* ค้นหากระทู้ในบอร์ดด้วย Google

Author Topic: Mastering in my mind.  (Read 22783 times)

Offline mediadirector

  • สิบโท
  • Posts: 595
  • Karma: +18/-0
  • Owner & Mastering Chief @Stucools Mastering Studio
    • โทร 080 999 8737
Mastering in my mind.
« on: August 17, 2013, 12:30:48 PM »
สวัสดีครับ หลังจากไม่ได้เขียนอะไรยาวๆมานาน (ตั้งแต่สมัยบอร์ดเก่า) เข้าบอร์ดใหม่ผมก็แค่อ่าน (ส่วนใหญ่) เนื่องด้วยเกรงว่าตัวเองยังไม่พร้อม ไม่ดี ไม่เก่งพอ บวกกับประสพการณ์ที่ไม่มากหลาย ก็เลยไม่คิดจะเขียนอะไร จนมาจวบว่าช่วงนี้ผมพอมีเวลาขึ้นบ้าง ก็เลยว่าอยากมาเขียนอะไรยาวๆเล่าสู่กันฟัง กับอีกอย่างเห็นว่าบอร์ดเราเมื่อเทียบกับ www.gearslutz.com ซึ่งเป็นอีกบอร์ดที่ผมเข้าไปหาความรู้ประจำ ก็เห็นว่าเราน่าจะมีการเล่า การถกอะไรยาวๆ กันบ้าง ก็เอ๊ะ งั้นผมจะเขียนเรื่องอะไรดี? คิดไปคิดมาก็เอาเรื่อง "Mastering in my mind" ก็แล้วกัน

ทำไมถึงอยากเขียนเรื่องนี้ ชัดเจนครับผมหมกมุ่นมากเรื่องการทำ Mastering น่าจะเกิน 7 ปีแล้ว (digital mastering) และยังคงบ้าพลังกันต่อไป เพราะอะไร? เพราะเทคโนโลยีมันเดินหน้าไม่เคยรอใครครับ มาตรฐานต่างๆก็ถูกสร้างขึ้นมาอยู่เสมอๆ แต่จากที่ผมได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดกับ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทั้งมือสมัครเล่น มืออาชีพ มือบอน เห้ย! ไม่มีครับ 55 ผมก็เห็นถึงประเด็นที่หลากหลาย ที่น่าจะมาเล่าสู่กันฟัง

Mastering in my mind แล้วทำไมต้องเรื่องนี้ ก็เพราะว่าผมเพียงแต่จะแชร์มุมมอง ทัศนะคติ แนวคิด ในการทำงานของผมบางส่วน บวกกับผมเองได้คุยกับรุ่นพี่ ระดับตำนาน (ที่ยังมีชีวิต คือที่เรียกตำนานคือ พี่แกมีฝีมือและเก๋ามาก) แล้วพี่ๆก็มีคำพูดที่ทำให้ผมมีกำลังใจที่อยากจะเขียนอะไรมากขึ้น

โดยพี่คนแรกสอนผมว่า "กุ่ย อะไรที่พี่สอนกุ่ยก็ฝึกนะ พอเราชำนาญ เราก็แนะนำต่อ บอกต่อให้คนอื่นทำได้ พอเค้าเก่ง เราก็ตัองพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีก มันจะได้ไม่หยุดนิ่ง..."

ส่วนพี่อีกคนพูดกับผมว่า "กุ่ย เรามีอะไรที่พอจะแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆได้ก็ทำนะ ขนาดเราทำอาชีพเดียวกันก็ยังแลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้ พี่ว่าคนเก่งๆหลายคนชอบกั๊กไม่รู้ทำไม ทั้งที่จริงแล้วถ้าความรู้ถูกบอกต่อ ส่งต่อก็จะได้มีการต่อยอด นำไปพัฒนาต่อ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้งานไม่ค่อยมีการพัฒนา..."


พี่ทั้งสองท่านผมขอไม่เอ่ยนามนะครับ แต่จากคำพูด คำแนะนำที่ผมได้รับมา ทำให้ผมพอมองเห็นภาพได้ภาพหนึ่งคือ ถ้าอยากเล่นเกมส์ให้สนุกมันก็ควรมีเพื่อนเล่น หรือนั่นก็คือถ้าเราอยากเก่งกว่าที่เป็นอยู่ ก็น่าจะต้องมีคู่แข่งด้วยนั่นเอง แต่คำว่าคู่แข่งของผมมันไม่ได้โหดร้ายนะครับ ผมเพียงแต่หมายความถึงว่า ก็ต้องมีเพื่อนร่วมทางกันไป ทำงานเหมือนๆกัน แลกเปลี่ยนประสพการณ์กันไป

เพราะอะไรนะเหรอ?ครับ ก็เพราะเพลงก็คือเพลง มันไม่มีถูกหรือผิด รสนิยม คือคำที่นิยมใช้สื่อสารกัน แต่แน่นอนว่าในอาชีพนี้โดยเฉพาะสาย engineer มันก็ต้องมีเรื่องเทคนิค มีเรื่องที่ต้องอ้างอิงถึงบ้าง ก็ว่ากันไปครับ ดังที่เราจะเห็นว่าหลายๆครั้งหลายๆกระทู้พูดกันไม่เคยจบ จนเรามองว่าเป็น Drama แต่ผมว่านะครับ ถ้าเปิดใจ และอ่านดีๆ กระทู้เหล่านั้นทำให้เราคิดอะไรได้เยอะ และหลากหลายมุมมองมาก ซึ่งผมชอบ

Mastering in my mind จะเป็นการพูดถึงการทำ Mastered โดยผมไม่ได้นำเสนออะไรมากไปกว่าสิ่งที่ผมคิด สิ่งที่ผมประสพมาตลอดหลายปี ก็ถือเป็นบทความกึ่งเรื่องเล่านะครับ เพื่อนๆก็มาแลกเปลี่ยนทัศนะคติได้ครับ ผมเปิดทาง อันไหนที่ผมรู้ก็ยินดี อันไหนที่ผมตอบได้ก็ยินดี อันไหนตอบไม่ได้ก็ขออภัยด้วยเพราะผมก็รู้ไม่หมดทุกเรื่อง บางเรื่องก็ไม่อยากรู้ (พูดจริงๆ) เพราะผมชอบอาชีพนี้เพราะดนตรีมันทำให้ผมมาเส้นทางนี้ ผมจึงไม่อยากยึดความเป็นเทคนิคมากเกินไป เพราะสุดท้ายสิ่งที่ผมทำมันก็คือดนตรีอยู่ดี ดังนั้นเรื่องทางเทคนิคก็อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้นำมาช่วยในการตัดสินใจในการทำงานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ในการเขียนบทความนี้ผมจะเขียนไปเรื่อยๆ ไม่เขียน Post ใหม่ ดังนั้นเพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน ก็อ่านได้ต่อเนื่องกันไป นึกซะว่าอ่านนิยาย หรือไม่ก็เปิดโอกาสให้อีตาแก่บ่นก็แล้วกันครับ เพราะผมว่ามันถึงเวลาที่ผมอยากแบ่งปันประสพการณ์อันน้อยนิดของผมบ้าง ผิด ก็น้อมรับ ถูกก็ยกความดีให้อาจารย์ผม และบอร์ดนี้ที่ทำให้เราได้เจอกันก็แล้วกันครับ เพราะผมก็เจอพี่ๆเก่งๆในบอร์ดนี้หลายคน ที่สั่งสอนผม แนะนำผมมาจนมีผมวันนี้

