Facebook ตอนที่ 4(จบ)

Increaseมาแล้วครับตอนที่ 4 เป็นตายยังไงก็ต้องขอจบในตอนนี้แหละ เพราะขี้เกียจเขียนต่อเต็มทีแล้ว Tongue out

ตอนที่แล้วผมทิ้งท้ายเอาไว้ว่าจะมาพูดถึงการพลิกแพลงใช้ FB ในการเปิดช่องทางการตลาด คือจะทำยังไงให้ FB มาช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าของคุณได้นั่นเอง

มันจะทำได้ยังไงเหรอ ?..... เมื่อพิจารณาจากระบบการโยงใยต่างๆใน facebook เราจะเห็นได้ว่า มันแตกออกไปคล้ายๆใยแมงมุม... ถ้าคุณคลิคที่ home คุณจะเห็นความเคลื่อนไหวต่างๆของเพื่อนคุณ เมื่อโยงออกจากจุดนี้อีก คุณจะเห็น comments ต่างๆในความเคลื่อนไหวเหล่านั้น โดยที่ผู้ที่เม้นท์ไม่จำเป็นต้องอยู่ใน friends list ของคุณเลย

จุดนี้แหละครับ ที่เรานำมาพลิกแพลงใช้ให้เป็นประโยชน์สำหรับพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย..... อ้ะ แล้วจะเริ่มยังไงล่ะ ?..... มี 2 วิธีครับ อย่างแรกคือการตั้ง group และอย่างที่ 2 คือการเปิด page..... group คือการตั้งกลุ่มผู้ที่สนใจในเรื่องราวเดียวกัน ส่วน page นั้นก็เหมือนกับการเปิดหน้าร้านดีๆนี่เอง

ถ้าท่านมี account อยู่ที่เฟซบุ๊ค คุณมีสิทธิจะเปิด group หรือ page ได้ทันที.... อ้าว ถ้าทุกคนก็มีสิทธิยังงี้ แล้วมันไม่เยอะแยะวุ่นวายหายากหรอกเหรอ ?..... ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณนั่นแหละครับ ในการที่จะทำให้ page ของคุณน่าสนใจแค่ไหน, คุณเชื้อเชิญผู้คนเข้ามาร่วมได้มากมายแค่ไหน

อ่านๆดูมันเข้าใจยากเน๊อะ ผมยกเป็นตัวอย่างดีกว่า สมมุติว่าคุณมีร้านขายเสื้อผ้าก็แล้วกันชื่อร้าน "ใส่สวย" และคุณก็มีเฟซบุ๊คของตัวเอง คุณก็เปิด page มาเลยอันนึง ตั้งชื่อ page ว่า "ใส่สวย" เนี่ยแหละ จะได้ย้ำชื่อร้านจริงๆของคุณไปเลย ทีนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาปั่นเพจของคุณให้มันฮอทให้ได้ ด้วยการ invite หรือเชิญผู้คนเข้ามาชม

ที่หน้าเพจของคุณมันจะมีปุ่ม like ซึ่งเมื่อก่อนนี้มันเป็นปุ่ม become a fan เดี๋ยวนี้ทางเฟซบุ๊คเค้าเปลี่ยนเป็น like ไปแล้ว.... ใครก็ตามที่กดปุ่ม like บนเพจของคุณ รูปการณ์มันจะประมาณว่า เขาหรือเธอผู้นั้นเป็นสมาชิกของเพจคุณไปโดยปริยาย ความเคลื่อนไหวต่างๆของเพจคุณ จะไปปรากฏใน home ของเขาหรือเธอผู้นั้นโดยอัตโนมัติ

เคล็ดไม่ลับมันก็อยู่ตรงนี้อีกแหละ ดังนั้น "เพจของคุณต้องมีการเคลื่อนไหว".... ใช่แล้วครับคุณต้องขยันเขียน ขยันโพส ขยันลงรูป ฯลฯ...ก็เพื่อให้ page ของคุณ update ตลอดเวลา คุณอาจจะเขียนบทความ, ลงรูปแบบเสื้อใหม่ๆ หรืออะไรต่อมิอะไรจิปาถะตามแต่จะนึกออก... อันนี้เป็นความสามารถส่วนบุคคลแล้วนะครับ สอนกันไม่ได้หรอก ไอ้เรื่องเขียนหนังสือเนี่ย คุณต้องหาแนวทางของตัวเองกันเอง

