อากาศดี
นิยามคำว่าอากาศดีของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน อากาศดีของผมคือฟ้ามืดครึ้ม ไม่มีแดดแม้แต่หยดเดียว อุณหภูมิ-ความชื้นพอเหมาะ ไม่ร้อนอบอ้าว
วันนี้อากาศดี ผมจะเดินทางไกล ! !
เรื่องมันเป็นยังงี้ครับ ท่านสารวัตร... เมื่อวานนี้ขณะที่ผมกำลังเข้าเน็ต แชทกับเพื่อนสาวคนสวยอย่างเมามัน เน็ตก็ตัดฉับไปดื้อๆ ผมก็ไม่สงสัยอะไร เพราะตอนนั้นฝนตกหนัก คิดว่าเน็ตคงขัดข้องตามปกติ
จำเนียรกาลผ่านมาจนสายวันรุ่งขึ้น มันก็ยังเดี้ยงอยู่ตามเดิม.... ผมเริ่มเอะใจขึ้นมาทันที ไม่ใช่ละ !...ทดลองยกหูโทรศัพท์มาฟัง ได้ยินเสียงข่มขู่มาว่า "เลขหมายนี้ระงับการใช้ชั่วคราว กรุณาติดต่อ บลา บลา บลา..."
ผมเคยบอกใครต่อใครเสมอว่า ผมชอบเดิน ถ้าได้อากาศดีๆและรองเท้าเจ๋งๆซักคู่ ผมจะเดินจากเชียงใหม่ไปสุไหงโก-ลคให้ดู....เชียงใหม่-โกลคนั่นพูดเล่น แต่ผมชอบเดินน่ะเรื่องจริง
กลับมาที่เรื่องของเราต่อ... อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวเสร็จสรรพ คว้ารองเท้าคู่ใจมาสวม มันไม่เจ๋งหรอก แต่ระยะทางแค่นี้สบายมาก ผมจะเดินไปห้างเซ็นทรัลเพื่อไปจ่ายค่าเน็ต ขากลับคิดว่าค่อยนั่งรถสองแถวกลับ
ล๊อคประตูห้อง ล้วงมือถือขึ้นมากดไปที่โหมดจับเวลา
กดคลิค ! กลั้นหายใจกระทืบเท้าขวาสามครั้งแล้วก้าวเท้าซ้ายก้าวแรก ออกเดินทาง
เดินไปได้ซักพักใหญ่ นึกขึ้นได้ว่าลืมเอากล้องมา ไม่งั้นจะได้ถ่ายรูปสองข้างทางไปเรื่อยๆ ช่างมัน เอาไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสค่อยว่ากันใหม่
รวบรัดตัดตอนเลยดีกว่า เพราะวิวข้างทางก็ไม่มีอะไรให้บรรยายนอกจากขยะ ขยะ และขยะ ! ถึงหน้าประตูห้างหยับทือหมือขึ้นมากดดูเวลา ทั้งสิ้นจากประตูห้องมาถึงประตูห้างฟาดไป 78 นาที ผมเดินเรื่อยๆตามสบายนะครับ ไม่ได้จ้ำพรวดๆแบบออกกำลังกาย ส่วนระยะทางยังไม่รู้ เพราะขณะที่นั่งเขียนอยู่นี้เน็ตก็ยังไม่มา ไม่สามารถเช็คกับ google map ได้
ถามรปภ.ว่าจุดหมายของผมอยู่ที่ชั้นไหน แล้วก็เดินดุ่มหาไปจนเจอ ตอนที่ไปกดบัตรคิว มีคิวก่อนผมแค่คนเดียว ผมกระหยิ่มใจว่าวันนี้โชคดีแท้ ไม่ต้องรอนาน หยิบบัตรคิวมาดูเลขเผื่อจะซื้อหวย หมายเลข 036