--------------------------------------------------------------------

มาต่อนะครับ อาจจะดูเป็นกระทู้ไรสาระก็ได้นะครับ เพราะผมจะบ่นไปเล่าไป หาสาระกันเอาเองนะครับ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าผมไม่ได้ทำกระทู้นี้มาเพื่อสอนการทำมาสเตอร์แน่นอนครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่บอกอะไรเลย ก็เลยออกแนวบ่นเสียมากกว่า หรือเล่าสู่กันฟังเสียมากกว่า นี่ก็เป็นเหตุผลที่เอากระทู้นี้ไว้ห้องนี้ เพราะจะว่าผมพูดถึง Software ก็คงไม่ใช่ หรือจะเขียนถึง Outboard gear ก็คงไม่ใช่เช่นกัน

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผมจะเขียน (โม้) แล้วก็เพราะว่า ถ้าใครรู้จักผมมานาน ก็จะรู้ว่าผมเริ่มต้นมาอย่างไร อย่างน้อยในยุค Digital เฟื่องฟู คงต้องบอกว่าผมลองมาหมดทุกระดับของเครื่องมือตั้งแต่ Sound on board มา SB Live ไล่มายัน Scope plat frome ยัน Halo โอ้ว Apogee จะว่าไปผมคงไม่ได้มาเชียร์แขกอะไรครับ

แค่กำลังจะบอกว่า ผมได้จับมาหมดทุกระดับเครื่องมือและโปรแกรม (แม้จะไม่ใช่ทุกตัว ทุกยี่ห้อ) ตั้งแต่บ้านสุดๆ ไปยันเครื่องมือที่คิดว่าน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่จัดได้ว่าเป็นมาตรฐานในระดับสากล นี่ก็เลยเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำ (ในความรู้สึกของผม) ว่าอะไรมันคืออะไร มันต่างกันอย่างไร ซึ่งผมอยากเขียนนานแล้ว แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงได้แต่อ่าน spec และ review ต่างประเทศแล้วมาเล่ามาแปล แต่พอได้สัมผัสเอง ถึงได้รู้ความแตกต่าง ก็น่าจะเล่าได้มันส์กว่า

ซึ่งคำว่าต่าง ผมก็ไม่ได้หมายถึงอะไรด้อย หรือดีไปกว่ากันนะครับ ด้วยประสพการณ์ของผม กราบเรียนตามตรงครับว่า ไม่ว่าจะสามัญสุด หรือเทพสุด มันมีประโยชน์ด้วยกันทั้งหมดทั้งมวล เพียงแค่เราดึงประโยชน์ของมันมาใช้ได้มากน้อยเพียงใด สิ่งที่คนบอกว่าไม่ดี มันก็ดีนะครับในบางสถานการณ์

ในเรื่องการทำ Mastering นั้นเท่าที่ผ่านมาผมเชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งเรื่อง Top hit ที่อยู่ในใจหลายคนว่าแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร อย่างไร ยังไงโอ้ว! แม่เจ้า พระเจ้ายอร์จ มันจอร์จมาก ก็ว่ากันไปครับ เหตุที่มันเป็นเช่นนี้ ผมเชื่อว่าเราๆท่านๆ พี่ๆ น้องๆ คงคิดเหมือนผม คือมันไม่มีหนังสือที่เป็นภาษาเรา ที่จะทำให้เราอ่านง่าย รู้เร็ว หรือว่าต้มกินแบบสำเร็จรูป เพราะในความเป็นจริงมันมีแต่ อ่านยาก แปลก็งง? ปลงดีกว่า ห้าาา ผมก็เป็นอย่างนั้นมาหลายปี ถ้าใครจำบอร์ดเก่าได้ ผมจะแปลเรื่องมาสเตอร์มาให้อ่านอยู่พักนึง (คือแปลแล้วเรียบเรียงเท่าที่จะมีความสามารถแบบโง่ๆ)


พอเป็นเช่นนี้มันก็เลยเสมือนหนึ่งว่าเรื่องการทำ Mastering เป็นความลับไปซะงั้นเหมือนแดนสนธยา แท้ที่จริงมันเรียนรู้กันได้ครับ ลองกันได้ครับ แต่แค่ต้องเปิดใจ ทดลอง แล้วลงมือทำ เพราะรูปแบบการทำมาสเตอร์ในยุค 19xx ถึง 2013 นี้ มันต่างกันมากครับ เทคนิคก็มากขึ้นทุกวัน ใครอ่านภาษาอังกฤษออกก็ดีไป แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จแน่นอนครับ ส่วนใครอ่านไม่ได้ก็ดุ่มๆกันไปเหมือนผม ดุ่มมาตลอด บอกอย่างไม่อายครับ

มาว่าเรื่องของเรากันบ้างบ่นไปเยอะ Mastering นั้นแท้ที่จริงแล้วถือได้ว่าเป็นอีกขั้นตอนนึงในขบวนการของการ Production ซึ่งหากจะหาคำนิยามว่า Mastering คืออะไร? ผมว่าพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ก็คงจะตอบได้ เกินสิบสองหน้าเป็นแน่ เพราะว่าเราสามารถหาอ่านได้จาก Website ทั่วไป หรือจากตำราต่างๆ ซึ่งมีอยู่ดาษดื่น ซึ่งผมเชื่อว่าทั้งหมดที่เพื่อนๆกำลังคิดอยู่ตอนนี้ ถูกทุกข้อ! แหล่ะครับ

ไม่ว่าคำนิยามของมันจะคืออะไร? ก็ตามที วันนี้เราคงต้องยอมรับกันแล้วครับว่ามันคืออีกขั้นตอนของการทำงานที่เราไม่ทำไม่ได้ ไม่ว่าเราจะเรียกมันว่าขบวนการสุดท้ายของการ production หรือขบวนการแรกของการตรวจสอบก่อนการทำซ้ำ จะอะไรก็ช่างมันเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนครับ

มักมีคำถามเข้ามาถึงผมอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากผมเป็นคนขี้โม้ ชอบพูดชอบคุย เลยเป็นอะไรที่ผมรู้สึกต้องตอบคำถามเหล่านี้ซ้ำๆ เช่น "มาสเตอร์ริ่งทำยังไงครับพี่" หรือ "โปรแกรมไหนทำมาสเตอร์ดีครับ" หรือ "ปลั๊กอินตัวไหนทำมาสเตอร์ดีครับพี่" และหรือ "จะทำให้มันดังเท่าค่าย...จะทำยังไงครับพี่" และอีกหลายๆหรือ

ก็เลยคิดว่าไหนๆจะต้องตอบอยู่แล้ว ก็แว๊บมาเล่าเลยละกันครับ อ้อ! ออกตัวอีกนิดนะครับยังย้ำว่า อันนี้ผมมาเล่า มาบ่น ไม่ได้บังอาจมาแนะนำหรือว่าสอนการทำมาสเตอร์นะครับ แต่ก็เชื่อว่ามันน่าจะมีมุมที่ทำให้เราได้พูดคุยกันมากขึ้น และหรือก็น่าจะมีความรู้แฝงอยู่บ้างเท่าที่จะพอมี

การทำ Mastering ให้ดีและประสพความสำเร็จผมว่าไม่ยากครับ (บางงานก็ยากนะ ถึงยากมาก แฮ่) แต่มันไปยากตรงที่เราเข้าใจมันดีพอหรือไม่ ว่าหัวใจของมันคืออะไร หรือ Concept ของมันคืออะไร? ผมว่าอันนี้สำคัญสุดครับ เพราะมันจะนำเราไปสู่เรื่องอื่นๆประกอบกัน ก็เหมือนเพลงหนึ่งเพลงที่มีองค์ประกอบมากมายครับ คงไม่ต้องสาธยาย ว่าเพลงที่เพราะสักเพลงมันต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

Mastering ที่ดีได้มาจากอะไร? นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากพูด แล้วอยากให้ทุกคนได้เห็นและตระหนักตรงกัน ด้วยประสพการณ์ของผม เพลงที่ผมว่าทำ Master แล้วออกมาดีที่สุด ถ้าไม่นับความน่าฟังหรือไพเราะของบทเพลงนะครับ ผมบอกได้เลยครับว่าการ Arange สำคัญมากๆและ Source ก็สำคัญสุด ซึ่งนั่นก็คือการ Tracking มานั่นเองครับ เมื่อได้วัตถุดิบที่ดี มาแล้ว การผสมเสียงก็สำคัญ เชื่อผมเถอะครับ เพราะผมเคยทำ Master กับเพลงที่มิกซ์มาดีๆ กับมิกซ์มาค่อนข้างมีปัญหา การทำงานมันต่างกันมากครับ

ถ้าปัจจัยข้างบนดีหมด เชื่อไหมครับ Mastering ให้ดีไม่ยากนัก และผลลัพท์ที่ได้ก็น่าพอใจเลยทีเดียว มันมีแต่บวก กับบวกครับ เพราะเวลาของการทำงานส่วนใหญ่ไปอยู่กับการเสริม Mix ที่ดีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ที่สุด (ณ.เวลานั้นๆ) ซึ่งผิดกับถ้าเจอมิกซ์ที่มีปัญหา แน่นอนเราก็ต้องเอาเวลาส่วนใหญ่ไปจมกับการแก้ไขปัญหานั้นๆ นั่นเอง


สมมติ สมมติ นะครับผมคิดเองเป็นตุ เป็นตะ ว่าเพื่อนๆเก่งกว่าผมทุกคน เก่งๆ เก่งๆ ซึ่งนั่นก็คือมีความเข้าใจในงาน recording ที่ดี มีพื้นฐานที่ยอดเยี่ม และเป็นนักดนตรี เป็นมืออเร้นท์ที่สุดยอด ดังนั้นผมจะข้ามขั้นตอนการทำเพลงมาโลด กระโดดจนพ้นงาน Mixed down ไปเรียบร้อย จนพร้อมจะทำมาสเตอร์แล้ว เราจะได้ไม่ย้อนหลังไปอีกละ เพราะผมก็บอกไปแล้ว ดังนั้นถ้าอยากทำงานสุดท้ายออกมาให้สุดๆ ก็ต้องให้ความสำคัญจุดเริ่มต้นด้วยครับ

มาถึงตรงนี้วันนี้ขอพักก่อนครับ อ่านถึงตรงนี้ก็สุดยอดแล้วครับ เพราะมีแต่ตัวหนังสือให้ตาลาย ห้าาา ดูแล้วเหมือนน้ำเยอะก็อย่าว่ากันนะครับ หรือดูแล้วไม่มีศัพท์เทคนิคมากมายก็อย่าว่ากันนะครับ เพราะว่าผมไม่อยากให้แปลไทยเป็นไทยอีก มันจะวุ่นวาย เอาภาษาคุยบ้านๆนี่แหล่ะครับ ส่วนเนื้อหาก็จะหยอดเรื่อยๆครับ แต่น้ำก็สำคัญจะได้ไม่ฝืดคอ แฮ่! แง่ว ปล่าวครับเพราะบางเรื่องมันก็ต้องปูมา บางอย่างก็ว่ากันไป เพราะผมไม่ได้มาสอนทำมาสเตอร์ครับ ย้ำอีกหนก่อนไปเล่นเฟส อิอิ เพื่อนๆมีอะไรก็พูดคุยกันได้นะครับ แลกเปลี่ยนกันได้นะครับ จะได้หนุกหนานกันไปครับไม่เครียด เพราะผมก็ไม่ได้เก่ง ผมไม่ใช่สมรักษ์ เพราะสมรักษ์ "ไม่ได้โม้ๆๆๆๆ" แต่ผม บักกุ่ย "ขี้โม้ๆๆๆๆๆ" ห้าาา

ปล. ถ้าภาษาที่ผมใช้ผิดกฎ ขออภัยด้วยนะครับ เพราะผมอยากให้มันอ่านสนุกไม่เครียดเกินไปครับ ขอบคุณ Admin บอร์ดทุกท่านนะคร๊าบ!

