ถ้าเจอ internal link ที่มีปัญหาคลิคแล้วตาย อ่านวิธีแก้ขั้นต้นครับ
ลิงค์หน้านี้ไปที่เฟซบุ๊คของคุณ Share
|
มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
|
|
Wed-23-Dec-2009, 18:21
Post: #1
|
|||
|
|||
|
มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
คือผมอยากทราบวิธี แต่ง ไลน์ร้องประสานเพิ่มเติม เผื่อไว้ใช้ต่อยอดในอนาคตน่ะครับ
แล้วก็วิธีหา range เสียงของคนร้องด้วยน่ะครับ เพราะผมไม่รู้วิธีกำหนดว่า range เท่านี้นะ เป็น tenor เท่านี้นะเป็น bass อะไรยังไง ป.ล.เรื่องการแต่งไลน์ประสานผมได้ลองคุยกับคุณดุ๊กมานิดหน่อยแล้ว พอเข้าใจว่าให้เอาโน้ตในคอร์ดมาช่วยรองรับได้กับใช้โน้ตจรนิดหน่อย แต่อยากรบกวนขอวิธีอื่นๆเพิ่มเติมจากท่านอื่นๆด้วยน่ะครับมันอาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ(ในความคิดของผมนะ) หรือถ้าจะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานเลยก็ดีนะครับผมจะได้เรียนรู้ตั้งแต่แรกเลย |
|||
|
Thu-24-Dec-2009, 04:54
Post: #2
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
ที่จริงคุณ doubleb ก็เขียนเสียงประสานได้ดีอยู่แล้วหน่ะครับ
จากที่ผมได้ลองฟังเพลงสรรเสริญที่คุณ doubleb เรียบเรียงใหม่ การเรียบเรียงเสียงประสานนั้นเป็นเรื่องของจินตนาการล้วนๆแหล่ะครับ เราอยากศึกษาการเรียบเรียงอะไรใหม่ๆหรือแปลกๆก็สามารถหาฟังเพลง(ที่ดี)ทั่วไปได้ และวิธีมันก็มีเยอะด้วย อย่างที่ผมพอจะรู้และเอามาใช้เบื้องต้นก็ -Top Note Voicing -Chord -Polyphony -Counter Melody -Four Part -Three Part -Two Part -Counter Point -Fugue -Theme & Variation แค่นี้แหล่ะครับ |
|||
|
Thu-24-Dec-2009, 07:24
Post: #3
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
เข้ามาแอบรอด้วยครับ
(ขอบคุณ น้าหนอน ที่ทำให้ผมเข้าใจเสียงประสานมากขึ้น) |
|||
|
Thu-24-Dec-2009, 11:20
(This post was last modified: Thu-24-Dec-2009 11:44 by ves_wael.)
Post: #4
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
งั้นผมขอเขียนรายละเอียดของ Top Note Voicing ก่อนหล่ะกัน
หลายท่านคงจะเข้าใจในเบื้องต้นว่ามันคือการ voicing chord tone ลงมา หรือภาษาของมือ piano คือ Block Chord เช่น melody เล่นตัว C บนคอร์ด C voicing ลงมาได้ C G E หรือถ้า melody เล่นตัว E บนคอร์ด C voicing ลงมาได้ E C G ใน Triad จะไม่ค่อยยาก แต่ในกรณี Seventh จะมีข้อห้ามของ -Maj7 คือ ถ้า melody เล่นตัว C บน Cmaj7 ห้าม!! voicing แบบนี้ C B G E เพราะจะทำให้เกิดคู่ m2 บน melody วิธีแก้เราก็ใช้ 6th แทน จะเป็น C A G E แต่ถ้าเกิด m2 