ภาษาวิบัติของวัยรุ่นไทย

Increaseก็ไม่ใช่ประเด็นใหม่อะไรนะครับ มีการรณรงค์กันมานานแล้ว ฮือฮาบ้าง  ซบเซาบ้างสลับกันไป ผู้คนก็แบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายเช่นเดิม คือ กลุ่มผู้ใช้ภาษาวิบัติ(ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น) - กลุ่มรณรงค์ต่อต้าน - และกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด(หรือใฝ่มันทุกฝ่าย)

ตัวผมเองอยู่ในกลุ่มสุดท้าย คือถ้าอ่านออกก็อ่านไป ถ้าอ่านไม่ออกก็โยนทิ้งไป(ทั้งคนทั้งตัวหนังสือ) เท่าที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลก internet ก็เจอทุกวันครับ แต่อยู่ในดีกรีอ่อนๆ ไม่ถึงขนาดในภาพประกอบ ถ้าขนาดในรูปนี้ผมว่าไม่ใช่วิบัติแล้วหล่ะ มันพินาศกันเลย

ผมเดาเอานะ ว่ากลุ่มผู้ใช้ภาษาแบบนี้ก็ยังแบ่งออกเป็นหลายพวกอีก

1. ใช้ไปตามกระแสในโลกแวดล้อมของตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กในระดับมัธยมต้น-ประถมปลาย เผลอๆเด็กพวกนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้ามีการรณรงค์ต่อต้านกัน เพราะไม่ค่อยได้ออกมาอ่านอะไรนอกสังคมแวดล้อมเท่าไหร่ กลุ่มนี้วิบัติอย่างรุนแรงตามภาพประกอบเลย

2. ใช้เพื่อเรียกร้องความน่าเอ็นดู กลุ่มนี้มีหลายอายุตั้งแต่เด็กโตยันผู้ใหญ่วัยทำงาน ระดับการใช้ไม่เข้มข้นเท่าไหร่นัก ยังพออ่านออก บางคนก็น่าเอ็นดูสมความตั้งใจ แต่บางคนก็น่าให้ดูอย่างอื่น ลักษณะพิเศษของกลุ่มนี้ก็คือแก้มป่องและตาโตประหนึ่งลูกปิงปอง

3. กลุ่มทั่วไป ความเข้มข้นของการใช้อยู่ในระดับต่ำสุด จะออกแนวเป็นภาษาพูดมากกว่า หรือไม่ก็แปลงรูปอักขระให้แสดงอารมณ์มากขึ้น เหมือนกับสนทนากันด้วยเสียงพูดจริงๆ กลุ่มนี้มีทุกช่วงอายุ

ในความเห็นส่วนตัวของผมเอง ผมจะแอนตี้เฉพาะกลุ่มแรก ที่แอนตี้เพราะผมอ่านไม่ออกครับ แต่ก็ไม่ได้ไปหมั่นใส้หรือเกลียดชังเด็กพวกนี้แต่อย่างใดนะ บอกซะก่อน.... ผมเองเขียนหนังสือบ่อย ก็ใช้ภาษาแนวๆนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนรูปสระ-วรรณยุกต์ ก็เพื่อสื่อสารกันทางอารมณ์ได้ลึกกว่าภาษาเขียน พูดง่ายๆคือการเอาสำเนียงพูดมาเขียนเป็นตัวหนังสือนั่นเอง

ลองอ่านนี่ดู อ่านให้ถูกต้องตามหลักภาษาเลยนะ " เย็นนี้เธอว่างไหม ไปกินข้าวกับฉันได้หรือเปล่า"
ถ้าเปลี่ยนมาเขียนอีกแบบ " เย็นนี้เธอว่างมั๊ย ไปกินข้าวกะชั้นได้ป่ะ"
คุณคิดว่าแบบไหนจะแสดงอารมณ์ของเพื่อนคุยกันได้มากกว่า

สรุปตามความเห็นส่วนตัวของผมก็คือ ใครอยากใช้ก็ใช้ไปเหอะ ขอให้มันอยู่ในระดับพอดีๆ ไม่เป็นภาษาต่างดาว ไม่ต้องแกะรหัส สำหรับผมก็โอเคแล้วครับ คุณคิดว่าไง ?