--------------------------------------------------------------------

สวัสดีอีกครั้งครับ วันนี้วันที่ 18 สค 56 มาต่อกันนะครับ เบื่อผมกันบ้างหรือยังครับ ห้าาา ร้านนี้ใจดีครับให้น้ำเยอะ เนื้ออย่ากินมากเดี๋ยวจุกย่อยยาก แหะๆ ผมเป็นคนชอบเล่า ก็เล่าไปเรื่อยนะครับ ทำใจหน่อยครับจะได้ไปด้วยกันทางเดียวกัน บอกแล้วว่าผมไม่ได้มาสอนทำมาสเตอร์ดังนั้น ก็ทนฟังผมบ่นต่อไป

ในภาคส่วนของ Mastering ที่ผมจะขอพูดถึงนั้นคงเป็นในเรื่องของ Digital Mastering เป็นหลักอาจยังไม่ขอกล่าวถึง Mastering for vinyl นะครับเพราะมันจะยังดูไกลเกินไปอีก คือต้องบอกว่ามันมาก่อนเสียด้วยซ้ำ แต่เราส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของ Digital Mastering เป็นหลัก


มักมีคำถามว่าการทำ Mastering มันยากไหม ผมก็ตอบไปว่า “ไม่ยาก” และมักจะถูกถามตามมาด้วยคำถามมากมายอย่างที่เคยได้กล่าวไป แต่ที่ผมตอบไม่ยาก ไม่ใช่ผมเก่งนะครับ มันคนละประเด็น และไม่ใช่ว่างานผมมันดีนะครับ นั่นก็คนละเรื่อง ไม่ยากของผม อาจจะห่วยแตกก็ได้จริงไหมครับ

“ไม่ยาก” ที่ตอบไปเช่นนี้เพราะผมคิดว่านั่นเป็นเพราะผมอาจจะมีจุดของความเข้าใจในระดับนึง ที่มันทำให้ผม focus ไปได้ชัดเจนว่าผมต้องการทำอะไร กับอะไร เพื่ออะไร ด้วยวิธีการอย่างไร และแน่นอนว่าถ้าเราไม่ทราบ เรื่องบางเรื่องที่ดูเหมือนง่ายก็จะกลายเป็นยากทันที ไม่ต้องคิดมากครับ ลองถามคนที่ขี่รถเครื่องซิ (มอเตอร์ไซด์ อิอิ ภาษาถิ่น) ว่ายากไหม? คนที่ขี่ได้ย่อมตอบได้ว่าไม่ยาก แต่ลองไปถามคนที่แม้แต่จะขี่จักรยานไม่เป็นดูครับ มันคงยากมากแน่ๆ จริงไหมครับ

การทำมาสเตอร์อาจฟังดูเป็นเรื่องใกล้ตัวในทุกวันนี้ และดูเป็นเรื่องง่ายไม่ยากนัก เพราะหากเราค้นหาข้อมูลในโลกไร้สายอันไรพรมแดนอันเคว้งคว้างบนโลกใบนี้ เราจะพบคำตอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน ขบวนการ วิธีการ เครื่องไม้เครื่องมือ ตั้งแต่เริ่มทำยันคลอดบุตร อืมมมม! ไม่ยาก

แต่พอลงมือทำจริงๆแล้วหลายคนก็มักจะติดหล่ม วนเวียน ปวดเศียรเวียนหัว เหมือนผมตอนนี้เป็นแน่ ทำไม! ยกตัวอย่างเช่น การทำ Mastering ต้องใช้อะไร คำตอบก็คือ ใช้ Compressor อืม! ไม่ยากแฮะ! แต่เอ๊ะ แล้วจะปรับยังไง กำจริงๆ หรือ การทำมาสเตอร์ริ่งต้องใส่ใจกับอะไร? คำตอบที่ได้ก็อาจจะคือ ต้องให้ความสำคัญกับ Dynamic อืม! ไม่ยากอีกแล้ว แล้วไอ้เจ้า Dynamic มันคือ? และมันควรจะเท่าไหร่? อืมมม! กำแล้วซิเรา จึ๋ย!


แต่ผมเชื่อว่าคำถาม คำตอบเบื้องต้นด้านบน คงไม่ใช่ปัญหาของพี่ๆหลายคนในที่นี้ ที่ผ่านประสพการณ์ในการทำงานมาอย่างโชคชัยสี่ เอ้ย! โชคโชน เป็นแน่แท้ เพราะมันคือพื้นฐานของการทำงานเป็นปรกติสุขอยู่แล้ว และมันก็คงไม่ยากเย็นเกินไปนักสำหรับ เพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่เรียนมาในสายงานด้านนี้ ไม่ว่าจะเรียกมันว่าอะไร เช่น Audio Engineer, Sound Engineer ฯลฯ

จุดนี้นั่นเองที่ผมอยากจะบอกว่า (โม้มาซะหลายนาน) การเรียนรู้พื้นฐานนั้นสำคัญมาก สำคัญไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คุณเก่งนะ แต่มันสำคัญตรงที่ มันเป็นพื้นฐานที่ดี คุณสามารถนำพื้นฐานที่มีไปฝึกฝน ไปพัฒนาต่อยอดได้ ผมก็ไม่เคยเจอนะใครที่เรียน SE ออกมาแล้วเก่งโลดด เก่งระดับโลกทันที เห็นแต่ทุกคนต้องใช้เวลา เรียกว่าถึงมีกระบี่ดี ก็ต้องฝึกใช้อยู่ดี หรือปืนจะดีแค่ไหน ก็อยู่ที่คนยิ่งว่าแม่นหรือไม่เหมือนกัน นั่นก็คือการฝึกฝน และนั่นก็คือประสพการณ์เท่านั้นที่จะสอนคุณได้ทุกเรื่อง

แต่ส่วนใหญ่เราต้องยอมรับนะครับว่าคนที่ทำ และอยากทำมาสเตอร์ส่วนใหญ่ (ในบ้านเรา ผมเดาเอา ผิดก็เขกกระโหลกผมได้นะครับ ถ้าเจอผม แหะๆ) ไม่ได้เรียนมาด้านนี้ และหรือก็จะเป็นคนทำเพลงส่วนใหญ่ที่อยากจบงานด้วยตัวเองเสียมากกว่า ว่าอย่างนั้น


ด้วยความที่มันง่ายดายขึ้นในโลกปัจจุบันไม่ว่าจะสถาบัน Youtube หรือร้านขาย Software ชั้นนำที่ชื่อ crack store อิอิ ก็ทำให้เราแทบจะมีทุกสิ่งอย่าง จนเรามีมากเกินไป เลยไม่ได้มองถึงวิธีการ แนวทาง แต่เรากลับหันไปมองว่าอะไรที่มันจะช่วยเราสำเร็จกิจ เอ้ย สัมฤทธิ์ผล ได้โดยฉับพลัน ซึ่งผมขอเรียนตามตรงให้ท้อแท้ไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า “ไม่มีทาง” และทางเดียวที่จะทำให้คุณไปถึงฝันก็คือเครื่องมือที่ชื่อว่า “พยายาม”

