Facebook ตอนที่ 3
ทำไปทำมามันชักจะยาวเป็นเพชรพระอุมาซะแล้ว ตอนเริ่มลงมือเขียนเรื่องนี้กะว่าอย่างมาก 20 บันทัดจบ ฮ่าๆๆๆ.....ที่ไหนได้ ล่อมา 3 ตอนเข้าแล้วและก็ไม่รู้ว่าจะจบรึเปล่า คือผมไม่อยากให้แต่ละตอนมันยาวเกินไปไงครับ เพราะมีหลายคนไม่ชอบยาวๆ (แต่บางคนก็ชอบ เอิ๊กๆๆ)... อ่านไปเรื่อยๆก็แล้วกันครับ จบได้ก็จบ ถ้าจบไม่ได้ก็ลากต่อ
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
facebook ตอนที่ 1
facebook ตอนที่ 2
ตอนที่แล้วนั่นผมกล่าวถึง feature ต่างๆของ facebook ที่มีทั้งเหมือนและคล้ายๆกับ social network เจ้าอื่นๆ คราวนี้เรามาดู feature ที่ผมถือว่าเป็นเอกลกษณ์ของ facebook เองกันบ้าง ว่ามันดีร้ายประการใด มันดึงดูดใจผู้ใช้มั๊ย และบางอย่างที่ผมมองว่ามันยังอ่อนด้อย ก็จะรวมเอามาพูดถึงในตอนนี้แหละ
ในยุคนี้ที่บรรดา social network ทุกเจ้าต่างก็มุ่งหน้าออกแสวงหาสมาชิกกันขนานใหญ่อย่างนี้ กลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ facebook นำมาใช้ก็คือ การให้ความสะดวกกับ website ต่างๆในการเข้ามา connect กับ หน้าเว็บของ FB เอง... อธิบายให้ฟังคร่าวๆนะครับ ในตอนที่แล้วผมพูดถึง wall หวังว่าคงยังจำกันได้ การเขียน status, การเขียน comments... ทั้งหลายแหล่นี้ล้วนทำกันที่หน้า wall
แต่ทีนี้ในบางครั้งเวลาเราท่องเที่ยวไปในโลก internet ไปอ่าน ไปพบ ไปเจอเรื่องราวที่น่าสนใจในเว็บต่างๆ เราอาจจะเกิดอยากหยิบเอาสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจนั้น มาใส่ที่หน้า wall ใน facebook ของเรา วิธีขั้นพื้นฐานที่ทำกันก็คือ ไปก๊อปปี้เอา URL address ของเว็บที่เราสนใจนั้นมา จากนั้นเข้าที่ facebook ของเรา จัดการเขียน status แล้วใส่ลิงค์ที่ก๊อปมาลงไป มันก็ไม่ได้ยากเย็นหรือว่าวุ่นวายอะไรนักหนาหรอก แต่ทาง facebook ก็ยังอุตส่าห์อำนวยความสะดวกให้นักเลงเน็ตทั้งหลายสบายหนักเข้าไปอีก ด้วยปุ่ม Share
ผมจะยกตัวอย่างจากเว็บของเรานี่แหละ ไม่ต้องไปไหนกันไกล ท่านที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ช่วยชำเลืองสายตาไปทางขวาของหน้าจอนิดนึง ท่านจะเห็น block หนึ่งมีชื่อบล๊อคว่า facebook ในนั้นจะมีปุ่ม share อยู่ 1 ปุ่ม และปุ่ม like อีก 1 ปุ่ม... ตอนนี้เราดูที่ปุ่ม share อย่างเดียวก็พอ... ถ้าท่านเป็นสมาชิกของ facebook และท่านกำลังอ่านบทความชิ้นนี้อยู่ ท่านเกิดความรู้สึกว่าอยากจะเอาบทความอันนี้ของผมไปใส่ที่หน้า wall ของท่าน....ง่ายๆเลยครับ ไม่ต้องก๊อป-เกิ๊บอะไรให้วุ่นวาย แค่คลิคที่ปุ่ม share นั้น คุณก็สามารถเขียน status ของคุณได้ทันที ไม่ต้องเข้าไปใน facebook ด้วยซ้ำ (แต่ต้อง login เอาไว้เรียบร้อยแล้วนะ)....ลิงค์ของหน้าบทความนี้ก็จะติดไปด้วยทันทีโดยอัตโนมัติ โอ้... ช่างสะดวกดีแท้
คราวนี้มาพูดถึงปุ่ม like กัน... ผมอ่านว่าต่อไปไอ้ปุ่มเล็กๆรูปยกหัวแม่มืออันนี้แหละจะมาแรงใน internet มันจะเป็นทัพหน้าของ facebook ในการออกล่าอาณานิคมกันเลย... เมื่อกี๊เราพูดถึงปุ่ม share ใช่มั๊ย ... มันก็แค่แชร์หรือแบ่งปันไปให้คนอื่นรับรู้ แต่มันไม่บอกว่าไอ้ที่เราแชร์ไปน่ะเพราะชอบหรือเกลียด แต่ไอ้ปุ่ม like เนี่ยมันบอกโต้งๆเลยว่าตรูชอบที่นี่, ตรูชอบบทความอันนี้, ตรูชอบเพลงนี้ เพราะดี และตรูก็อยากประกาศให้โลกรู้ว่าตรูชอบ ว่าแล้วก็กดปุ่ม like ปั้งงงง....