Comments (18)
  • Anonymous

    อย่างรุ่นป๋า น่าจะเคยเจอมาแล้วนะ :D ... สมัยจอมพล ป.ไง

    ผมเคยอ่าน พล นิกร กิมหงวน ที่ตีพิมพ์ยุคนั้น บอก ตรง ๆ เสียความรู้สึกเป็นที่สุด ไม่ฮาเลย

  • Anonymous

    เห็นด้วยครับ
    ผมเห็นการรณรงค์ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องในเวบบางที่ มันน่ากลัวน่ะครับ
    พอมีใครมาพิมพ์แบบวิบัติปั๊บ คนอื่นจะเข้ามาให้ความเห็นที่น่ากลัวทั้งนั้นเลย
    เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

    จิงๆแล้ว คนที่ชอบใช้ภาษาแบบนี้ถ้าเค้าใช้โดยที่รู้ว่าภาษาที่ถูกมันเป็นยังไง แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วครับ
    หมายถึงว่า ถ้าถึงเวลาที่ต้องใช้ภาษาให้ถูกก็ใช้ได้ แต่ถ้าในเวลาที่ไม่จำเป็น ถ้าอยากจะวิบัติก็ยังใช้ได้ด้วย อะไรงี้อ่ะครับ

    ผมไม่เคยรังเกียจเลย กลับจะพยายามอ่านซะอีกครับ ตลกดีด้วยครับ

  • dear709

    เห็นด้วยเรื่องการไม่ได้ไปหมั่นไส้หรือเกลียดชังครับ

    ผมเคยเห็นการรณรงค์ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องในบางเวบ มันน่ากลัวมากครับ
    แค่มีใครมาใช้ภาษาหน่อมแหน้ม พิมพ์ผิดนิดหน่อย จะมีคอมเม้นท์ตามมาแบบน่ากลัวเลยครับ
    ผมว่าถ้าอยากจะใช้ภาษาวิบัต ก็ขอให้รู้ว่าที่ภาษาที่ถูกมันเป็นยังไงก็น่าจะพอแล้วอ่ะครับ
    ประมาณว่า ถ้าต้องใช้ภาษาที่ถูกก็ใช้ได้ แต่ถ้าในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นก็ใช้ภาษาวิบัติได้ อะไรเงี้ยอ่ะครับ
    ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอ่ะครับ เพราะผมคิดว่าจะช้าเร็วคนเราก็ต้องคิดถึงความเหมาะสมได้เองครับ
    ผมไม่เคยเกลียดเลย กลับจะพยายามอ่านซะอีก อย่างหน้าปกหนังสือที่ป๋าติ๊ดเอามาให้ดูเนี่ย ตลกดีออกครับ

  • dear709

    ขอโทดครับ
    พิมพ์ส่งไปตอนแรกมันขึ้นว่า fail
    พอพิมพ์ใหม่ส่งใหม่ อันเก่ากลับมีซะงั้นครับ :(

  • phokha

    มีภาษาไทยสมบัติของชาติ ไม่คิดรักษา
    เพราะมัวแต่ไปบ้า "ซารังเฮโย"

  • dear709

    ขอโทดครับ
    พิมพ์ส่งไปตอนแรกมันขึ้นว่า fail
    พอพิมพ์ใหม่ส่งใหม่ อันเก่ากลับมีซะงั้นครับ :(

  • ken_ardency

    สาวที่เคยจีบ น้องเค้าชอบใช้ภาษาประมาณนี้ กัน เวลา chat คุยรำคาญเหมือนกัน แต่ก็เฉยๆไว้ :D

