* ค้นหากระทู้ในบอร์ดด้วย Google

Author Topic: Loopmash ตอน 3  (Read 509 times)

Offline pt

  • จ่า
  • Posts: 1620
  • Karma: +57/-0
Loopmash ตอน 3
« on: August 05, 2014, 02:07:43 PM »
ก่อนอื่นต้องขออภัยที่ทิ้งช่วงไว้นานกว่าจะมาถึงตอน 3.... เหตุผลที่จะแก้ตัวก็คือ ผมมัวหาลูปตัวอย่างที่จะเอามาประกอบการเขียนในบทความนี้ และหลังจากที่ควานหาอยู่หลายวันก็ตัดสินใจว่า อย่าไปเสียเวลาหา (beep) มันเลย เอาตัวอย่างที่เขาให้มาแล้วในโปรแกรมนั่นแหละประเสริฐสุด

เอาละครับแก้ตัวเสร็จแล้ว เข้าเรื่องเลย

-------------------------------------------------------

เปิด Cubase เลยครับ แล้วสร้าง Instrument track ของ Loopmash ขึ้นมา ถ้าจำไม่ได้ว่าทำยังไงก็ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 ใหม่

ใน Loopmash ให้โหลด preset ที่ชื่อว่า A good start...(Tutorial 88) preset อันนี้เขาทำเอาไว้สำหรับให้เราทดลองเล่น Loopmash อยู่แล้ว

หมายเหตุ: ไม่รู้ว่าเป็น bug หรือว่าเขาตั้งใจก็ไม่รู้ เมื่อคุณเปิด loopmash ครั้งใหม่และโหลด preset อะไรก็ตาม มันไม่แสดงให้เห็นว่า track ไหนเป็น master loop ทั้งๆที่ตอนสร้าง preset เราจะกำหนด master loop ไว้แล้วก็ตาม ผมเดาว่าเป็น bug

ลองคลิคซีน 1 กับซีน 2 เปรียบเทียบกันดูจะเห็นว่าเหมือนกันเปี๊ยบ คือมีอยู่ลูปเดียวทั้งสองซีน ผมก็ไม่เข้าใจจุดประสงค์ ก็เดาเอาว่าฝรั่งคนที่ทำแกเผลอก็แล้วกัน

ฟังซีน 1 ให้ขึ้นใจนะครับ แล้วคลิคซีน 3 โดยไม่ต้องกด stop คุณจะพบว่าเสียงสแนร์เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียง clap มาแทน เสียง clap นี้มาจากลูปในแทรคที่ 2 นั่นเอง

ลองลาก slider ของแทรคที่ 2 ไปทางซ้ายมือให้หมด ตอนนี้เสียงต่างๆจากแทรคที่ 2 จะหายไป เหลือแต่เสียงดั้งเดิมจาก master track แต่ ! ปุ่ม slider นี้ ไม่ใช่ปุ่มวอลลุ่ม นะครับ หน้าที่ของ slider อันนี้ก็คือ "จะเล่นลูปนี้ออกมามากน้อยแค่ไหน"




ผมรู้ว่าอ่านแล้วมันเข้าใจยาก แม้จะฟังไปด้วยก็ยังเข้าใจยากเหมือนกันนั่นแหละ ยังจำตอนที่ 2 ได้รึเปล่าที่ผมบอกว่า เมื่อคุณใส่ลูปอะไรเข้าไปก็ตาม มันจะคำนวณลูปนั้นให้เล่นออกมาคล้อยตามอารมณ์ของ master loop หรืออีกนัยหนึ่งคือพยายามจะให้คล้ายกับ groove ของ master loop ที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ และขอบอกเลยว่า บางครั้งการคำนวณของมันก็ให้ผลออกมาค่อนข้างแย่ การเลือกหาลูปมาใช้ใน loopmash ออกจะเป็นงานที่ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

หลังจากที่มันขืนใจลูปใหม่ให้เล่นคล้าย groove ของ master loop เสร็จแล้ว ไอ้ slider อันซ้ายมือนั่นก็จะทำหน้าที่ควบคุมความเข้มของลูปว่าจะปล่อยออกมามากน้อยเท่าใด ให้สังเกตุที่ขีดขาวๆสั้นๆที่คลุมอยู่บน slider นั่นคือปริมาณความคล้ายที่มันคำนวณมาให้ และหน้าที่ของเราคือจะปล่อยมันออกมาแค่ไหน โดยใช้ slider ถ้าเราลาก slider มาทางขวาเยอะๆ แปลว่าปล่อยออกมาเยอะ ไอ้ขีดขาวๆนั่นก็จะหนาแน่นขึ้น