ไม่เชื่อก็ลองกดปุ่ม like ของเว็บนี้ดู ที่หน้า wall ของคุณจะปรากฏขึ้นทันทีว่า.. หนูชอบเว็บ patid.com ค่ะ 
ปัจจุบันนี้ ปุ่ม like ทำงานอยู่ 2 รูปแบบ ยกตัวอย่างในเว็บ patid.com ของเราอีกนั่นแหละ เพราะขี้เกียจไปยกที่อื่น... เว็บเราแบ่งออกเป็นโซนใหญ่ๆ 2 โซนคือ website และ webboard ปุ่ม like ในโซนของเว็บไซท์(ก็คืออันที่ท่านเห็นอยู่บนจอขณะนี้) ไม่ว่าท่านจะคลิคออกจากหน้าไหนก็ตาม มันจะไปแสดงที่ facebbok ว่าท่าน like patid.com แต่ไม่ได้บอกว่าท่านกด like มาจากหน้าไหน
แต่ในโซนของเว็บบอร์ดของเรา ปุ่ม like จะอยู่ในโพสแรกของทุกกระทู้ ท่านที่กดปุ่ม like ในเว็บบอร์ดมันจะไปโผล่ที่หน้า wall ของท่านว่า ท่านชอบกระทู้นี้นี้นั้นนั้นจากเว็บ patid.com รวมทั้งมีลิงค์ให้บรรดามิตรสหายของท่านได้คลิคกลับมาอ่านกระทู้ที่ท่าน like ด้วย เมื่อพวกเค้าอ่านกันแล้วก็อาจจะคิดเหมือนท่านหรืออาจจะนินทาท่านว่า "ไอ้บ้านี่ไปกด like ให้กระทู้นี้ทำไมฟะ"...... อันนี้ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม.... ไม่ใช่เพียงแค่นี้ มันยังมีช่องให้ท่านกรอก comment ได้อีกด้วย ท่านอาจจะกรอกไปว่า "ไอ้ที่กดเนี่ย ไม่ได้ชอบเชิบอะไรนักหนาหรอก แค่อยากทดลองดู" 55555+ 
โดยสมมุติฐาน(ของผมเองส่วนตัว) ว่า facebook มันยึดครองผู้คนไปแล้วครึ่งโลก ดังนั้นเจ้าของเว็บทั้งหลายล้วนต้องการจะมีส่วนร่วมกับ facebook กันเกือบทั้งนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดกับเจ้าของเว็บก็คือไอ้ 2 ปุ่มเนี่ยแหละ Like, Share
Like box
เอ๊ะ มี like button แล้วจะมี like box อีกทำไม... อืมมม เรื่องนี้มันมีความเกี่ยวพันอยู่กับเรื่อง Page ของ FB ด้วยครับ ถ้าพูดถึง likebox ซะตอนนี้เกรงว่าจะงงงวยกัน ผมจะยกไปพูดถึงรวมกับเรื่อง page เลยดีกว่า
และในที่สุดก็ไม่จบจนได้ นี่ขนาดผมไม่ได้เขียนละเอียดอะไรเลยนะ วิ่งข้ามรั้วมาตลอดทาง... อ้ะ ผมจะขอขมวดตอนนี้ให้นิดนึงว่า ถ้าท่านเป็นเจ้าของเว็บล่ะก็ อย่ามองข้ามความสัมพันธ์กับ facebook ให้ผูกมิตรกับมันเข้าไว้ พูดง่ายๆคือเกาะชายผ้าเหลืองมันไปเรื่อยๆ จะเป็นผลดีกับท่านเอง ตอนหน้าจะเป็นเรื่อง page และแนวโน้มที่ facebook กำลังจะกลายเป็น marketing channel ในวงการค้าๆขายๆ
เย๊.... เลี้ยงไข้ไปได้อีก 1 รอบ 


ที่กำลังจะเป็น marketing channel นี้หล่ะ น่าสนใจสุดๆ