  • WISNU32

    ผมก็คนนึงที่ไม่ค่อยชอบภาษาวัยรุ่นเท่าไหร่ แต่เวลาแชทกับเหลนที่อยู่ กทม. ก็ต้องตามมันให้ทัน ไม่งั้นมันล้อเราแย่เลย เศร้าจัง ต่อไปเขียนภาษาไทยทีนี่ เด็กรุ่นใหม่มันจะเขียนถูกไหมหนา มันคงไม่เข้าใจมั้งว่า ภาษาไทยกว่าจะเป็นภาษาไทยถึงทุกวันนี้ มันเป็นมายังไง

  • Dolce Vita

    ไม่ว่าจะเป็นเด็กรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่านั้น
    การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง ใช้ให้ถูกตามกาลสมัยนั้นเป็นสิ่งที่สมควรมาก
    ถึงแม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไป ยุคจะผ่านไป ITจะมีบทบาทสำคัญมากน้อยก็ตาม
    แต่ถ้าเราช่วยกันรณรงค์การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
    ผู้ืที่ใช้ภาษาไทยที่ผิดหลักทั้งหลาย ก็จะหันกลับมาใช้ภาษาไทย
    ให้ถูกต้องอย่างเช่นเคยได้ค่ะ

    อย่างน้อยเราต้องใช้ภาษาไทยให้ถูกหลัก เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีต่อคนรุ่นหลังนะคะ :love:

  • Mahaodd  - หนักใจ

    เจอภาษาแบบนี้ ผมปวดหัวเลยครับ
    มีผลต่องานมาก น้องที่ทำงาน เขียนหนังสือแทบไม่ถูกเลยครับ
    การวางวรรณยุกต์ มาตราตัวสะกดทั้งตรง และไม่ตรงมาตรา
    การเขียนบรรยาย หรือเรียงความเพื่อสื่อสารกับผู้ปกครองก็แย่มาก

    ผมเห็นเค้าแอบคุยกันใน MSN กับเพื่อน ๆ ภาษาแบบที่ว่านี้แทบทั้งนั้น
    ไม่รู้อาจารย์ปล่อยให้มันจบปริญญาตรีมาได้ยังไง ...

    ที่เห็นเขาคุยกันก็เพราะว่าต้องคอยตรวจสอบใครที่เล่น MSN ในเวลางาน

    -----------

    บางทีผมก็ใช้นะครับภาษาแบบนี้ อันนี้ยอมรับ
    แต่ถ้าอะไรที่เป็นทางการ หรือกึ่งทางการ ที่ต้องเป็นงานเป็นการ
    ก็ต้องว่าให้ถูกตามหลัก ไม่ใช่มั่วกันไปหมด
    เห็นอนาคตของภาษาไทยเลยครับ

    ---------

    ปล.ที่ใช้นี้เขียนแบบภาษาพูดนะครับผม :D

  • akira

    ผมว่า นานาจิตตัง สมัยก่อน มึง กู อ้าย อี นี้ไม่ใช่คำหยาบ เวลาผ่านไปก็กลายเป็นคำหยาบตามยุคสมัย การเขียนก็น่าจะคล้ายๆกันครับผมว่า บางกลุ่มก็พยายามสร้าง เพราะคิดว่าเท่ห์หรือตามสมัยนิยม เมื่อก่อนนี้ก็สะกดและเขียนคนละแบบกับสมัยนี้ บางคนอาจจะเถียงว่า เฮ้ย!!สมัยนี้มันเกินไปแล้วหล่ะเขียนขนาดนี้ ถ้าให้ผมตอบก็คง โลกมันหมุนเร็วขนาดนี้ อะไรๆก็หมุนตามกันไปหมด เมื่อก่อนกว่าจะได้ HD ซัก 1MB รอแทบตาย
    เดี๋ยวนี้ เป็น TB ไปแล้ว ทุกอย่างมันไปด้วยกันหมดจริงๆ :no-comments:

  • tuist  - แล้วแต่จะคิด

    ลองมาดูเว็บบอร์ดแถวเชียงใหม่ซิครับ
    อนุรักษ์ภาษาถิ่น แบบ แนวๆ
    สะกดกันแบบอู้คำเมืองเลย
    ที่ผมชอบมากที่สุดคือ บอร์ด อบต.แห่งหนึ่ง
    กระทู้ชื่อ ขอเจินฮ่วมปะเวนี ปี๋ใหม่เมือง กันครับ ปี้น้อง
    เป็นคำสุภาพมากๆ ของที่นี่ แต่ผู้เชี่ยวชาญภาษากลางรับไม่ได้

  • Anonymous  - มองต่าง...

