ ได้ยินอะไรบางอย่างในนั้น ผมว่ามันมี impact มากๆเลย สำหรับคนที่ดูแล้ว ผมอยากให้ลองเปรียบเทียบอย่างนี้นะ อยู่เฉยๆ 4.33 นาที กับคิดว่ากำลังฟังเสียงแห่งความเงียบ ในเพลงนี้ของ cage ในเวลา 4.33 นาที ผมว่า ผมลองทำดูแล้ว มันต่างกันมากครับ แล้วสิ่งนี้ ผมเคารพเค้าว่า ทั้งชีวิตผมก็คิดไม่ได้หรอกครับ cage ไม่ได้สร้างแค่เพลงอุปโลกจอมปลอมแค่นี้ซะหน่อย เค้ามาแล้วเกือบทุกการทดลอง ดังนั้น เพลงนี้มันมีการคิดมาแล้วอย่างแยบยลแน่นอน ไม่ใช่การหลอกเด็กชัวร์ๆ ว่าแต่เรื่องนี้อย่าพูดกันเลยครับ มันไม่จบแน่นอน เพราะต่างคนต่างเสพ คงรับรู้ไม่เหมือนกันหรอกครับ |
|||
|
Sat-2-Jan-2010, 03:37
Post: #34
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
ประสาทกินนะ ถ้าผมไปนั่งทำอะไรแบบเนี้ย เฮ่อ
ไม่เห็นต้องจ้างวง symphony เลย เพราะยังไงก็เล่นแต่ตัวหยุด -*- หากชีวิตไม่ได้อยู่เพื่อความรัก ฉันจะมีชีิวิตอยู่เพื่อดนตรี |
|||
|
Sat-2-Jan-2010, 05:12
Post: #35
|
|||
|
|||
| RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 ) | |||
|
Sat-2-Jan-2010, 05:50
Post: #36
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
การอภิปราย หากว่ามันจบลงด้วยการบอกว่า "อย่าพูดกันเลย มันไม่จบ แน่นอน"
ผมว่ามันเป็นอะไรที่นามธรรม พอๆกับคำว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" ผมเข้าใจดีถึงความเชื่อในแต่ล่ะบุคคลครับ แต่บางอย่างเมื่อถูกยกขึ้นมาเป็นหัวข้อที่อภิปรายกันแล้ว ก็ควรจะเปิดโอกาสให้มีการ "ถก" ในกันหัวข้อดังกล่าวนี้ด้วย เท่าที่ผ่านมาทั้งหมดมันเป็นข้อโต้แย้ง ปนเสนอแนะที่หลายท่านมีความเห็นเกี่ยว กับงานชิ้นนี้ของ John Cage ซึ่งบางท่านก็ออกความเห็นว่ามันไม่ได้เป็นงานดนตรีอย่างที่เรา ให้คำจัดความเท่าไร ... แต่กระนั้นดนตรีต่างๆ มันเกิดได้จากอะไรบ้างล่ะ หากเรามองว่าดนตรีคือเสียง มันก็ต้องมีเสียง หากเงียบหมายถึงไม่มี หรือไม่ใช่ บ้างก็ว่า ความเงียบยังมีเสียง แล้วก็ต้องถามว่า เสียงอะไรจากความเงียบนั้น แล้วเสียงจากความเงียบนั้น มันเป็นดนตรีได้ไหม ดนตรีที่เกิดขึ้นในสมอง ผมก็ได้ยินประจำ แล้วก็ถ่ายทอดมันออกมา และผมเชื่อว่านักประพันธ์เพลง ต่างได้ยินดนตรีในส่วนนี้กันทั้งนั้น ดังนั้นผมจึงมองว่า ผลงาน 4:33 มันไม่ได้มีอะไรใหม่ เพียงแต่ว่ามันแปลก และไม่มีใครทำ และประสบความสำเร็จในด้าน PR (อย่างที่พี่ต้อบอก) และอย่างที่ผมกล่าวไว้ก่อนหน้านี้คือ การทำอย่างนี้ เหมือนการกวน teen เพราะโนตก็เขียนมาให้หยุดซะอย่างนั้น เหมือนกับว่า อยากให้เงียบๆซะบ้าง เอ้าเงียบมันทั้งเพลงเลย ผมเห็นคนใน Hall (ตาม VDO )บางทีก็มีหัวเราะ ก็เลยคิดว่า นั่นเป็นสิ่งที่ John Cage ต้องการหรือไม่ ท่าปาดเหงื่อนั่นก็เป็นสิ่งที่นำเสนออยู่ใน Score นั้นด้วยหรือป่าว หากใช่ทั้งสองอย่าง