เมื่อมาถึงบรรทัดนี้แล้วคงไม่แคล้วผมคงต้องพูดถึงว่า “มาสเตอร์ริ่ง คือ?” ในคำนิยามผมบ้าง สำหรับผมแล้ว มาสเตอร์ริ่งคือหนึ่งในขั้นตอนของการ Production (เฉพาะ Audio production นะจ๊ะ) ซึ่งถือเป็นขั้นตอน หรือขบวนการในการตรวจสอบคุณภาพเสียง และปรับแต่งรวมไปถึงเสริมมิกซ์ที่ดีอยู่แล้วให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่เราจะนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งผู้ที่ทำงานในส่วนนี้เราเรียก Mastering Engineer นั่นเองครับ สั่น ง่าย ได้ใจความ แต่ถ้าเอาจริงๆในรายละเอียด ผมบอกได้ยาว ปรี๊ดดดด! กันเลยทีเดียวครับ

ในการทำมาสเตอร์ริ่งสำหรับผมก็อาจเปรียบได้เหมือนการเช็ดกระจกที่จะทำให้เรามองเห็นภาพทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้น และสะอาดขึ้น เมื่อเปรียบเป็นเสียงแล้วมันก็จะฟังชัดขึ้น เคลียขึ้น หรือได้ในสิ่งที่มันควรจะเป็นมากขึ้น อาจเช่น ได้ Dynamic ที่สมบูรณ์ขึ้น ได้ Impact ที่ชัดเจน มากขึ้น หรือทำให้เกิด Focusing มากขึ้น ฝรั่งชอบเรียกอีกแบบว่า In you face ทำนองนั้น และอีกมากมาย (บลาๆๆๆๆๆ)

ทั้งหมดที่กล่าวมาและยังไม่ได้กล่าวถึงมันคือ Mastering ครับ คำสามคำ มาส เตอร์ ริ่ง ที่ดูสั้นมาก แต่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวที่มากมาย ลองส่องกระจกดูครับ เราจะเห็นตัวเรา นั่นคือคนหนึ่งคน แต่ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนคิดให้ดีๆ ตั้งแต่เกิดถึงวันนี้เรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตมันมากมายเหลือเกิน Mastering ก็เช่นกันครับตัวมันเองก็คือแค่ Mastering แต่มันก็มีเรื่องราวของมันมากมาย ผ่านกาลเวลา มายาวนาน มันก็มีเรื่องราวเยอะแยะในแบบของมันนั่นเอง ไว้จะมาต่อนะครับ สำหรับวันนี้ เผ่นไปทำมาหากินก่อนครับ แล้วพบกันเด้อ แฮ่

« Last Edit: August 18, 2013, 09:53:45 PM by mediadirector »


i'm not a mastering enginer.
i'm not a mastering engenier.
i master music.

http://www.facebook.com/StucoolsMasteringStudio

Work whit analog, digital, tape, tubes, transformers, plug-ins, hardware, etc... whatever best serves the project.

Offline rungrs

  • สิบเอก
  • Posts: 1176
  • Karma: +59/-0
  • คนขายเหล็ก และทำเสียง
Re: Mastering in my mind.
« Reply #1 on: August 17, 2013, 05:43:50 PM »
ท่าทางจะยาว แต่ก็จะรออ่าน  :D

Offline Cotton Guy

  • สิบตรี
  • Posts: 121
  • Karma: +0/-0
Re: Mastering in my mind.
« Reply #2 on: August 17, 2013, 07:08:12 PM »
หวัดดีคร้าบพี่กุ่ย มารออ่านเหมือนกันครับ  :)

ดูท่าจะยาว ผมเลยเตรียม M150 ไว้แล้วครับ อิอิ  :hm:

Offline kendo

  • สิบตรี
  • Posts: 298
  • Karma: +19/-0
Re: Mastering in my mind.
« Reply #3 on: August 17, 2013, 08:05:16 PM »
กินกาแฟดำสองแก้วรอพี่กุ่ยแหละ

Offline KBKB

  • สิบตรี
  • Posts: 238
  • Karma: +7/-0
Re: Mastering in my mind.
« Reply #4 on: August 17, 2013, 09:01:17 PM »
มาปูเสื่อรอ ครับ

Offline mediadirector

  • สิบโท
  • Posts: 595
  • Karma: +18/-0
  • Owner & Mastering Chief @Stucools Mastering Studio
    • โทร 080 999 8737
Re: Mastering in my mind.
« Reply #5 on: August 17, 2013, 09:43:36 PM »
มารอกันซะงั้นแง่ว จะมาฟังผมบ่น ใช่มะ มาๆต่อๆ แหะๆ
i'm not a mastering enginer.
i'm not a mastering engenier.
i master music.

http://www.facebook.com/StucoolsMasteringStudio

Work whit analog, digital, tape, tubes, transformers, plug-ins, hardware, etc... whatever best serves the project.

Offline boy9009

  • สิบตรี
  • Posts: 143
  • Karma: +5/-0
Re: Mastering in my mind.
« Reply #6 on: August 17, 2013, 10:11:00 PM »
กางมุ้งรอด้วยคนครับ

Offline mediadirector

  • สิบโท
  • Posts: 595
  • Karma: +18/-0
  • Owner & Mastering Chief @Stucools Mastering Studio
    • โทร 080 999 8737
Re: Mastering in my mind.
« Reply #7 on: August 17, 2013, 10:52:11 PM »
พี่บอยทายากันยุงก็ได้ครับ ง่ายกว่ากางมุ้งเยอะเชื่อผม เอิ๊กซ์
i'm not a mastering enginer.
i'm not a mastering engenier.
i master music.

http://www.facebook.com/StucoolsMasteringStudio

Work whit analog, digital, tape, tubes, transformers, plug-ins, hardware, etc... whatever best serves the project.

Offline chamd

  • พลทหาร
  • Posts: 15
  • Karma: +0/-0
Re: Mastering in my mind.
« Reply #8 on: August 18, 2013, 02:16:11 PM »
รอ งานเขียนดีๆอยู่นะครับ พี่กุ่ย

Offline mediadirector

  • สิบโท
  • Posts: 595
  • Karma: +18/-0
  • Owner & Mastering Chief @Stucools Mastering Studio
    • โทร 080 999 8737
Re: Mastering in my mind.
« Reply #9 on: August 18, 2013, 02:45:09 PM »
รอ งานเขียนดีๆอยู่นะครับ พี่กุ่ย

งานเขียนดีๆเหนื่อยเลยครับพี่แชมป์ สงสัยจะยากเพราะอีตานี้ชอบเขียนมั่วๆ
ไปตามอำเภอใจ อ่านมันมาตั้งนานยังหาสาระไม่เจอเลยครับพี่แชมป์ T T"
i'm not a mastering enginer.
i'm not a mastering engenier.
i master music.

http://www.facebook.com/StucoolsMasteringStudio

Work whit analog, digital, tape, tubes, transformers, plug-ins, hardware, etc... whatever best serves the project.