    อันนี้ผมมองต่างมุมจากป๋าหน่อยนะครับ

    การแบ่งอย่างป๋า ก็เป็นการมองในแง่มุมนึงครับ
    แต่การแบ่งประเภทของผม ผมคิดว่าน่าจะแบ่งเป็นสองแบบครับ
    คือ

    แบบแรก ใช้ภาษาพูดมาเป็นภาษาเขียน
    กับแบบที่สอง ใช้ภาษาที่สร้างขึ้นมา เพื่อความสนุก และความแนว (แนววิบัติ..)


    ผมคิดว่า คนที่จะใช้ภาษาพูดมาเป็นภาษาเขียน จริงๆ ก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ
    เป็นการสื่ออารมณ์ให้ออกมาเป็นตัวอักษรที่ดีครับ
    เมื่อผู้เขียนรู้ตัว และผู้เขียนตั้งใจสื่ออารมณ์ออกมา
    อย่างนี้ก็ตรงกับสิ่งที่ป๋ากำลังบอกว่าป๋าไม่รู้สึกอะไร
    ผมก็ไม่รู้สึกอะไรเหมือนกันครับ
    อ่านง่ายกว่าภาษาเขียนปกติซะด้วยซ้ำ
    ในเมื่อเป็นการเขียนเพื่อพูดคุยกัน ไม่ใช่เป็นการเขียนบทความ
    หรือเป็นการเขียนเรียงความ คงไม่จำเป็นต้องยึดหลักการเขียนเต็มที่


    แต่การที่ตั้งใจเขียนผิดๆ เพื่อให้ดูแนว
    สะกดให้เสียงคล้ายๆ เดิม แต่รูปวรรณยุกต์ กับพยัญชนะผิดๆ
    เนื่องด้วยเหตุผลหลักแรกๆ คือการพิมพ์ที่น้อยลง (เพราะพิมพ์ไม่ค่อยคล่อง)
    อันนี้สิครับที่น่ากลัว...ทำกันจนเป็นความเคยชิน
    ยกตัวอย่างเช่น เปน, จิง, กัว

    กับอีกแบบหนึ่ง คือการที่แก้ตัวสะกดไปเลย อาจจะได้เสียงเดิมร้อยเปอร์เซนต์
    หรือได้เสียงใกล้เคียงของเดิม เพื่อให้ดูสนุกสนาน แต่เวียนหัวคนอ่านเล่นๆ

    อย่างในตัวอย่างของป๋า เช่น
    ตะวันออก - ตาวัลออก
    หนังสือเรียน - นั๋งสือเลียน
    ภาษาไทย - พาสาทัย (อันนี้รับไม่ได้สุดๆ)

    ผมไม่เห็นว่ามันจะช่วยทำให้การพิพม์นั้นสะดวกขึ้นตรงไหน
    เพราะจำนวนการเคาะพยัญชนะมันก็เท่าเดิม บางครั้งอาจจะมากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ

    มันจะทำให้ติดเป็นนิสัย และทำให้เกิดเป็นความเคยชิน
    ผมเชื่อว่าเด็กๆ สมัยนี้อ่านหนังสือน้อยลงเยอะ

    จากการที่อ่านน้อย แต่ Chat กันเยอะขึ้น ทั้งจากทาง IM, Facebook, Twitter, Forums,...

    เค้าจะมีข้อมูลที่ถูกต...

  • Tula

    อ้าว...โพสต์มันถูกต้ดไป...ดีนะเนี่ยที่พิมพ์ไว้ใน Notepad

    ต่อตรงนี้ครับ...