ผมว่ามันก็ไม่ต่างกับ "จำอวด" เท่าไร (การแสดงจำอวด ไม่ได้ง่ายๆนะครับ) ผมเองมองทางด้าน ตรรกะ มากกว่าที่จะใช้จินตนาการตามการโน้มน้าวในการรับฟังอะไรสักอย่าง แต่เอาเถอะครับ การที่ผมไม่ได้ยินงานชินนี้ ก็ไม่ได้เป็นความผิดของคนสร้างงาน(ที่ผมคิดว่าไม่ได้สร้างอะไร) หากสรุปแบบ กวนteenเอาแบบชวนทะเลาะเลย ก็ต้องบอกออกมาว่า 1 สงสัยหูไม่ถึง จินตนาการไม่ล้ำเลิศ และ ไม่ไฮโซ .... หรือ 2 เฮ้ย กรูยังไม่ได้บ้า นั่งฟังอะไรที่ไม่ได้ยิน และ 3 -------- มาถึงตรงนี้หากจะวิพากษ์แนวคิดผม ก็ให้จินตนาการออกมาก่อนเลยว่า ผมจะเลือกปฏิบัตทางไหน ระหว่าง 3 ข้อนั่น |
|||
Thank given by |
lycoolthai |
|
Mon-4-Jan-2010, 16:55
Post: #37
|
|||
|
|||
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
(Fri-1-Jan-2010 18:13)uylink Wrote: อยู่เฉยๆ 4.33 นาที ผมลองแล้วไม่ต่างครับ
http://ampmie152.blogspot.com http://www.myspace.com/ampmie152 |
|||
|
Mon-4-Jan-2010, 23:52
Post: #38
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
ผมลองแล้วไม่ต่างเหมือนกันครับ
การอยู่เฉยๆ มันก็หมายถึงการตั้งสมาธิไปแล้วในตัวด้วยเช่นกัน ฉะนั้นจะเพ่งไปที่การฟังความเงียบหรือไม่ ผลสุดท้ายคือ "ไม่ได้ยิน" อยู่ดี ...แต่เล่นเปียโนบนคีย์ C แล้วย้ายมาเป็นคีย์ Db ในเพลงเดียวกัน (หมายถึงเอามา transpose แล้วเล่นใหม่แต่แรก ไม่ใช่ modulate เอาในเพลง) อารมณ์ต่างกันนะ ^^" |
|||
|
Tue-5-Jan-2010, 12:05
(This post was last modified: Tue-5-Jan-2010 14:39 by nop.)
Post: #39
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
จริงๆผมไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจทั้งสองอย่างในกรณีถกหรือไม่ถกดีชัดเจนหรือเปล่านะครับ ขออนุญาติคิดว่า อย่างเว็บไซด์ที่เราใช้คุยเล่นคุยหาข้อมูลคงเป็นพื้นที่ที่จะตีกรอบให้คนคุยกันในกรอบของวิชาการคงเป็นไปได้ยาก ภาษาวิชาการเองมันจำเป็นต้องมีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันใช่ไหมครับ(อย่างนักดนตรีถ้าคุยเรื่องทฤษฏีดนตรีก็คงคุณกันได้เรื่อยๆ) เพื่อให้ผู้ที่จะถกกันยังคงอยู่ในกรอบของอะไรบางอย่าง หรือนำไปสู่ประเด็นบางอย่างตามหัวข้อที่ตั้งไว้ อย่างกระทู้นี้ จริงๆหัวข้อมันคือ คุณอึดอัดแค่ไหนใช่ไหมครับ ถ้าเราตอบแค่อึดอัดหรือไม่อึดอัด มันก็คงจบและตรงตามเป้าหมายเจ้าของกระทู้ แต่พอตอบแบบหลายมุมหน่อย คำตอบก็น่าจะเปลี่ยนไปตามพื้นฐานหรือความสนใจของแต่ละคนหรือเปล่าครับ ยิ่งหัวข้อบางหัวข้อค่อนข้างใหญ่และผ่านการศึกษามาเยอะมาก หากผู้ถกไม่มีแบ๊กกราวน์หรือไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนหรือไม่ได้สนใจว่าจะต้องรู้ในแง่ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมใดๆ ผมว่ามันย่อมแตกปลายไปได้หลายทิศ(ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร ขี้นอยู่กับว่าเราคาดหวังผลรับของกระทู้นี้ระดับไหนใช่ไหมครับ ส่วนเคจจริงๆก็มีคนศึกษาเค้าไว้เยอะพอสมควร ซึ่งผมเองก็เชื่อว่าคนที่อยากทราบจริงๆก็คงใช้ข้อมูลแบบวิชาการมากกว่าในเว็บ) เรื่องประมาณนี้กรอบมันออกไปในทางสังคมศาสตร์ในเชิงวํฒนธรรมศึกษาอีกด้วย(ภาษาแบบคณิตศาสตร์มันค่อนข้างมีแบบแผนแน่นอนใช่ไหมครับ แต่ภาษาแบบวัฒนธรรมศึกษาเค้าก็มีทฤษฏีของเค้าอยู่เหมือนกันนี่นะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากตามศึกษามันมากน้อยแค่ไหน) อารมณ์แบบส่วนตัวหรือความเห็นส่วนตัวจึงจะดูขัดแย้งกับคนที่มองหัวข้อแบบนี้ในกรอบกรอบหนึ่งหรือเปล่าครับ ในทางกลับกันคนที่มองแบบมุมส่วนตัวก็จะมองว่าก็มันความรู้สึกฉันนี่หว่า คล้ายกับภาพเขียนที่ชื่อ white on white มั๊งครับ ผมไม่ทราบว่าศิลปินวาดภาพบ้านเราจะก่นด่างานนี้ว่าเป็นจำอวดด้วยหรือเปล่าเพราะภาพมันมีแต่canvasเปล่าวางซ้อนๆกัน และยังอยู่ในสมัยท่ไล่ๆกับงานของเคจด้วยอีกต่างหาก
คงเหมือนจับเอาคนที่ชอบเพลงเฮฟวี่มานั่งคุยกับคนที่ชอบเพลงเต้นรำแล้วถามว่าเพลงแนวไหนดีกว่ากันหรือเปล่าครับ ถ้าถามผม ตอนนี้ผมก็คงบอกผมชอบเพลงเต้นรำ แต่ถ้าเป็นซักสิบกว่าปีที่แล้วผมก็คงชอบเพลงแบบเมทัลล่ะครับ กระบวนทัศน์(paradigm)คนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้ล่ะมั๊งครับ เคจจะเป็นนักดนตรีหรือไม่ใช่นักนตรีผมเลยคิดว่าน่าจะเป็นผลจากเราใส่แว่นอะไรมองงานของเขาด้วยหรือเปล่าครับ แถมยังขึ้นอยู่กับที่ที่เราจะมองเคจด้วยอีกต่างหาก ส่วนตัวผมว่าเคจคงไม่ได้ตั้งใจมามั่วหรอกครับ เพราะผมคิดว่าคนที่ผลิตงานอย่างต่อเนื่องและทำให้คนยังพูดถึงได้ทุกวันนี้(แม้แต่ตอนนี้ ฮ่าๆ) ไม่น่าอาศัยลูกฟลุ๊คช่วยนอกจากผ่านกระบวนการคิดที่รอบคอบมาแล้วน่ะครับ ปล. อย่างไรก็ตามข้อดีของงานประเภทนี้ก็มักจะเป็นสิ่งที่เรากำลังถกเถียงกันอยู่นี่ล่ะมั๊งครับ ตราบใดที่ยังไม่มีใครมาบอกว่าฉันเป็นศาสดาด้านนี้ด้านนี้เธอถูกฉันผิดอะไรแบบนั้นใช่ไหมครับ |
|||
|
Tue-5-Jan-2010, 15:21
Post: #40
|
|||
|
|||
|
RE: คุณอึดอัดมากขนาดไหน (ที่ได้รับชม John Cage 4.33 )
ผมชอบกระทู้นี้ที่ทำให้หลายๆคนได้ออกความเห็นที่ต่างกันอย่างชัดเจนครับ
จะอย่างไรก็ตาม คุณเคจ ก็สามารถทำให้คนในบอร์ดเรามาสนใจในตัวเขาได้สำเร็จแล้ว และมีอีกหลายต่อหลายคนที่เอาชื่อเขาไป search ใน google หรือ youtube อีกเพียบ ฉะนั้น ผมเห็นด้วยกับพี่ต้อละกันครับ โฆษณาขั้นเมพ
|
|||
|
« Next Oldest | Next Newest »
|
| Possibly Related Threads... | |||||
| Thread: | Author | Replies: | Views: | Last Post | |
| John Legend ๆๆๆๆๆๆ | lycoolthai | 4 | 665 |
Wed-30-Apr-2008 17:34 Last Post: lycoolthai |
|

Blogs
Search
Member List
Calendar

Thank given by