ในคอร์ดเช่น เล่น E ในคอร์ด Cmaj7ก็คือ E C B G กรณีนี้ได้เสียงจะไม่กัดไม่กวน melody ในการ voicing นั้น ไม่ได้แปลว่ามันจะเขียนลงมาเหมือนลูกชิ้นเรียงกันอย่างเดียว เราสามารถ Drop เสียงลงมาได้ดังนี้ Drop 2 เช่น เล่น B บน G7 B G F D ก็เขียนเป็น B F D G หรือเล่น B บนคอร์ด Cmaj7 B G E C จะเขียนได้ B E C G การ voicing แบบนี้จะทำให้ช่วงเสียงกว้างขึ้น และสามารถดัดแปลงเอาไปใส่ใน Orchestra หรือ Big Band ได้ หรือจะเอาใช้บนเครื่องมือตัวเองเช่น guitar,piano นอกจาก Drop2 แล้วยังมี Drop3 กับ Drop2&4 ด้วย การทำงานก็เหมือนกัน Drop3 ช่วงเสียงกว้างกว่า Drop2&4 กว้างที่สุด เช่น Drop3 เล่น F บน Dm7 เดิมเขียน F D C A ก็เป็น F D A C ส่วน Drop2&4 เช่น เล่น G บน Eb7 G Eb Db Bb จะได้ G Db Eb Bb และกรณีถ้าเราเจอ Melody เป็น Tension ให้ท่องอันนี้และทำความเข้าใจเลยครับ 9,b9,#9 >> 1 11 >> 3 #11 >> 5 13,b13 >> 5 ที่เขียนลูกศรคือการแทนเสียงครับ ขอย้ำว่ากรณี Melody เป็น Tension เท่านั้น เช่น เล่น Db บนคอร์ด C7b9 Db Bb G E C หรือเล่น B บนคอร์ด Fmaj7#11 B A F E C หรือเล่น C บนคอร์ด Gm7 C G F D Bb หรือเล่น C บนคอร์ด E7 C G# E D B แต่ถ้าเราเล่น B บนคอร์ด Cmaj7#11 เราก็ voicing เป็น B G E C ปกตินี่แหล่ะครับ อย่าลืมนะครับว่า 9,11,13 คือ Upper Structor คือโครงสร้างที่สูงขึ้นเหนือจาก chode tone อีก เราจะไม่สามารถเอามา voicing กลางคอร์ดได้ จะทำให้คอร์ดเดิมเพี้ยน เช่นถ้าเราไม่ voicing แบบข้างบน B F# E C โครงสร้างคอร์ดเดิมจะเสียงไปทันที กรณีแบบนี้เราสามารถใช้กับเครื่องมือ harmony ในการ comping ได้เช่น guitar, piano แต่เอาไปใช้ voicing ใน orchestra หรือ big band ไม่ได้ อีกกรณีถ้าเราเล่นโน้ต G บน Cmaj7 แต่เราอย่างเล่นแค่ 3 ตัวจะทำไง เราก็ต้องตัดโน้ตที่ไม่จำเป็นก่อน ตัวแรกที่ควรตัดเลยคือ Root เพราะ Bass มันเล่นให้อยู่แล้ว ยกเว้นแต่ว่าเราเล่นคอร์ด C/E อันนี้ค่อยว่ากัน อันดับสองเราตัด 5th เพราะมีโน้ตที่สำคัญต่อโครงสร้างมากกว่านั่นคือ 3rd กับ 7th เราควรรักษาตัวนี้ไว้ และถ้าเราอยากเล่นแค่ 2 ตัวหล่ะ ก็ตัดตัวใดตัวหนึ่งออกหล่ะกันครับ แล้วแต่ชอบเลย ....แต่ถ้า Melody เป็น Root อย่าไปตัด Melody ออกนะ..... |
|||
Thank given by |
Chaiyanon, Dolce Vita, doubleb, dening, zdioz, lycoolthai, haru |
|
Thu-24-Dec-2009, 13:37
Post: #5
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
ขอบคุณด้วยครับ คุณves-wael เข้าใจง่ายมีทางหนีทีไล่ให้ด้วย
|
|||
|
Thu-24-Dec-2009, 13:39
Post: #6
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