บางครั้งใส่ลูปอะไรเข้าไปก็ไม่เกิดขีดขาวใดๆเลย แม้จะลาก slider มาขวาจนสุด อันนี้มีอยู่ 2 สาเหตุเท่าที่ผมค้นพบ นั่นคือ 1.มันคำนวณไม่ออก และ 2. ลูปนั้นเบาเกินไปเมื่อเทียบกับ master loop

ย้ำอีกครั้ง slider นั้นไม่ใช่คุมวอลลุ่ม

เริ่มงงแล้วใช่มั๊ย ก็น่างงอยู่หรอก concept มันประหลาดบวกกับคนเขียนก็อธิบายไม่ค่อยเป็น แฮ่

--------------------------------------------------------------

แล้วเราจะปรับอัตราส่วนความดังนี้ได้อย่างไร

คลิคที่ปุ่ม edit ครับ ตามรูป




ผมขอเรียกสั้นๆว่าปุ่ม mix ก็แล้วกัน มันทำหน้าที่ปรับอัตราส่วนความดังระหว่างแทรคที่เป็น master loop กับแทรคที่คุณกำลังเอดิท พอจะกล้อมแกล้มใช้แทนวอลลุ่มได้ครับ

เมื่อปรับระดับความดังจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็ออกมาที่หน้าเดิมโดยกดปุ่ม perform ที่ลูกศรชี้


-------------------------------------------------------

ทีนี้เราต้องเซฟซีนแล้วนะ เพราะถ้าไม่งั้นไอ้ที่เอดิทเอาไว้มันไม่จำหรอก วิธีเซฟซีนก็คือ กดที่ปุ่ม save ก่อน แล้วจากนั้นไปกดที่ pad ไหนก็ได้ที่คุณต้องการจะเก็บซีนนี้เอาไว้ สำหรับในกรณีตัวอย่างนี้มันมี pad ว่างๆอยู่คุณเอาซีนนี้ไปเก็บไว้ใน pad ว่างๆเหล่านั้นก็ได้


--------------------------------------------------------------------

เซฟซีนแล้วอย่าเพิ่งนึกว่าจบเรื่อง ยังครับยัง ต้องเซฟ preset ด้วย เพื่อจะเรียกเอาใช้ในคราวต่อไป สั่งเซฟ preset ตามรูป ตั้งชื่อ preset ของคุณเอาตามใจชอบ


หมายเหตุ: จะชี้จุดอ่อนของ loopmash ตัวนี้อีกสองอย่าง นั่นคือ เมื่อคุณคลิค pad ใดก็ตามมันจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาว เพื่อบอกว่ากำลังอยู่ในแพดนี้ แต่ทันใดที่คุณลงมือเอดิท มันจะเปลี่ยนสีกลับมาเหมือนแพดอื่นๆ ปัญหาคือถ้าเรานั่ง edit อยู่ซักพักเราจะลืมว่าเรากำลังอยู่ในแพดไหน พอจะเซฟซีนก็เลยไม่รู้ว่าจะไปเซฟที่ไหนดี (ถ้าหากไม่มี pad ว่างๆ)

อีกอย่างก็คือ ผมเคยลองนั่งทำซีนทั้ง 12 ซีน และพบว่าการคลิคสลับไปมาระหว่างหน้า perform กับหน้า edit เป็นความทรมานและไม่สะดวกอย่างยิ่ง

------------------------------------------------------------------------

มาต่อกันครับ เราจะมารู้จักกับปุ่มควบคุมอันอื่นในโหมดเอดิทกันต่อ.....ในขณะที่คุณกำลัง play อยู่นั้น ถ้าคุณสังเกตุใน main panel คุณจะเห็นขีดขาวครอบบน wave มันขยับแว๊บๆตลอดเวลา อันนั้นบอกว่ามันหยิบเอา slice ชิ้นไหนออกมา play ในบีทนั้นๆ


แต่ถ้าเราต้องการให้มัน play slice ชิ้นอื่นแทน ก็สามารถทำได้ โดยใช้ปุ่มคำสั่ง 2 ปุ่มนี้


ปุ่มบนนั้นเป็นแบบ fix คือถ้าคุณเลื่อนปุ่มบนมาจนพอใจแล้ว มันก็จะ play ตามนั้นไปเรื่อยๆ ส่วนปุ่มล่างนั่นเป็นแบบ random หรือตามบุญตามกรรม คือมันจะหยิบ slice ชิ้นไหนมา play ก็เรื่องของมัน แต่จะเปลี่ยนชิ้น slice ไปเรื่อยๆแบบสุ่ม