Offline miss-supreme

  • สิบตรี
  • Posts: 128
  • Karma: +1/-0
  • :)
Re: Mastering in my mind.
« Reply #10 on: August 18, 2013, 10:28:21 PM »
สุดยอดครับ อัพเดตเร็วๆนะครับ
 :cheers: :cheers:
Owner - Engineer:Scarlett n' Cig Recording Studio 
mixed & mastered by me :)

https://soundcloud.com/bank-smsn/

Offline mediadirector

  • สิบโท
  • Posts: 595
  • Karma: +18/-0
  • Owner & Mastering Chief @Stucools Mastering Studio
    • โทร 080 999 8737
Re: Mastering in my mind.
« Reply #11 on: August 19, 2013, 03:15:37 PM »
ต่อครับต่อ วันนี้เช้าวันที่ 19 แล้วซินะ เลขมงคลมีเก้าลงท้าย ก็ก้าวหน้าละกัน แม้เลขมันจะอยู่ข้างหลัง แต่เราคงไม่อยากก้าวถอยหลังเป็นแน่ ห้าาา งั้นเรามาต่อกันครับ อ้อก่อนอื่นว่าจะไม่มาต่อที่ข้างล่าง กะจะให้มันยาวๆไปด้านบน แต่ว่าระบบของบอร์ดแจ้งว่าตัวอักษรเกินที่กำหนดปะไม่ได้ ทีนี้เลยจำเป็นต้องลงมาต่อข้างล่างนะครับ ก็กระดึ๊บๆลงมาอ่านแล้วกันครับ ต่อๆครับ

ผมเองก็ไม่ได้เรียนมาทางด้าน Mastering นะครับ ดังนั้นสิ่งที่จะอธิบายไปก็เป็นความคิดผมล้วนๆ ผสมกับประสพการณ์ และบานไปถึงการอ้างอิงตำราที่ผมได้อ่านผ่านตามาบ้าง จำเค้าเล่ามาบ้าง ไรงี้ มีพี่ๆสอนมาบ้าง มีอาจารย์ถ่ายทอดให้ตามลำดับ ก็ว่ากันไป จนผมก็จะมาสรุปในแบบของผม ก็อย่างง? ถ้ามันไม่เหมือนที่เคยเรียนๆกันมา เพราะผมเน้นถ่ายทอดให้เข้าใจในแบบที่คิดว่าน่าจะไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยอีก หรือต้องหว่า ห้าาา

Mastering
สำหรับการทำมาสเตอร์ริ่งในความเห็นของผม ผมว่ามีสามเรื่องใหญ่ๆที่ผมให้ความสำคัญมาก และคิดว่ามันสำคัญโดยมีอยู่ด้วยกันสามเรื่องใหญ่ๆคือ
1 Monitoring
2 Process
3 Final

สามขั้นตอนนี้ผมถึงเป็นหัวใจหลักหรือข้อใหญ่ๆ ที่ผมคำนึงถึงในการทำงาน และผมเองก็คิดว่ามันน่าจะตอบโจทย์หลักๆของการทำมาสเตอร์ที่ดีได้พอสมควรเลยทีเดียว แต่ในสามข้อย่อยนี้มันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เรามาดูกันครับ

1.Monitoring
สำหรับ Monitoring นี้จะเกี่ยวข้องกับการได้ยิน ได้ฟัง เป็นหลักสำคัญครับ แต่ช้าก่อนหากคุณโทรมาภายในสิบนาทีนี้เราจะแถม ว๊ากกกส์ ไม่ใช่ บ้าไปแล้ว ห้าาา แต่ช้าก่อนที่ผมกำลังจะบอกต่อก็คือมันมีข้อย่อยๆซอยยิกๆแยกออกไปอีกเล็กน้อยครับ ซึ่งประกอบไปด้วย


1.1 ระบบ Monitor และการ Monitor : ซึ่งในส่วนนี้แน่นอนว่าผมกำลังพูดถึง Speaker Monitor อย่างชัดเจน แน่นอนว่าเราทำงานอยู่กับเสียง ดังนั้นเราจึงควรได้ยินเสียง และมันควรเป็นเสียงที่ชัดเจน ได้มาตรฐาน ไอ้ยากที่จะอธิบายก็ตรงไอ้คำว่ามาตรฐานนี่แหล่ะ เอาเป็นว่าอย่างน้อยที่สุด คุณเองควรเลือกซื้อ หา หรือใช้ Studio monitor ที่เชื่อถือได้ และเป็นที่ยอมรับ ส่วนยี่ห้อผมไม่ขอกล่าวถึงครับ และมี frequency range ที่ครอบคลุมถึงตั้งแต่ย่านสูงปรี๊ด! จนถึงต่ำวูบ เพราะงานที่คุณทำอยู่ในขบวนการนี้ เรียนตามตรงครับ จบแล้วจบเลย จะไม่มีคนทำต่อแล้ว ดังนั้น มันคือการตรวจเช็คในครั้งสุดท้าย และการที่คุณมีอุปกรณ์ที่สามารถถ่ายทอดสัญญาณเสียงได้กว้าง มันก็จะช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้น และแม่นยำขึ้นนั่นเอง

ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อคุณได้ Speaker monitor ที่ดีแล้วจบหรือยัง อ๊ะๆๆ ยังซิครับ นอกเหนือไปจากนี้แล้วถ้าคุณมีการเชื่อมต่อ Monitor ที่มากกว่าหนึ่งตัว ถือเป็นการดีเลยครับ เพราะคุณสามารถเช็คได้หลายรูปแบบซึ่งอันนี้สำคัญมาก เพราะงานคุณอาจถูกนำไปใช้สำหรับ TV สำหรับ วิทยุ สำหรับเปิดตามเธค ผับ ต่างๆ ดังนั้นคุณควรมี การฟังที่หลากหลาย ให้ตรงกับเป้าหมายอันนี้สำคัญเลยครับ

และนั่นก็คือสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนั่นคือ Monitor selector ก็ควรจะเป็นของที่ดีด้วยเช่นกันเพราะมันจะช่วยให้ไม่มี color หรือให้เสียงที่ไม่ผิดเพี้ยนไป ซึ่งสำคัญมากนะครับ หลายคนทำงานแล้วตกม้าตายตรงนี้ (แต่ที่จริงไม่ถึงกับตาย ห้าาา แต่ผมซีเรียส) มันสำคัญมากๆ เพราะถ้าคุณเป็นคนทำงานแบบบ้าเหมือนผม คุณคงอยากได้ยินอะไรที่ไม่ต้องเผื่อ คือทำงานไปตามที่ได้ยิน มากกว่าทำงานแล้วต้องเพื่อแหลม เพื่อทุ้ม อู้ยย! น่าปวดหัวครับ ผมจะยกตัวอย่างเล็กๆที่เป็นปัญหาให้ดูนะครับ