มาปรบมือให้คุณ ves_waelค่ะ
|
|||
|
Thu-24-Dec-2009, 19:30
Post: #7
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
อ่า..ผมว่าคงมีการเข้าใจผิดเล็กน้อย...ผมไม่ใช่คนที่นำเพลงสรรเสริญมาเรียบเรียงใหม่นะครับ
T-T ผิดแล้วผิดแล้วไม่ใช่ผม |
|||
|
Fri-25-Dec-2009, 00:27
Post: #8
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
ผมคิดอย่างนี้ครับ
แต่ละเสียงที่เป็นทำนองนั้นเค้ามี Fundamental และ overtone ของเค้า ผมจะมองตลอด bandwidth ว่าเสียงนั้นให้ความถี่อยู่ในช่วงใด จากนั้นพิจารณาว่า ต้องการความถี่ในช่วงใด ไปทำให้ตลอด bandwidth มีความกลมกลืน ทีนี้ความถี่อันไหนที่จะเอามาเติมได้ ก็ต้องกลับไปดูที่ระบบของมัน เค้าแบ่งความถี่ 1 octave ออกเป็น 7 เสียงเท่า หรือ ระบบ 12 เสียง หรือ 24 เสียง ถ้าระบบดนตรีตะวันตกทั่วไป ก็เป็นระบบ 12 เสียง ที่ A = 440 Hz ความเห็นผมคือ ตราบใดก็ตามที่ระบบการได้ยินของเรายังรับรู้เสียงทำนองชัดเจนกว่า เสียงอื่น ซึ่งนับไว้ว่าเป็นเสียงประสาน ไม่ว่าเสียงประสานนั้นก็อยู่ในช่วงความถี่ที่สูงหรือต่ำกว่า ก็สามารถใช้เสียงเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นเสียงประสานได้ มีหลายวิธีที่จะทำให้โน้ตที่ความถี่สูงกว่า ทำหน้าที่เป็นเสียงประสานได้ เมื่อเรารู้ว่าความถี่อันไหนที่นำมาใช้ได้แล้วรักษาระบบการรับรู้ให้คงอยู่ได้ ที่ฟังแล้วไม่ว่าเพี้ยน เช่น อยู่ในระบบ tonality หรือ atonality ถ้าอยู่ในระบบ tonality คือ ใน series ของเสียงต่าง ๆ ที่เรานำมาใช้นั้น มีเสียงหลัก บอกได้ว่าเป็น บันไดเสียงอะไร (key, scale) ก็เลือกเสียงต่าง ๆ มาจาก series นั้น ในระบบสมมติให้เข้าใจตรงกัน หรือ ทฤษฏี เค้าก็จะมีศัพท์ของเค้า เอาไว้เรียกให้เข้าใจตรงกัน เช่น ขั้นคู่ ระยะห่างระหว่างขั้นคู่ ไตรแอด คอร์ด อินเวอร์ชั่น และอีกสารพัด ทีนี้ถ้าเราไม่อยากปวดหัวไปนั่งจำ ก็รู้แค่ว่า เสียงไหนมันจะสามารถเอามาประสานได้บ้าง แล้วผลของมันเป็นอย่างไร แต่ถ้ารู้ทฤษฏี ก็ยิ่งง่ายขึ้นคือ นอกจากจะรู้ว่าเอาเสียงอะไรมาใช้ได้บ้าง ยังรู้อีกว่าผสมอย่างไร จะออกมาฟังดี เสนาะหู หรือ ฟังแล้วกัดอึดอัด ไม่เสนาะหู ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก ถ้าไม่อยู่ในระบบ tonality (atonality) ก็หยิบเอาตามใจเถิด กระนั้นแล้วพวกนี้เค้าก็ยังมี ทฤษฏีการหยิบของเค้าอีกอยู่ดี เราก็เลือกเอา จะหยิบอย่างไหน เพื่อตอบโจทย์ของเรา ใช้หู ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่หลายท่านทำเงินเป็นล้านมาแล้ว ผมเคยถามหัวหน้า (ส่วนใหญ่พิงค์แพนเตอร์จะเรียก พี่ต๋อย หรือ คุณวิชัย ปุญญยันต์ว่าหัวหน้า เวลาทำงาน).....ว่า หัวหน้า เวลาทำเสียงประสานหัวหน้าคิดยังไง หัวหน้าก็ตอบว่า เราใช้หูว่ะ ..... เวลาเค้าทำงาน เค้าก็เติมไปเรื่อย ๆ ข้างบนบ้างข้างล่างบ้าง พอผมถามเข้า ก็ตอบว่า เราใช้หูว่ะ