แต่ไม่ว่าจะเขียนยังไงก็แล้วแต่ คำนึงเอาไว้ 2 ข้อ

1. กรูจะขายของ... เราต้องมีรายละเอียดต่างๆตามสมควรให้ผู้อ่านได้รับรู้ เช่นราคา
2. อย่า hardsale... คืออย่ายัดเยียดขายซะจนน่าเกลียดสอดแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ความรู้ต่างๆเข้าไปด้วย

ดูๆเหมือน 2 ข้อนั้นจะขัดแย้งกันเองรึเปล่า ?.... ไม่นะครับ คุณสามารถทำให้มันกลมกลืนกันได้ ไม่ยากหรอก ขึ้นอยู่กับฝีมือการเขียนนั่นแหละ หาแนวทางกันเอาเอง

แล้ว group ล่ะ ?..... คุณเปิดเพจแล้วใช่มั๊ยล่ะ งั้นลองเปิด group อีก "กลุ่มสาวนิยมขาสั้น"...เป็นไง ? กระตุ้นให้สมาชิกกรุ๊ปเอารูปถ่ายสวยๆของตัวเองมาลง, จัดประกวดขาสั้นที่สั้นที่สุด, จัดประกวด vote สาวขาสั้น sexy ที่สุด...ถ้าเน้นเป็นขาสั้นที่ซื้อจากร้านคุณได้ก็ยิ่งดี...อะไรก็ว่าไป พูดง่ายๆว่าเพจเป็นหน้าร้าน กรุ๊ปเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขาย

ทั้งหมดนี้ฟรีครับ เฟซบุ๊คเค้าให้พื้นที่คุณฟรีๆ โดยเฉพาะไอ้พื้นที่เก็บรูปที่ไม่อั้นนี่แหละสำคัญมาก เฟซบุ๊คเป็นชุมชนที่ใหญ่มากนะครับ ใหญ่กว่าประตูน้ำหลายร้อยเท่า ถ้าคุณสามารถทำให้สมาชิกเฟซบุ๊คแค่ซัก 1 % ได้เห็นเพจของคุณ เห็นสินค้าของคุณ แค่นี้ก็กำไรแล้วครับถ้ามองในแง่การโปรโมทร้าน

ผมได้ข่าวมาว่า มีคนไทยกำลังพัฒนา app ที่เกี่ยวกับ marketing นี่แหละ เพื่อให้ใช้กันในเฟซบุ๊ค ผมก็รอดูอยู่ว่า app. ตัวนี้จะออกมาใน concept แบบไหน แต่ในระหว่างที่เรารอคนอื่นทำให้นี้ อะไรที่เราทำเองได้ก็ทำไปเลยครับ

เอาล่ะครับ ผมก็จะขอปิดบทความเรื่อง facebook ซะที ทั้งหมดที่เขียนมาถ้ามันอ่านไม่รู้เรื่องหรือยังไงก็ขอโทษด้วย ผมก็รู้ว่าผมเขียนไม่ละเอียดเลย ก็เพราะไอ้นิสัยขี้เกียจของผมนี่แหละ ตอนเริ่มต้นก็คึกดีอยู่หรอก แต่พอเขียนไปเรื่อยๆไอ้ตัวขี้เกียจก็เริ่มอ้วนขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน แหะ แหะ

ท่านที่ตามอ่านมาโดยตลอดอาจจะคิดว่าผมโปรเฟซบุ๊คมากไปหรือเปล่า...ผิดถนัดครับ ผมค่อนข้างไม่ชอบมันในหลายๆเรื่องเลยแหละ โดยเฉพาะไอ้เรื่อง settings ต่างๆที่วุ่นวายโกลาหล กว่าจะหาอะไรเจอซักอย่างล่อไปเป็นชั่วโมง... แต่ทำไงได้กระแสมันแรง โฮ่ะ โฮ่ะ

ในเมื่อเขียนแบบมักง่ายมาตลอด งั้นก็ขอจบแบบมักง่ายแค่นี้แหละ สำหรับบทวิเคราะห์ที่มั่วสนั่นดั้นเมฆฉบับนี้ ส่วนมันจะมีสาระประโยชน์อันใดหรือไม่ ก็เอาเป็นว่าที่เขียนมาทั้งหมดนั่นคือมหาสมุทร เชิญสาธุชนทั้งหลายผลัดผ้าขะม้า-เปลี่ยนผ้าถุงลงไปงมเข็มกันเอาเองนะจ๊ะ