จากตัวอย่างคือ DAW--->Monitor control--->Studio monitor

DAW(ซาวด์ทุ้มเกินไป)-->Monitor control(ให้ซาวด์แหลมเฟี้ยว นี่คือ color ของมัน)-->Studio monitor(ดันใช้ของดีทุกอย่างเป็นกลาง แล้วเสียงที่ได้ยินก็เลยพอดีเพราะ ซาวด์ที่ทุ้มมันโดนเติมแหลมมาจาก monitor control)


จากด้านบนนี่คือปัญหานึงเลยครับ แต่มันคงไม่เลวร้ายขนาดนี้ แต่ก็มีครับจะบอกให้ แล้วผลของมันนะเหรอ?ครับ อูยยย น่าจะนึกภาพกันออก นั่นก็คือฟังในห้องเรางี้ “เป๊ะเว่อร์” แต่พอเอางานไปเปิดที่อื่น เอ๊ะ จิรากรณ์ เห้ยย ไม่ใช่ เอ๊! ทำไมมันดรอปวะ ทำไมมันหม่นลง นั่นไง พอเห็นเงามัจจุราชลางๆไหมครับ นั่นเป็นเพราะเราโดนหลอกนั่นเอง พอรู้อย่างนี้เราทำยังไง ผมเชื่อว่าทางเดียวก็คือยกให้มันแหลมขึ้นไปอีก บ้านผมเรียกเผื่อเอาไว้นั่นเอง พองานออกไปจะได้พอดีเป๊ะ ว่างั้น! เฮ่อ

ซึ่งนี่คือสิ่งที่ไม่ดีเอาซะเลยครับ เพราะว่าการทำงานตรงนี้ไม่ควรที่จะต้องทำการเผื่อ มันควรจะต้องทำพอดีอย่างที่ได้ยิน และที่ควรจะเป็นกลางๆออกไป ไปเปิดกับ system ที่แหลมมา ก็มาอีกนิด ไปเปิด system ที่มันทุ้มมาก็มาอีกหน่อย เพราะ consumer product มันก็มีความแตกต่างกันออกไปครับ ดังนั้นงานที่เราทำก็ควรจะอยู่ในเกณฑ์ที่เชื่อถือได้ และนั้นก็คือเราต้องเชื่องานของเราก่อนนั่นเอง

1.2 Room : ไม่ต้องลำบากไปเปิด Dictionary กันนะครับผมแปลให้ครับ “ห้อง” ห้องนั้นสำคัญไฉน ผมบอกได้เลยว่าสำคัญมากครับ จะเห็นว่าอยู่ในหมวดต้นๆแรกๆคือ การ Monitor ทำไมมันจึงสำคัญ ก็ขอท้าวความก่อนครับ (ส่วนเท้าไม่เอานะครับ แฮ่)


เรามักจะมองหา Monitor ที่เป็นที่สุดแห่งความ Flat ราบเรียบ รื่นไหล (ผิดกับหาสาวๆ เอาดูมๆ ไม่มีใครมองหาเรียบๆ แฮ่) แต่นั่นแหล่ะครับ ต่อให้คุณจ่ายไปกี่สิบล้าน ลำโพงที่ว่าแน่ๆ เจอห้องแย่ๆ ก็เป๋ห่าวได้เหมือนกัน

ดังนั้น Room หรือห้องฟัง ห้องทำงาน หรือจะเรียกว่า ห้อง Mastering หรือ Mastering room อู๊ยย! สุดแต่จะเรียกกันไปครับ สุดท้ายมันคือสิ่งที่สำคัญ เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดการได้ยินเหมือนกัน ซึ่งมันไม่ดีแน่ถ้าเพลงที่คุณกำลังทำมันฟังดีเฉพาะในห้องที่คุณทำงาน เพราะเราคงพาทุกคนมาฟังงานในห้องเราไม่ได้ เพลงมันต้องถูกปล่อยเป็นสาธารณะ ถูกขาย ถูกแจกจ่ายไปสู่ผู้ฟัง


ดังนั้นห้องคือปัจจัยที่สำคัญอีกประการในการชี้เป็น ชี้ตายกันเลยทีเดียว กับการทำงานตรงนี้ และมันจะส่งผลถึงภาพรวมของการทำงานของเราทั้งหมดนั่นเอง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าห้องที่ไม่ได้มาตรฐาน จะทำงานไม่ได้นะครับ บางคนก็เก่งกาจสามารถ เหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสี คือห้องไม่ดีก็ทำงานได้ และออกมาดีด้วยเยอะแยะไป แต่มันเหนื่อยครับ

เพราะเราต้องทำงานอยู่บนพื้นฐานของการคาดเดา บวกกับประสพการณ์ หรือความคุ้นเคยเป็นหลัก ดังนั้นมันก็เหมือนทำงานอยู่บนความเสี่ยงในทุกระยะการทำงานนั่นเอง ไม่ดีกว่าเหรอ? ถ้าเราอยู่ในห้องที่ได้ยินเสียงที่ถูกต้อง แล้วทำงานในแบบที่เราได้ยิน ผมไม่ได้บอกว่าห้องดีจะได้งานที่ดีนะครับ เพียงแต่มันทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น แต่การตัดสินในของเราจะดี หรือร้ายอันนั้นอีกเรื่องครับ แต่ก็ดีกว่าต้องมานั่งตัดสินใจด้วยการคาดเดา เอเมน…!


1.3 Human : เมื่อพูดถึงการ Monitor ริ่ง มีตัวแสดงผลแล้ว มีสภาวะแวดล้อมแล้ว ทีนี้ก็มาถึงตัวรับสาร หรือคนฟัง หรือบุคคล หรือเอาตรงๆก็ Mastering engineer นั่นแหล่ะ ป๊าดด!