    เค้าจะมีข้อมูลที่ถูกต้องป้อนเข้าสมองน้อยลง

    สุดท้ายแล้ว ผมไม่เห็นถึงความเจริญอะไรที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ภาษาแบบนี้เลย
    มีแต่ทางไปสู่ความหายนะ

    อย่างที่พี่ออดพูดแหละครับว่าสมัยนี้ เด็กๆ แยกแยะไม่ออกแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง
    ผันวรรณยุกต์ไม่ออก เขียนคำศัพท์ผิดๆ ถูกๆ เรียงประโยคผิดๆ

    ตัวผมเองก็ไม่ใช่ว่าจะเก่งเรื่องภาษาไทยอะไร แต่ทุกครั้งที่พิมพ์ก็พยายามให้พลาดน้อยที่สุด

    ภาษาสื่อถึงอะไรได้หลายๆ อย่างนะครับ
    ยกตัวอย่างเช่น

    อังกฤษ ...ทำไมพี่ชายกับน้องชาย ถึงใช้คำว่า Brother เหมือนกัน...

    จีน ...ทำไมถึงมีคำเรียกญาติแบบโครตละเอียดเลย เช่น เหล่าโก,ตั่วอี้
    (นอกจากจะบอกว่าเป็นฝั่งชาย หรือฝั่งหญิง ยังมีการบอกเพศและลำดับขั้นด้วย)

    ตรงนี้บอกอะไรได้บ้าง...เอาสั้นๆ ตรงนี้ก็คือแค่นี้มันก็สื่อให้เห็นแล้วว่า
    ความละเอียดอ่อนในเรื่องวัยวุฒินั้น มันต่างกันสำหรับสองชาตินี้
    ทางจีนอาจจะให้ความสำคัญในเรื่องวัยวุฒิ และลำดับชั้นทางสังคมที่มากกว่า
    แต่อังกฤษ ก็มีความละเอียดอ่อนในเรื่อง "เวลา" คือมี Tense ที่ยุ่งยากซับซ้อนมากมาย

    เห็นไหมครับ...ตัวอย่างง่ายๆ สื่อได้ถึงนิสัยใจคอ และความละเอียดอ่อนของแต่ละชาติพันธุ์


    เห็นด้วยกับที่พี่อ้นว่าครับ สมบัติของชาติอันนี้
    ไม่มีใครจะทำลายได้นอกจากตัวเราเองครับ

    ปล.ข้างบนที่เป็น anonymous ผมลืม Login ครับ

  • mrkui

    ผมเป็นแบบพี่ Tula ครับ

    ผมจะพิมพ์แบบพยายามใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องไว้ก่อนเสมอ
    ยกเว้นเวลาพิมพ์กับเพื่อน และตั้งใจให้เห็นอารมณ์ฮาๆ ถึงจะพิมพ์วิบัติ
    แต่ก็ไม่ใช้เยอะ

    คนไทยใช้ภาษาไทยผิดแบบเพิ่มทีละระดับมาเรื่อยๆ เริ่มจากตัวสะกด มาที่วรรณยุกต์ (ผมชื่อกุ่ย แต่ 80% คนจะสะกดว่า กุ๋ย เสมอ ไม่เข้าใจว่ายากตรงไหน)

    ปัจจุบันเพื่อนผมบางคน ออกเสียงของคำที่สะกดด้วย ล.ลิง เป็นตัว L เรียบร้อยแล้ว คือมันลืม แม่กน ไปเรียบร้อย

  • Anonymous

    อ่านตัวหนังสือแล้ว ฮาดีครับ อิอิ
    ขอบคุณครับ

  • ..

    เวปนี้ไงครับ ต่อต้านแบบรุนแรงเนี่ย

  • sara

    :ooo: อื้มเห็นด้วยน่ะ

    เดี๋ยวนี้ภาษาไทยวิบัติหนักมากเลย

Only registered users can write comments!
 
Login - Register
Facebook