หมายเหตุ: ถึงอย่างไรเราก็เลือก slice ชิ้นที่เราต้องการจริงๆไม่ได้อยู่ดี มันจะเป็นประมาณนี้มากกว่า คือมันจะถามว่าชิ้นนี้เอามั๊ย ชิ้นนั้นเอามั๊ย ไม่เหมือนเราเอานิ้วจิ้มไปเลยว่า "พี่ครับ ผมจะเอาชิ้นนี้"

----------------------------------------------------------------

ถ้าใครยังไม่เข้าใจคำว่า slice ผมจะออกนอกเรื่องให้อีกนิดหนึ่ง... เมื่อคุณใส่ลูปอะไรเข้าไปใน loopmash มันจะคำนวณลูปนั้นตาม master loop แล้วซอยหรือหั่น (slice) ลูปนั้นออกมาเป็นชิ้นๆเอามาวางบน main panel มีข้อจำกัดอยู่อีกนิดหนึ่งว่า loopmash เวอร์ชั่นนี้ slice loop ได้แค่ 32 ชิ้นแรก (ก็คือ 2 ห้องนั่นแหละ) ดังนั้นถ้าคุณใส่ลูปยาวๆหลายห้องเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยังไงมันก็ตัดมาแค่ 2 ห้องแรกอยู่ดี

------------------------------------------------------------

มาดูปุ่มคำสั่งชุดต่อไป คราวนี้เป็นเรื่องของ voice


คำสั่งชุดนี้เข้าใจง่ายหน่อย เหมือนจำนวน voice ของซินท์ไง คือกำหนดว่าให้เล่นออกมากี่ voice ในเวลาเดียวกัน ณ. บีทนั้นๆ ปุ่มบนนั่นเป็น จำนวน voice รวมทั้งหมดของซีนนี้ สูงสุดแค่ 4 ...ส่วนปุ่มล่างเป็นจำนวน voice ของแต่ละลูป ก็ได้สูงสุดแค่ 4 อีกเช่นกัน

-------------------------------------------------

อ้ะ ปุ่มต่อไป quantize


การคำนวณลูปของ loopmash ก็อยู่บนพื้นฐานของการ quantize นั่นเอง คือมันจะพยายาม quantize slave loop ให้ออกมาคล้าย master loop ให้มากที่สุด ปุ่มคำสั่งนี้ก็คือการควบคุมระดับของการ quantize

------------------------------------------------------

ถัดลงมาคือปุ่ม staccato ปุ่มนี้ควบคุมลีลาการเล่นของ loopmash ว่าจะให้มัน แท๊ด-แท๊ด-แท๊ด มากน้อยแค่ไหน คือผมไม่รู้ว่าจะอธิบายคำว่า staccato ได้อย่างไร.... มันเป็นลีลาชนิดหนึ่งน่ะครับ เหมือนเป่าทรัมเปตเสียงสั้นๆ แท๊ดๆๆ ประมาณนั้น ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง


------------------------------------------------------------

มาถึงปุ่มสุดท้ายในโหมดเอดิท ผมเก็บมันมาไว้สุดท้ายเพราะผมเองก็มึนกะมันเหมือนกัน อ่านในคู่มือก็เหมือนจะเข้าใจ แต่มานึกอีกที เอ๊ะ..ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นี่หว่า ขอสรุปกับไอ้ปุ่มนี้ว่า เห็นผลค่อนข้างน้อยก็แล้วกัน แต่มันคงทำงานแหละ ไม่งั้นเค้าคงไม่ใส่เข้ามา ถ้าใครทดลองเล่นแล้วเข้าใจมันทะลุ ก็ขอแรงมาต่อเติมให้หน่อยจะเป็นพระคุณมากครับ


------------------------------------------------------------------------

เป็นอันว่าหมดเรื่องปุ่มคำสั่งต่างๆในโหมดเอดิทของ loopmash อย่าลืมว่าหลังจากคุณเอดิทอะไรต่ออะไรเรียบร้อยแล้ว ต้องเซฟซีนนั้นเอาไว้นะครับ ไม่งั้นมันไม่จำหรอก การเซฟซีนก็บอกไปแล้วว่าทำอย่างไร ย้อนกลับขึ้นไปอ่านใหม่อีกรอบก็ได้

ใกล้จะจบแล้วครับ สำหรับ Loopmash ที่จริงจะให้จบในตอนนี้ก็ได้ แต่อย่าเลย เพราะยังไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรต่อ ขอดึงไว้อีกสักตอนก็แล้วกัน สวัสดีครับ
« Last Edit: August 06, 2014, 10:49:03 AM by pt »


บอร์ดเรามีแฟนเพจในเฟสบุคกะเค้ามั่ง https://www.facebook.com/pages/patidcom/268771836574467?ref=hl