ถ้าจะพูดให้ตรงทางก็คือ “หู” ของคนทำงานนั่นเอง จะหูทอง หูเทพ หูดำ ก็หู แหล่ะครับ อย่าไปคิดมากหลาย แต่หูนี้สำคัญไฉน มันสำคัญตรงที่ว่าคุณได้ยินอะไร แล้วสิ่งที่คุณได้ยินนั่นแหล่ะจะเป็นตัวการนำพาไปสู่ขบวนการถัดๆไป

ดังนั้นเมื่อต้องทำงานด้วย มนุษย์ ความผิดพลาดก็ย่อมมีเป็นแน่แท้ ผมคนหนึ่งหล่ะที่เชื่อว่าไม่มี engineer คนไหนทำงานได้สุดยอดไปซะทุกงาน เพราะมนุษย์ย่อมมีความผิดพลาดในตัวทุกคนไป รวมถึงผม รวมถึงคุณเพื่อนที่กำลังอ่านด้วยครับ ไม่งั้นเราคงไม่พูดกันถึงเรื่อง Human error เป็นแน่แท้

ดังนั้นหากเราจะทำงานนี้ให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด (ถ้ามีอยู่จริง ในอุดมคติ) และเราเป็นคนที่ต้องฟังเพื่อตัดสินใจอะไรบางอย่าง สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ “สุขภาพ” ของเราครับ ยกตัวอย่างเช่นต้องทำงานในวันที่เป็นหวัด คัดจมูก ขี้มูกไหล (น้ำมูก ไม่ซะใจ)

100 ละ 99 % (ไม่เอาทั้งหมดเดี๋ยวพลาด อิอิ) ของคนเป็นหวัด ปวดหัว กินยาก็ง่วงนอน อารมย์พาลไม่อยากทำงาน เมื่อต้องทำมันก็ไม่สมบูรณ์ อาจต้องเร่งรีบ เพราะอยากไปพักผ่อน (แต่พอให้พัก เจือกดันเล่นเฟสบุ๊กซะง้าน)

หรืออีกอาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยๆก็คือพอคัดจมูก หูก็จะอื้อไปด้วย หูอื้อ คือไม่ได้ยินนะครับ หรือการได้ยินลดลงไม่เป็นปรกติ ไม่ใช่มีหูเยอะนะครับ อื้อเลยไรงี้ ห้าาา

ดังนั้นต่อให้คุณมี Studio monitor ที่สุดยอดขนาดไหน อยู่ในห้องที่สุดอลังกาบาร์เบ้อร์ขนาดไหน ถ้าร่างกายไม่อำนวยก็เป็นอุปกสรรค์ต่อการได้ยินเช่นกัน นี่ผมไม่นับรวมถึงประสพการณ์ในการฟังนะครับ อันนี้ก็สำคัญ แต่ผมเชื่อว่าถ้าเพื่อนๆมาถึงจุดทำมาสเตอร์แล้วคงไม่ใช่ปัญหาแล้วหล่ะครับ

เป็นไงครับมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ คงจะได้พอเห็นภาพแล้วนะครับว่าข้อแรกเลย “Monitoring” มันสำคัญยังไง ทั้งหมดที่ผมโม้มา นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันสำคัญครับ งั้นโดยสรุปการ Monitor ที่สมบูรณ์ในความคิดผมก็คือ เราต้องมีเครื่องมือในการฟังที่ดี อยู่ในสภาพแวดล้อมในการฟังที่ดี และมีร่างกายที่พร้อมจะฟังอย่างตั้งใจ ความผิดพลาดก็ยังคงเกิดขึ้นได้ไม่ว่าส่วนใดส่วนนึง แต่นั่นก็ยังเป็นส่วนน้อยกว่าที่เราไม่ทำอะไรเลย ใช่ไหมครับ ที่จริงมันยังมีเรื่องราวอีกเยอะ เช่นการวาง monitor การเลือกซื้อ monitor อู้ยยย สารพัด ผมคงไม่พูดถึงนะครับ เอาแค่กรอบๆพอ


โอ้ว! วันนี้มีสาระหน่อย (ในแบบของผม แง่ว) ก็น่าจะทำให้เพื่อนๆมองเห็นภาพในระดับนึงนะครับ แต่เพื่อนๆคนไหนที่เก่งฉกาจฉกัน ก็เสริมๆ แจมๆกันนะครับ หรือไม่เก่ง ไม่กาจ มีสงสัยก็ถามกันมาได้นะครับ แล้วเพื่อนเรา พี่เรา คนไหนได้มาอ่าน พี่ๆเค้ารู้ เพื่อนๆเรารู้ จะได้มาแชร์กัน ผมขอยกเรื่องผิด ถูก ออกไปนะครับ เราจะได้แชร์กัน เป้าหมายของผมจะอยู่ที่ตรงนี้ครับ

สุดท้ายวันนี้ก่อนจาก ก็ยังอยากย้ำว่าความรู้มีไว้แบ่งปันครับ เธอรู้บ้าง ฉันรู้บ้าง เอามารวมกัน เออ! เรารู้เยอะขึ้น อันไหนดูผมผิดก็ชี้แนะ อันไหนขาดก็ช่วยเสริม นะครับ ขอบคุณครับ แล้วงวดหน้าค่อยมาต่อกันครับ งวดนี้เผ่นหล่ะ ฟ้าวววว!!
i'm not a mastering enginer.
i'm not a mastering engenier.
i master music.

http://www.facebook.com/StucoolsMasteringStudio

Work whit analog, digital, tape, tubes, transformers, plug-ins, hardware, etc... whatever best serves the project.

Offline SITTHIPORN

  • พลทหาร
  • Posts: 9
  • Karma: +1/-0
Re: Mastering in my mind.
« Reply #12 on: August 19, 2013, 03:17:38 PM »
นั่งหน้าจอ รอฟังต่ออยู่นะครับพี่  :scared:

Offline rock

  • สิบตรี
  • Posts: 273
  • Karma: +5/-0
  • Mix,Master,Arrange
Re: Mastering in my mind.
« Reply #13 on: August 19, 2013, 11:48:12 PM »
จารย์เข้ามาเจิมอีกคนแต่ยังไม่ว่างอ่าน เดี๋ยวถ้าว่างแล้วจะเข้ามาปุจฉาครับ ^^"
Mastering cave : call 093-5692463
Line ID : Masteringcavestudio

Analog Gear Hardware
https://www.facebook.com/masteringcave

Offline mediadirector

  • สิบโท
  • Posts: 595
  • Karma: +18/-0
  • Owner & Mastering Chief @Stucools Mastering Studio
    • โทร 080 999 8737
Re: Mastering in my mind.
« Reply #14 on: August 20, 2013, 01:11:00 AM »
จารย์บ้าไรกัน ครับพี่ อย่าแซวกัน ที่สำคัญเคยปะ ถามแล้วตอบไม่ได้ เอิ๊กซ์
i'm not a mastering enginer.
i'm not a mastering engenier.
i master music.

http://www.facebook.com/StucoolsMasteringStudio

Work whit analog, digital, tape, tubes, transformers, plug-ins, hardware, etc... whatever best serves the project.