|
|||
Thank given by |
haru |
|
Fri-25-Dec-2009, 14:47
Post: #9
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
ใช้หูมันก็ทำให้ได้ยินไงครับ....เฮอๆๆ
แต่การใช้หูมีข้อดีข้อเสียน่ะ ข้อดีคือเราได้ใช้จินตนาการได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นคนที่เปิดโลกทัศน์ในการฟังเพลงแล้วนั้น เสียงที่เราได้ยินมันจะเป็นยังไง???? ถ้าฝรั่งไม่มีเผยแพร่ดนตรีของเค้า เราจะได้ยินเสียง D กับ Eb ของขลุ่ยเพียงออเพี้ยนมั้ย?? นั่นก็คือข้อเสียของการใช้หู พูดถึง overtone ทำให้ผมนึกถึงเรื่อง Harmonic Series ก่อนที่จะมาเป็น chord เป็น harmony อะไรนั้น เราร้องหรือเล่นแบบ unison แล้วได้มีคนค้นพบ Harmonic Series คือระดับเสียงธรรมชาติที่เกิดจากการแบ่งช่วงเสียง(จะงงๆอยู่น่ะ)ซึ่งประกอบด้วย (Ex: on C)>> C C G C E G Bb C D E F# G A Bb B C หรือสังเกตได้จาก guitar ถ้าเราดีดสายเปล่า E จะได้เสียง E ถ้าเอานิ้วแตะครึ่งกลางของสายหรือเฟลตที่ 12 จะได้เสียง E ที่สูงกว่า 1 octave แบ่ง1/3หรือเฟลตที่ 7 จะได้เสียง B แบ่ง1/4หรือเฟลตที่ 5 จะได้เสียง E แบ่ง1/5หรือเฟลตที่ 4 จะได้เสียง G# อะไรประมาณนี้ แล้วมันช่วยในเรื่องการประสานเสียงได้ยังไง ถ้าเรารู้หลักการเกิดของเสียงของ harmony เราย่ิอมได้เปรียบในเชิงความรู้หรือการนำมาใช้ใช่มั้ยครับ อย่างเพลง Bolero -ของ Ravel จะมีการประสานเสียงโดยใช้ Harmonic Series ที่เค้าไม่ได้ใช้ Chord ประสานเสียงเพราะว่าเพลงนี้เป็น Modal Music ไม่ใช่ Tonal Music จึงคิดต่างกัน |
|||
Thank given by |
doubleb, haru |
|
Fri-25-Dec-2009, 21:16
Post: #10
|
|||
|
|||
|
RE: มีใครพอจะมีวิธี เรียบเรียง เสียงประสานดีๆเข้าใจง่ายๆไหมครับ
หู ไม่ใช่แค่นั้นหรอกครับ
คนเรามี หู ที่หู คือ หูเนื้อ ๆ ที่อยู่ในกะโหลกเรา หู ที่ตา คือ มอง อ่าน แล้วก็ได้ยินเสียงได้ หู ที่ใจ คือ หู ที่เป็นทิพย์ หรือ หูในใจ ไม่ต้องฟัง ไม่ต้องมอง ก็สามารถได้ยินได้ หู ที่ตัว คือ ตัวเราที่รับรู้ความสั่นสะเทือน รับรู้ความถี่ที่หูในกะโหลกไม่สามารถฟังได้ เช่น นักเปียโน ที่ฝึกฝนมาดี หรือ มือกลอง ยกตัวอย่างนะครับ เค้าสามารถ ได้ยินเสียง จากความเร็วในการหมุนข้อต่อได้ ไม่ต้องตีกลองจริง ๆ ไม่ต้องกดคีย์จริง ก็ได้ยินเสียงได้ |
|||
Thank given by |
lycoolthai, haru |
|
« Next Oldest | Next Newest »
|

Blogs
Search
Member List
Calendar

Thank given by