จนไอ้...เอ๊ย คุณคนนั้นจ่ายเงินเสร็จ ก็ยังไม่มีเสียงเรียก 036 ของผม เคาน์เตอร์ก็ว่างทุกช่อง พนักงาน 3 คนในนั้นก็ไม่เห็นทำอะไรนอกจากนั่งเม้าท์กันน้ำหมากกระจายแดงเถือกไปทั่ว ผมยังมองโลกในแง่ดีว่าคงคุยกันเรื่องงาน
เวลาผ่านไปประมาณเกือบ 10 นาที ผมมีเพื่อนร่วมชะตากรรมมาเพิ่มอีก 3 คน จึงมีเสียงเรียก "ขอเชิญหมายเลข 036 ที่ช่องสามค่ะ".... ผมก็ยังไม่วายอารมณ์ดีว่า "ช่องสามเลยวุ๊ย จะได้เจอน้องกาละแมร์มั๊ยนะ"
จนได้มายืนที่หน้าช่องจ่ายเงิน มิเตอร์อารมณ์ดีของผมก็เข็มตกฮวบ เพราะได้รู้ว่าเธอทั้งหลายเม้าท์เรื่องอะไรกัน ยัยช่องสามนั่นแหละ กำลังอวดโอ่ให้เพื่อนๆฟังว่าหล่อนวางแผนจะไปเที่ยวที่ไหนในวันสุดสัปดาห์นี้ มีการส่งโบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยวให้กันและกันดู พลางก็วิจารณ์ไปด้วย "อุ๊ย ตรงนี้วิวสวยจังเลยย่ะ, ห้องพักเค้ากว้างขวางดีนะยะ....บลา บลา บลา"
โอ้ แม่เจ้า นี่ถ้าไม่มีคนมาเข้าคิวเพิ่ม ผมคงต้องรอจนถึงวันจันทร์เพื่อให้หล่อนกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อน (วันนี้วันเสาร์)
กระบวนการชำระเงินก็ผ่านไปใช้เวลาแค่ 1 นาที ผมออกจากห้าง ข้ามถนนเพื่อจะเรียกรถ แป๊บเดียวก็มีรถมา ผมโบกมือเรียกแต่ไกลเพื่อความชัวร์
ยัยเจ๊ที่ข้างคนขับลดกระจกลงถามผมว่า "ไปไหนคะลุง"
ผม " ไป xxxxxx เท่าไหร่ครับ"
ยัยเจ๊คิดประมาณ 2 วิ "150 ค่ะ"
ผมสะดุ้งเฮือก ถอยหลังมาสองก้าวเพื่อดูให้แน่ใจว่ามันเป็นรถสองแถว ไม่ใช่ลิโมซีน ! !
ผมเคยขึ้นรถจากตรงนี้มา 2 ครั้ง แค่ 40 บาทโดยไม่ต้องต่อรอง ยัยเจ๊แกเรียกซะ 150 บาท เกือบ 4 เท่า ! เรียกซะไม่กล้าต่อราคากันเลย
ผมตอบไปอย่างเจียมตัวว่า "ไม่เป็นไรครับป้า ผมเดินเอาแล้วกัน ตังค์ไม่พอ"
ยัยเจ๊ซึ่งหน้าตาอายุประมาณหลานคนเล็กของผมค้อนขวับ หันไปสะกิดคนขับออกรถไปอย่างรวดเร็ว ผมยิ้มสะใจแล้วเริ่งลงเท้าเดินอีกรอบ
เป็นอันว่าเดินกลับจริงๆ แต่ฝั่งขากลับนี่ค่อยยังชั่วหน่อย มันเป็นอาคารร้านค้าตลอดทาง ผมก็เดินเอ้อระเหยลอยชายชมโน่นชมนี่มาเรื่อย กินเวลามากกว่าขาไปพอสมควร กลับมาถึงห้องก็นั่งเขียน hometalk นี่แหละครับ รอให้เน็ตมาค่อยเอาขึ้นเว็บ
สวัสดี... 


มองโลกในแง่ดีเสมอนะครับคุณป๋า..เจอแต่ละเหตุการณืยังปล่อยมุกได้..ถ้า เป็นผม มีหงุดหงิดนะ..เฮ่อ อยากมองโลกในแง่ดีแบบป๋าจังเลย..สุขภาพจิตคงจะดีน่าดู...