เฮ่อ...จบแระ โคตรโล่งอก :onloo:

Comments (9)
  • อ้น

    กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกินสองคน ต้องการให้ป๋าเขียนเรื่องนี้ต่อ
    :)

  • phokha

    :D

  • กรีนกราม

    ป๋าพูดเจ๋งมากครับ
    โดยเฉาะเรื่องจัดประกวดสาวนุ่งขาสั้น :love:

  • pt

    มั่นใจว่าคนไทยเกินล้านคนที่(ยังไม่)ได้อ่านบทความนี้ เอิ๊กๆๆๆ

  • pood pakkret

    "ทั้งหมดที่เขียนมาถ้ามันอ่านไม่รู้เรื่องหรือยังไงก็ขอโทษด้วย ผมก็รู้ว่าผมเขียนไม่ละเอียดเลย "

    อ่านไม่รู้เรื่องก็ต้องโทษคนอ่านแหละ ป๋าอธิบายมายังงี้ไม่เข้าใจก็อ่านซ้ำอีกสักสามรอบ

    ขอบคุณครับป๋า สำหรับภาคสุดท้าย เป็นประโยชน์อย่างยิ่งยวด ปรกติก็ไม่ค่อยได้เล่นหรอกแต่บอกมาอย่างนี้ต้องเอาสักโปรเจ็คแล้วหล่ะ

  • Shinoda..

    ยุคเมือ่หลายสิบปีก่อนมีคำกล่าวว่า
    'คนที่ไม่รุ้ภาษาอังกฤษจะเสียเปรียบผู้ที่รู็ภาษาอังกฤษ'

    ยุคต่อมากล่าวว่า
    'คนที่ไม่เป้นคอมพิวเตอร์จะเสียเปรียบผู้ที่เป็นคอมพิวเตอร์'

    แต่ยุคปัจจุบัน คงต้องกล่าว่า
    'ผู้ที่ไม่สามารถสร้างระบบเครือข่ายเป้นของตัวตนเองได้ จะเสียเปรียบผู้ที่สามารถสร้างระบบเครือข่ายเป็นของตนเองได้' สะแล้ว

    ยุคนี้ หรือยุคในอนาคตอำนาจของระบบเครือข่ายสำคัญมาก เฟชบุคนี่ก็บอกอีกตัวอย่างหนึ่งของระบบเครือข่ายที่ ให้ข้อสังเกตุว่า ถ้าเราสามารถสร้างเครือข่ายได้หรือมีเพื่อนเยอะมีเครือข่ายเยอะเราจะได้เป รียบมากขึ้นในแทบทุกทาง
    มีหลักทางเศรษฐานกล่าวว่า
    ขนาดของอำนาจทางธุรกิจ จะเท่ากับ จำนวนเรือข่าย ยกกำลัง 2
    เช่นคุณมี ร้านของคุณ 81 สาขา คุณจะมี อำนาจทางธุรกิจ 81 เป็นตัว

    ยกตัวอย่างเช่น เซเว่นอีเลเว่น เป็นระบบเครือข่ายทางธุรกิจที่เห็นได้ชัดเลยทีเดียว
    เพระาฉะนั้นสังเกตุว่า ร้านมินิมาทอื่นๆ ไม่สามารถสู้กับเซเว่นอีเลเว่นได้เลยด้วยซ้ำ
    ถึงแม้ว่าจำนวนสาขานั้นจะมีแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
    ถึงแม้ว่าจำนวนสาขาจะต่างกันเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้อำนาจทางเศรษกิจต่างกันมากมาย..
    ยุคต่อไปจะเป้นยุคของ ระบบเครือข่ายแล้วหล่ะ...


    ร่ายมาสะยาว... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ เนื้อหาละเนี่ย อิอิ :0

  • wisnu32  - น่าสน

    ผมก็เปิด Login Face Book ตามเพื่อน ไม่ได้คิดว่าจะใช้งานอย่างจริงจัง พอได้อ่านบทความป๋านี่ ชอบไอเดียป๋า เรื่องของการขายของ มันน่าจะรุ่งนะเรื่องนี้ แต่สำหรับผม คงไม่สามารถ :idea: ขอบคุณป๋าครับ

  • Anonymous

    เยี่ยมครับป๋า เห็นข้อคิดเยอะแยะเลย ครับ ขอบคุณมาก

  • narin-nar

    ชอบไอเดียสาวนุ่งสั้นครับป๋า

Only registered users can write comments!
 
Login - Register
Facebook